Connect with us

Subscribe

Life

โรงเรียนของเราน่าอยู่…

เรื่อง : อรรถ  บุนนาค

โรงเรียนของเราน่าอยู่… คุณครูใจดีทุกคน…  นักเรียนก็ไม่ซุกซน พวกเราชอบมาๆ โรงเรียน ชอบมาๆ โรงเรียน

บ้านนี้เมืองนี้มีเรื่องมีราวเกิดขึ้นมากมายไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดข่าวเล็กๆ จิ๊บๆ จ๊อยๆ ก็มีให้ตามไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร สำหรับคอลัมน์นิสต์ที่ตั้งใจจะจับประเด็นแต่ข่าวเบี้ยหัวแตกอย่างข้าพเจ้าก็เลยมีสาระ(แน)ให้หยิบมาเขียนได้มากมายก่ายกองจนไม่รู้จะเขียนอะไรดี อย่ากระนั้นเลย ส่งหัวเรื่องไปให้บ.ก.พิจารณาเลือกดีกว่า บ.ก.หนุ่ม(น้อยแต่…)ของเราก็เลือกมาหัวข้อนึงแล้วบอกว่าเอาอันนี้เข้าถึงผู้คนได้มากกว่า ก็ได้ตอบรับแซ่บกับบ.ก.ไป

แต่เมื่อต้นฉบับส่งไปบ.ก.คงแอบด่าแช่งชักหักกระดูกข้าพเจ้าอยู่ในใจ (มึงสาระแนมาถามกู แล้วกูบอกให้เขียนเรื่องนี้ มึงก็ดันจะเขียนเรื่องอื่นมาให้) แหะ ๆ ๆ แหมคุณพี่ก็เรื่องที่กะจะเขียนในตอนแรกมันมีที่อื่นชิงเขียนไป แถมเขียนได้ดีอีก น้องก็กลัวว่าคนจะจับได้ว่าน้องโง่ แถมเรื่องที่เขียนส่งมามันก็ดันเกิดประเด็นลามต่อไปเรื่อยๆ

ประเด็นแฮชแทกโรงเรียนกวนทวิตเตอร์ให้ร้อนระอุมาเรื่อยในระยะนี้  ตั้งแต่ #saveBCC #เกียมอุดม #โรงเรียนมัธยมหลังเขา #โยธินมรณะ ไม่รู้ว่าจะมีออกมาหรือตกหล่นอะไรไปอีกหรือเปล่า 

เรื่องราวต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้นเชิญท่านผู้อ่านไปทัศนาจากข่าวต่างๆ หรือในทวิตเตอร์กันเอาเอง…  อ๊ะ ๆ ๆ จะก่นด่าข้าพเจ้ากันก็เชิญตามสบาย เพราะเรื่องที่จะหยิบมามันไม่ได้เกี่ยวกับรายละเอียดของข่าว

เมื่อมาอ่านตามเรื่องราวก็แอบขำๆ เอากันตรงๆ เลยนะ  เรื่องราวเหล่านี้ก็มีมาตลอดตั้งแต่สมัยข้าพเจ้าเรียนเด็กๆ แล้ว ในฐานะมีเอี่ยวเป็นศิษย์เก่าหนึ่งในโรงเรียนที่เป็นข่าว แล้วสมัยนั้นตัวข้าพเจ้าเองก็ไปมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์บางอย่างซึ่งถ้าเป็นยุคนี้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องออกมา…(เอ๊ะ ๆ ๆ เดี๋ยว ๆ ๆ สำนักงานนี้เขายังตั้งกินเงินเดือนกันอยู่ชิมิ ไม่แน่ใจ… ไม่เห็นจะออกมาทำอะไรกันบ้างเลย) แถมอยู่ในยุคที่ไม่มีโซเชียลมีเดียแบบปัจจุบันเลยไม่มีแฮชแทกมาเซฟอะไรในตัวข้าพเจ้า ก็ได้แต่ปล่อยไปตามยถากรรม

เรามายอมรับกันเถอะ ว่าเราอยู่ในสังคมที่มีศีลธรรมระดับกระแดะแต่ก็ดัดจริตปิดหูปิดตาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นประเด็นสำคัญหลายอย่าง เราไม่เคยที่จะไต่ถามจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพในวงการการศึกษา เพราะมีหัวโขนศักดิ์สิทธิ์ที่ถ้าพูดหรืออะไรออกไปก็เสี่ยงที่เราจะกลายเป็นคนเนรคุณ อกตัญญู บลาบลาบลา หรือข้ออ้างที่บอกว่าทำไปเพราะหวังดี ทำไปเพราะรัก แต่ข้าพเจ้าก็เคยเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนผู้ไม่สนใจกีฬาฟุตบอล แต่เมื่อมีการแข่งขันบอลระดับนานาชาติคราใด ก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อไปเรียนว่า กูจะโดนไม้เรียวยักษ์ฟาดไม่ยั้งถ้าตอบโจทย์ไม่ได้หรือเปล่า เพราะครูเสียบอล ความเป็นเด็กดีในกรอบ ก็ไม่เคยคิดจะตั้งคำถามอะไรเหล่านี้

แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้แบบก้าวกระโดด (วร้าย ๆ ๆ ๆ เหมือนก็อปปี้โฆษณาพวกสินค้าบริการไอทีจัง) มันก้าวกระโดดจริงๆ นะ… ไม่คิดฝันว่าจะมีชีวิตทันบริโภคของแบบโลกในการ์ตูนโดราเอมอน คนในรุ่นก่อนๆ ไม่อาจจะปรับตัวไปกับการก้าวกระโดดนี้ทัน  ทางวัตถุอาจจะพอถูไถไปได้ แต่ทางความคิดและจิตวิญญาณนั้นถูกทิ้งร้างไว้ในโลกใบเก่าอย่างสิ้นเชิง ภาพวาดของโลกอนาคตของเด็กยุคนี้ไม่ได้เป็นแบบประชากรผู้เกิดในยุคโลกอนาคตแห่งวัสดุพลาสติกแบบในทศวรรษ 60-70 อีกต่อไป โลกอนาคตของเด็กยุคนี้คือมีสีเขียว มีธรรมชาติ มีไลฟ์สไตล์ในวิถีชีวิตไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยให้ชีวิตสะดวกสบาย เป็นการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์มากกว่าฮาร์ดแวร์ 

เมื่อรสนิยมความคิดปัญญาของเด็กซึ่งพัฒนาก้าวล่วงไปแล้ว ผู้ใหญ่ในปัจจุบันจึงกลายเป็นตัวตลกของเด็กยุคนี้ พร็อพพาแกนดาอย่างผีคอมมิวนิสต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมฝังหัวเอาไว้ก็ยังคอยหลอกหลอน มีบ้ามีบออะไรก็ด่าว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ โดยไม่เคยอ่านงานของคาร์ล มาร์กซ์เลย… อย่าว่าแต่อ่านเลย ชื่อยังไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำมั้ง 

ผู้ใหญ่ที่อยู่ในความลักลั่นของยุคสมัยจึงไม่รู้จะรับมือกับปัญหาที่เกิดได้อย่างไร โซเชียลมีเดียก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ได้แต่ส่งสติกเกอร์ สวัสดีตามวัน ไปในไลน์กรุ๊ปเป็นการยืนยันว่าวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าใครลืมส่งเพื่อนฝูงญาติโกโหติกาก็ต้องโทรศัพท์หรือไปตามถามไถ่ว่าไม่ได้หกล้มหัวฟาดพื้นอยู่ในห้องน้ำขยับตัวไม่ได้หรือเปล่า

ปัญหาที่เกิดกระแสในโซเชียลมีเดียนั้นบางทีก็เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวออกมาลุกลามใหญ่โต บางทีการแก้ปัญหาจากที่เคยทำได้มาแต่กาลก่อนมันใช้ไม่ได้ โลกแบบอำนาจนิยมกดจากบนลงล่างมันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาได้ต่อไป การประกาศสั่งห้ามคาดโทษปาวๆ ห้ามแชร์ ห้ามทวิต ห้ามรีทวิต ข่าวสารของโรงเรียน จากเรื่องเล็กๆ มันจะกลายเป็นการราดน้ำมันลงบนเทียนไขเล่มเดียว แล้วลามลุกไหม้บ้านวอดวายได้ เด็กเดี๋ยวนี้ไม่ได้เชื่องและโง่แบบเมื่อก่อนแล้ว เขารู้ว่าพวกครูบาอาจารย์นั้นไม่มีเวลาจะมานั่งตรวจไอพีของแต่ละคน… ดีไม่ดีไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ ยังคิดว่าทุกคนใช้ชื่อนามสกุลจริงเล่นทวิตเตอร์ ลงรูปหน้าตัวเอง

ตานี้แหละจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็จะมีการขุดคุ้ย ตีแผ่ ตั้งคำถามกันยกใหญ่ สิ่งที่เคยซุกไว้ใต้พรมก็จะถูกกวาดออกมาแฉให้อับอาย เรื่องที่เคยทำได้ในยุคก่อนๆ มันก็ไม่อาจจะทำได้ในยุคนี้แล้ว ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และจริยธรรมก็จะถูกตั้งคำถามขึ้นมา ผู้ใหญ่บ้านเป็ดก็จะยิ่งเต้นเร่าๆ ๆ กระทืบตีนไม่ได้ดั่งใจ หุนหันพลันแล่นก็ขว้างปาข้าวของ หรือสะบัดหน้าพรืดไม่ตอบคำถาม ไม่ข้องแวะยุ่งเกี่ยว ทำแบบนั้นมันเสียหมา… ยิ่งน่าอายเข้าไปใหญ่

บ้านนี้เมืองนี้ก็ประหลาดเนอะ เราพยายามผลักดันเด็กให้รู้จัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะ มีจินตนาการ มีครีเอทิวิตี้ มีบลา ๆ ๆ ๆ เมื่อเด็กเป็นปัจเจกทำได้ ก็มากรีดร้องยื้อยุดฉุดกระชากกลับไปสนตะพายให้เด็ก เอาจริงๆ สงสารเด็กยุคนี้คงทำตัวไม่ถูก เพราะเด็กอย่างยุคข้าพเจ้าเคยชินกับการสนตะพาย บอกให้ไปซ้ายก็ซ้าย ไปขวาก็ขวา ไม่ตั้งคำถาม ไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไร  เด็กยุคนี้ถูกผู้ใหญ่สอนอย่างแต่ให้ทำอีกอย่าง พอตั้งคำถามก็ถูกด่าว่าสามหาว แค่ผู้ใหญ่มันตอบคำถามไม่ได้ก็เท่านั้นเอง ไปด่าเด็กทำไม… โง่กว่าเด็กก็ยอมรับไปเถอะ อย่าคิดว่าเด็กโง่กว่าเลย เพราะที่เห็นทวิตๆ กัน อ้าวววว ตายเด็กสมัยนี้เขารู้เรื่องกันเยอะจังเนอะ 

ขนาดผู้ใหญ่บ้านเป็ดอย่างข้าพเจ้า ที่กลัวโดนเด็กว่าโง่ พยายามจะอัพเดตให้ทันยุคทันสมัย  แต่บางทีก็ต้องยอมรับว่าสังขารบางอย่างหรืออคติบางอย่างมันก็ตามไม่ไหวจริงๆ นะคุณ… อะไรที่เป็นซีนที่จะให้เด็กเขาก็ให้ไปเถอะ กะอีแค่จะเต้นเพลง รักติดไซเรน ให้มือกับเสต็ปเท้าไปด้วยกันได้ยังทำไม่ได้แล้วเลย

Written By

TikTok’s Power
15 วิฯ
พิชิตใจคนรุ่นใหม่

Vision

ปลอม! เปลือก!

Life

ปกิณกคดี : ว่าด้วยอาขยาน

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup