Connect with us

Subscribe

Life

คนรวยเท่านั้นที่จะรอด

วิกฤตโลกร้อนทำให้มนุษย์แบ่งแยกชนชั้น

หากเรายังคงเพิกเฉยต่อปัญหาโลกร้อน ในอนาคตอาจมีเพียงคนรวยเท่านั้นที่จะมีสิทธิหนีเอาตัวรอดจากปัญหาความยากไร้และความขัดแย้ง แล้วคนจนละมีทางรอดไหม??

Reasons to Read

  • ประชากรยากจนที่มีจำนวนเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในทางกลับกัน กลุ่มมหาเศรษฐีที่มีจำนวนเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ กลับปล่อยก๊าซมากกว่าถึง 175 เท่าตัว
  • หากยังปล่อยให้โลกใบนี้อุณหภูมิสูงขึ้นอีกเพียง 1.5 องศาเซลเซียส เราทุกคนอาจต้องเผชิญกับการแบ่งแยกชนชั้น ที่ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นจึงจะมีโอกาสเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ ภาวะขาดแคลนอาหาร ความขัดแย้งทางการเมือง หรืออากาศเป็นพิษ

ในสถานการณ์โลกร้อนที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ อาจไม่ใช่แค่สภาพอากาศที่ร้อนจัดจนแทบทนไม่ไหว หรือสัตว์โลกล้มตายสูญพันธ์มากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะได้สัมผัสกับโลกใบใหม่ที่ไร้ความเท่าเทียม เพราะต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นที่จะมีโอกาสอพยพหนีปัญหาโลกร้อน ส่วนคนยากจนที่เหลือก็ต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษกันต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ออกมาเตือนว่า ปัญหาโลกร้อนที่ไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังเสียที จะทำให้ประชากรที่ยากไร้กว่า 120 ล้านคนทั่วโลก ประสบปัญหาการใช้ชีวิตที่ยากลำบากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดคือภายใน 10 ปีที่จะถึงนี้ แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านั้น หากเราปล่อยให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีกสัก 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี ค.ศ. 2100 มนุษย์โลกจะประสบปัญหาทั้งเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ และสุขภาพร่างกาย ทำให้มนุษย์ต้องเลือกระหว่าง ‘การอพยพ’ หรือ ‘อดตาย’ ซึ่งทางออกที่มีเพียง 2 ทางนี้จะทำให้ปัญหาการแบ่งแยกชนชั้นของมนุษย์หนักข้อมากขึ้นกว่าเดิม

ทั้งที่จริงแล้ว ประชากรที่ยากจนซึ่งมีจำนวนเป็นครึ่งหนึ่งของโลก หรือประมาณ 3.5 พันล้านคน มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่กลุ่มคนร่ำรวยซึ่งมีจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ของโลก เป็นต้นเหตุของก๊าซเรือนกระจกมากถึงครึ่ง และหากเป็นระดับมหาเศรษฐีที่มีจำนวนเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ กลับปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าประชากรที่ยากจนมากถึง 175 เท่า!!

ทว่าหากเกิดภัยพิบัติจากปัญหาโลกร้อนขึ้นมา กลุ่มคนมีเงินเท่านั้นที่มีโอกาสเลือกหนทางเอาตัวรอด…

โดยเคสตัวอย่างคือ เหตุการณ์พายุเฮอริเคนแซนดี้ที่เข้าถล่มรัฐนิวยอร์กเมื่อปี 2012 ทำให้กลุ่มคนรายได้น้อยถูกทิ้งให้อยู่อย่างไร้กระแสไฟฟ้าและไม่มีการช่วยเหลือด้านสาธารณะสุข ในทางกลับกัน สำนักงานใหญ่โกลด์แมน ซาคส์ ที่เป็นบริษัทการลงทุนข้ามชาติกลับมีกระสอบทรายเป็นเกราะกำบังกว่า 1 แสนใบ รวมถึงเครื่องปั่นไฟส่วนตัว 

“เราอาจต้องเผชิญกับการแบ่งแยกชนชั้น โดยกลุ่มคนรวยจะมีกำลังในการใช้จ่ายเพื่อหนีให้พ้นจากสภาวะอากาศร้อน ความอดอยาก และปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ในขณะที่กลุ่มคนที่เหลือก็ต้องทนอยู่ต่อไป” ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้กล่าว ก่อนเสริมอีกว่า ปัญหานี้อาจส่งผลร้ายแรงไปจนถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

อาจเดาได้ยากว่าการแบ่งแยกชนชั้นเพื่อเอาตัวรอดจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือหากทุกประเทศยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาโลกร้อนอยู่เช่นนี้ ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดขึ้นจริง และเลวร้ายกว่าที่คิดอย่างแน่นอน

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup