Connect with us

Subscribe

Vision

เด็กรุ่นใหม่อาจลืมรสชาติวาฬไปแล้ว

ญี่ปุ่นกลับมาล่าวาฬในรอบ 30 ปี

เรือล่าวาฬสัญชาติญี่ปุ่นออกทำหน้าที่อีกครั้งในรอบ 30 ปี ก่อนนักล่าวาฬจะนำวาฬมิงค์สีเทากลับมาเพื่อทำการเฉลิมฉลองด้วยการต่อแถวราดสาเกให้ทั่วตัว เพื่อต้อนรับการกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้วญี่ปุ่นไม่เคยหยุดล่าวาฬเลย

Reasons to Read

  • เรือล่าวาฬสัญชาติญี่ปุ่นออกทำหน้าที่อีกครั้งในรอบ 30 ปี ก่อนนักล่าวาฬจะนำวาฬมิงค์สีเทากลับมาเพื่อทำการเฉลิมฉลองด้วยการต่อแถวราดสาเกให้ทั่วตัว เพื่อต้อนรับการกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้วญี่ปุ่นไม่เคยหยุดล่าวาฬเลย

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรือล่าวาฬสัญชาติญี่ปุ่น 5 ลำได้แล่นออกสู่ทะเลอีกครั้งในรอบ 30 ปี หลังจากประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจถอนตัวจากคณะกรรมาธิการการล่าปลาวาฬนานาชาติ หรือ IWC (International Whaling Commission) ตั้งแต่ปีที่แล้ว และเริ่มอนุญาตให้ล่าวาฬเพื่อการค้าได้อีกครั้งตั้งแต่วานนี้

เรือล่าวาฬ ‘ยูชิน มารุ’ จอดเทียบท่าที่เทศกาลล่าวาฬ ปี 2008 ณ เมืองคาโกชิม่า ประเทศญี่ปุ่น

หลังจากประเทศญี่ปุ่นถอนตัวจากสัญญาหยุดล่าวาฬ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ก็เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่เรือล่าวาฬได้ออกทำหน้าที่อีกครั้ง ก่อนหลายชั่วโมงต่อมาจะกลับเทียบฝั่งพร้อมกับวาฬมิงค์สีเทาขนาด 8 เมตร ที่ถูกนำไปโกดังเพื่อให้นักล่าวาฬทั้งหลายได้ทำการเฉลิมฉลองโดยการต่อแถวราดสาเกให้ทั่วตัว เพื่อเป็นการชำระล้างและต้อนรับการกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้วประเทศญี่ปุ่นไม่เคยหยุดล่าวาฬเลย…

ประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมสัญญาหยุดล่าวาฬมาตั้งแต่ปี 1986 เนื่องจากเวลานั้นมีการล่าวาฬเพื่อการค้าเป็นจำนวนมากในหลายประเทศจนเริ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ นานาชาติจึงตัดสินใจทำข้อตกลงกันว่าด้วยการหยุดล่าวาฬจนกว่าจำนวนจะฟื้นตัว และสามารถกำหนดโควต้าที่เหมาะสมสำหรับการล่าวาฬของแต่ละประเทศได้ ทว่าหากเป็นการนำวาฬมาด้วยจุดประสงค์เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ จะถือเป็นข้อยกเว้น

และอาจด้วยช่องวางตรงนี้เองที่ญี่ปุ่นใช้เพื่อนำวาฬขึ้นมาจากทะเลตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยพบว่า ตั้งแต่ปี 1987 ญี่ปุ่นฆ่าวาฬไปมากถึง 200-1,200 ตัวต่อปี โดยให้เหตุผลว่าเพื่อสำรวจจำนวนวาฬ ซึ่งนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างใช้บังหน้าเพื่อให้ประเทศล่าวาฬมาเป็นอาหารได้ เนื่องจากเนื้อวาฬที่นำมาวิจัยส่วนใหญ่มักจบลงที่ถูกขายในตลาด

การถอนตัวจากข้อตกลงครั้งนี้ ญี่ปุ่นจะสามารถล่าวาฬได้ตามโควต้าทั้งหมด 227 ตัวจนถึงสิ้นปี แบ่งเป็นวาฬมิงค์ 52 ตัว วาฬบรูด้า 150 ตัว และวาฬเซ 25 ตัว ซึ่งการกลับมาล่าวาฬครั้งนี้ทำให้ญี่ปุ่นถูกนักอนุรักษ์และประเทศที่ต่อต้านการล่าวาฬวิจารณ์อย่างหนัก ทว่าสำหรับบางเมืองในญี่ปุ่น การล่าวาฬถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่ง โดย โยชิฟุมิ ไค หัวหน้าสมาคมล่าวาฬขนาดเล็กแห่งประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า “แม้มันเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก แต่ผมภูมิใจในการล่าวาฬ บ้านเกิดของผมล่าวาฬกันมานานกว่า 400 ปีแล้ว” 

“ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่รู้วิธีปรุงเนื้อวาฬและวิธีกินเนื้อวาฬอีกแล้ว ผมอยากให้ทุกคนได้ลองชิมมันสักครั้งหนึ่ง” ฮิเดกิ อาเบะ นักล่าวาฬวัย 23 ปีกล่าว ก่อนจะแล่นเรือออกไป

โดยคนญี่ปุ่นนิยมกินเนื้อวาฬอย่างมากในช่วงปี 1960 หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เฉลี่ยประมาณ 200,000 ตันต่อปี ก่อนลดลงเหลือ 5,000 ตันในช่วงปัจจุบัน นิยมกินดิบในรูปแบบซาชิมิหรือนำไปทอด

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup