Connect with us

Subscribe

Life

กลิ่นกาแฟ

เรื่อง : โตมร ศุขปรีชา

เคยนึกสังเกตกันไหมว่า ‘กาแฟ’ ไม่ได้มีกลิ่นเดียว 

หลายคนชอบทานกาแฟแต่บางครั้งก็ไม่เคยได้นึกสังเกตเลยว่า ‘กลิ่น’ ของกาแฟแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันออกไป และวิธีการรับรู้ ‘กลิ่น’ ของกาแฟนั้นก็มีวิธีเทสต์คล้ายคลึงกับไวน์เลย 

เริ่มด้วยการดม (Sniffing) แล้วก็ซด (Slurping) โดยต้องสูดเอาอากาศเข้าไปด้วยให้เกิดเป็นเสียง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ นักชิมกาแฟต้องดูทุกอย่าง ตั้งแต่บอดี้ (เนื้อของกาแฟให้ความรู้สึกอย่างไรกับปาก) ความเป็นกรด (รสชาติแหลมจั๊กจี้ลิ้น) ความกลมกล่อม (ของกลิ่นรส) ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 

ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องมาทำความรู้จักกันก่อน ว่ากาแฟนั้นมีความหลากหลายใน ‘กลิ่น’ และ ‘รส’ อย่างไร เพราะกลิ่นของกาแฟมีความหลากหลายมาก  ยิ่งเวลามาผสมผสานอบอวลอยู่ด้วยกันแล้ว คุณอาจจะแยกแยะได้ยากเอาการอยู่ เพราะฉะนั้น ต้องเรียนรู้กันไปทีละกลิ่นๆ ไม่อย่างนั้นเวลาเทสต์กาแฟ คุณอาจเป็นลมสลบได้เพราะหลายกลิ่นมันตีกันอยู่ในหัว

1. Animal-like

กลิ่นนี้ฟังชื่อแล้วคงไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่ เพราะให้กลิ่นเหมือนกลิ่นสัตว์ แต่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแบบที่ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน กลิ่นที่ว่านี้ไม่ใช่กลิ่นของตัวมัสก์แบบเดียวกับน้ำหอมด้วย แต่เป็นกลิ่นคล้ายๆ กับเสื้อขนสัตว์เปียกน้ำ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นหนัง กลิ่นจากต่อมต่างๆ ของสัตว์มากกว่าหรือแม้แต่กลิ่นปัสสาวะ!

อย่าเพิ่งยี้ เพราะกลิ่นของสัตว์ไม่ได้แปลว่าต้องเลวร้ายเสมอไป บางทีกลายเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์เลยก็ได้ อย่างเช่นไวน์พันธุ์ Pinotage ของแอฟริกาใต้ ยังมีกลิ่นเหมือนดินโคลนแอฟริกาเลยคุณ แล้วก็ได้รับการยกย่องอย่างสูง ไฉนเลยกลิ่นกาแฟจะรุนแรงแบบนั้นบ้างไม่ได้ล่ะ กลิ่นแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นกลิ่นที่ Strong

2. Ashy

หรือกลิ่นเถ้า ฟังแล้วไม่สบายหูอีกแล้ว แต่กลิ่นเถ้าน่ะมันจะให้กลิ่นไหม้แบบเดียวกับนิ้วของนักสูบบุหรี่ หรือกลิ่นเวลาทำความสะอาดเตาผิง ซึ่งก็เช่นกัน หาใช่กลิ่นในทางลบเสมอไปไม่ กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เอาไว้แสดงให้เรารู้ด้วยซ้ำ ว่ามีการคั่วนานแค่ไหน กาแฟนั้น ถ้ายิ่งคั่วนาน ก็จะมีส่วนที่กลายไปเป็นคาร์บอนมากขึ้น (เหมือนอะไรที่ไหม้ๆ นั่นแหละ) เพราะฉะนั้นกลิ่นเถ้านั้นจึงจะต้องมีอยู่แน่ๆ แต่อย่าให้มากเกินไป ไม่งั้นแปลว่าคุณจะไม่ได้กินกาแฟหรอกนะ แต่ได้กินขี้เถ้าผสมน้ำแทน ซึ่งรับรองได้ว่ามีสารก่อมะเร็งอยู่เพียบ!

3. Burnt/Smoky

หรือกลิ่นควัน กลิ่นนี้คล้ายๆ กลิ่นอาหารไหม้ แต่ไม่ได้ไหม้ถึงขนาดเถ้า กลิ่นนี้จะเหมือนกับกลิ่นควันฟืนหอมๆ มากกว่า ซึ่งก็ใช้ในการบอกถึงระดับการคั่วอีกเช่นกัน โดยเฉพาะที่คั่วออกมาแบบดาร์กโรสต์

4. Chemical/Medicinal

หรือกลิ่นสารเคมี กลิ่นคล้ายๆ กับยา หรือไม่ก็กลิ่นโรงพยาบาลอะไรทำนองนั้น อ้าว! มีจริงๆ นะคุณ ในกาแฟนี่แหละ มันจะฉุนๆ หน่อย ซึ่งไม่ใช่ข้อเสียหรอกนา แต่เป็นลักษณะของกาแฟอย่างหนึ่งที่มีสารหอมระเหยมาก โดยเฉพาะกาแฟกลิ่น Rio Flavor ซึ่งจะปล่อยสารระเหยออกมามากกว่ากาแฟพันธุ์อื่น

5. Chocolate-like

กลิ่นนี้หลายคนคงชอบ เพราะเป็นกลิ่นช็อกโกแลต คือกลิ่นที่คล้ายๆ กับผงโกโก้ ไม่ว่าจะเป็นดาร์คช็อกโกแลตหรือมิลค์ช็อกโกแลตก็ตามที กลิ่นแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกถึงความหวาน และกาแฟที่มีกลิ่นแบบนี้ก็จะเจือรสหวานอยู่ด้วย แม้ว่าจะชงแบบเอสเพรสโซก็ตามที แต่ลิ้นของคุณจะรู้สึกได้ถึงความหวานที่เจืออยู่นิดหน่อย

6. Caramel

กลิ่นคาราเมลเป็นอีกกลิ่นหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับกาแฟ คาราเมลคือกลิ่นของน้ำตาลที่เอาไปตั้งไฟให้หลอมละลาย แต่ว่าไม่ได้ไหม้ เพราะฉะนั้นถ้าได้กลิ่นคาราเมล ก็ต้องแยกแยะให้ดี เพราะมันจะคล้ายกับกลิ่นไหม้มาก แต่ว่าไม่เหมือน เพราะจะหอมยวนใจกว่าเยอะ

7. Cereal/Malty/Toastlike

กลิ่นนี้ออกไปทางไมโล โอวัลติน หรือกลิ่นขนมปังปิ้งนี่แหละ กลิ่นนี้จะจับทางได้ยากว่าเป็นกลิ่นของอะไร เพราะมักเป็นกลิ่นที่เกิดขึ้นจากการเบลนด์หรือผสมผสานเมล็ดกาแฟจากต่างถิ่นต่างที่เข้าด้วยกัน แต่โดยสรุปรวมแล้ว มันจะเป็นกลิ่นของเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วแต่ยังไม่สุกสนิท คือจะมีบางส่วนที่โดนความร้อนน้อยกว่าส่วนอื่น เมื่อผสมกันก็เลยให้กลิ่นคล้ายๆ กับมอลต์หรือขนมปังปิ้ง

8. Earthy

หรือกลิ่นดิน ไม่ใช่ดินแห้งๆ แต่เป็นดินเปียกๆ บางทีก็บอกว่าเป็นกลิ่นโคลน หรือกลิ่นคล้ายๆ กับมันฝรั่งดิบอะไรทำนองนั้น กลิ่นนี้เป็นกลิ่นเด่นของกาแฟที่ปลูกในแถบเอเชียเลยทีเดียว

9. Floral

กลิ่นดอกไม้ แต่ไม่ใช่ดอกไม้ประเภทหอมชื่นใจ มักจะเป็นดอกไม้ประเภทหอมเอียนๆ เสียละมากกว่า ส่วนใหญ่เกิดจากกลิ่นแบบผลไม้ (Fruity) มาผสมกับกลิ่นเขียวๆ ของเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ได้คั่ว และพบมากในกาแฟที่มาจากแอฟริกา อย่างเช่นกาแฟเคนยานี่จะได้กลิ่นดอกไม้ชัดเลย

10. Fruity/Citrus

กลิ่นนี้ออกเปรี้ยวอมหวานหน่อยๆ เป็นกลิ่นธรรมชาติของลูกเบอร์รี่ (อย่าลืมว่า เมล็ดกาแฟก็เป็นเบอร์รี่อย่างหนึ่งเหมือนกัน) เป็นกลิ่นที่บอกให้เรารู้เลยว่ามีความเป็นกรดสูง แต่จะค่อนข้างสับสนกับกลิ่นผลไม้ที่สุกมากๆ

11. Grassy/Green/Herbal

กลิ่นเขียวๆ ที่ว่าก็คือกลิ่นนี้ มันจะออกมาคล้ายๆ กับกลิ่นหญ้า กลิ่นใบไม้เขียว กลิ่นเมล็ดถั่ว หรือกลิ่นผลไม้ที่ยังไม่สุก

12. Nutty

กลิ่นถั่วจะเป็นกลิ่นคล้ายๆ ถั่วดิบ แต่ไม่ใช่อัลมอนด์นะ เป็นกลิ่นของเมล็ดกาแฟที่ออกไปในทางมันๆ หน่อย

กลิ่นนี่ก็เยอะมากแล้วใช่ไหม แต่ที่จริงยังมีหลากหลายกลิ่นที่มีทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีก็เช่น กลิ่นหืนกลิ่นแบบยาง (เอาไว้ดมให้รู้ว่าเป็นกาแฟที่คุณภาพไม่ดีเท่าไหร่), กลิ่นแบบเครื่องเทศ (Spicy), กลิ่นแบบยาสูบ (Tobacco), กลิ่นแบบไวน์ (Winey) หรือกลิ่นแบบไม้ (Woody)

คราวหน้าเวลาดื่มกาแฟ อย่าลืมลองสูดหากลิ่นต่างๆ เหล่านี้ด้วย รับรองว่าจะทำให้การดื่มกาแฟของคุณมีมิติเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย

Written By

เสี้ยวหนึ่งของวัฒนธรรมประชาธิปไตยในอังกฤษ

Vision

โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลของ ‘บอร์ดเกม’

Entertainment

การตายที่น่าเศร้า แต่ไม่ไร้ค่าของเด็กชาย ‘อดัม’

Life

อักษะกาแฟ

Life

(เลิก) ต้อนรับนักท่องเที่ยวดุจญาติมิตร

Life

โฮโม เซเปียนส์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup