ใครว่าไปต่างประเทศต้องเน้นแค่กินกับช้อป? เพราะปี 2026 นี้ เทรนด์ “Runcation” หรือการเที่ยวไปวิ่งไปกำลังมาแรงสุดๆ จนเกิด Community อย่าง Run Club กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมเมือง และหนึ่งในจุดหมายที่ “นักวิ่งสายเที่ยว” ทั่วโลกยกให้เป็นที่สุดก็คือ “ฮ่องกง” ทำไมต้องวิ่งที่ฮ่องกง? เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ตึกสูง แต่คือเมืองที่ออกแบบมาเพื่อการเดินและวิ่งอย่างแท้จริง ถนนหนทางที่ปลอดภัย ทางเท้าที่เชื่อมถึงกัน และเสน่ห์ของการได้สังเกตวิถีชีวิตผู้คนผ่านคาเฟ่เก๋ๆ สองข้างทางในมุมที่การนั่งรถให้ไม่ได้ ปีใหม่นี้ Running Insider กูรูตัวจริงเรื่องการวิ่ง จะพาทุกคนไปเปิดพิกัดเส้นทางวิ่งสุดอลังการ ตั้งแต่การวิ่งซิตี้รันใจกลางเมือง ไปจนถึงเส้นทางวิ่งขึ้นยอด The Peak ที่รับรองว่า วิ่งไม่ไกล แต่ได้วิวระดับตำนาน เตรียมรองเท้าคู่โปรดให้พร้อม แล้วมาค้นพบฮ่องกงในมุมที่คุณไม่เคยเห็นไปพร้อมกัน! City Run Route: จาก Wan Chai สู่ The Peak – พิกัดที่ ‘ต้องวิ่ง’ โดย Running Insider หากถามถึงรูทวิ่งที่สวยที่สุดในฮ่องกง Running […]Read More
ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และยังสูดลลมหายใจได้เต็มปอด คงเป็นสิ่งที่สายท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติชื่นชอบแน่ๆ แล้วจะช้าอยู่ใย เตรียมตัวให้พร้อม ชาร์ตมือถือให้เต็มแล้วออกเดินทางไปกับ GM Live เพื่อเติมเต็มความคิดถึงที่สวยงามท่ามกลางดอกบลูซัลเวีย ณ ทุ่งสิริสมัย พร้อมสัมผัสประสบการณ์ “Romantic Provence Candle Light Dinner” รับรองได้เลยว่าได้แชะแอนด์แชร์กันเพลินทีเดียว ที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาขับเพลินๆ ไม่เกินสองชั่วโมงก็ถึงที่หมายทุ่งสิริสมัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี สำหรับ“ทุ่งสิริสมัย” นั้น เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติดั้งเดิมที่สวยงามไร้การปรุงแต่งใดๆ ของเขาพระพุทธบาทน้อยอย่างแท้จริง และเมื่อมาผสานกับดอกบลูซัลเวียทที่สวยงามจับตาซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากแคว้นพรอว็องส์ (Provence ) ดินแดนที่สวยงามทางตะวันออกเฉียงใต้ประเทศฝรั่งเศสที่หลายคนใฝ่ฝันจะไปเยือนสักครั้งในชีิวิต ยิ่งทำให้พื้นที่ของทุ่งสิริสมัยมีเสน่ห์ โดดเด่นด้วยบรรยากาศโปร่ง โล่ง สงบ อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดอกบลูซัลเวียทที่สื่อถึงความสงบและการพักผ่อนในวัฒนธรรมต่างๆ. นอกเหนือจากความหมายในเชิงสัญลักษณ์แล้ว ดอกบลูซัลเวียยังเป็นดอกไม้ที่มีความหมายแทนความหลงใหลและการคิดถึง อีกด้วย จึงมักได้รับความนิยมนำไปจัดสวนเพราะความสวยงามของสีฟ้าและรูปทรงที่เด่นชัด. แต่สำหรับที่นี่ นอกจากจะได้สัมผัสความงดงามของทุ่งดอกบลูซัลเวียสีม่วงแล้ว ยังมีดอกสร้อยไก่สีชมพูแดงที่เบ่งบานไปทั้งหุบเขา รับแสงธรรมชาติที่อ่อนโยนทั้งยามเช้าและยามเย็น นอกจากภาพความสวยงามของดอกบลูซัลเวียที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในแคว้นพรอว็องส์แล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ คือ การดินเนอร์ใต้แสงเทียนท่ามกลางทุ่งดอกไม้ในบรรยากาศสุดโรแมนติก “Romantic Provence Candle Light Dinner” […]Read More
ช่วงปลายปีแบบนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการออกเดินทางสู่ภาคใต้ ผ่านเส้นทางยอดนิยมที่พาแวะสัมผัสบรรยากาศของหลากหลายเมือง ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงพาให้ค้นพบมุมสวย ๆ ของภาคใต้ แต่ยังช่วยเติมสีสันให้เศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่กลับมาคึกคักรับปีใหม่อีกครั้ง พร้อมชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวออกเดินทางในเทศกาลที่กำลังจะมาถึง เลือกจุดหมายปลายทางตามสไตล์ที่ชอบ และเก็บโมเมนต์ดี ๆ ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ที่กำลังใกล้เข้ามา ปักหมุดจุดที่ 1: ชุมพร-ระนอง เปิดประตูสู่ภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ เริ่มต้นที่จังหวัดชุมพร มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ใครมีเวลาเยอะแวะเที่ยวชุมพรก่อนได้เลย เพราะมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย สำหรับเส้นทางวันนี้ เราจะไม่เข้าเมืองชุมพร แต่หักเลี้ยวไปทางตะวันตกสู่เมืองระนอง เมืองเงียบสงบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ในฐานะหนึ่งในประตูสู่ภาคใต้ ระนองซ่อนธรรมชาติสมบูรณ์ไว้มากมาย ทั้งภูเขา ลำธาร และน้ำตกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทริปปีใหม่แบบสบาย ๆ ขับรถชิลๆ ไปบนเส้นทางที่สวยและท้าทายสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวเอง รับรองว่าสนุกและประทับใจแน่นอน ทริปครั้งนี้เรามากับ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่ช่วยให้การเดินทางช่วงยาว ๆ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมือง จังหวะขึ้นเขาและโค้งคดเคี้ยวให้ฟีลนุ่ม เงียบ และมั่นใจ […]Read More
ถ้าหากใครไปท่องเที่ยวที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เชื่ออย่างยิ่งว่าหนึ่งในสถานที่ที่ห้ามพลาดไม่ไปไม่ได้ คงหนีไม่พ้น ‘วัดน้ำใส’ หรือ ‘คิโยมิซุเดระ’ อันเป็นสถานที่เลื่องชื่อ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งสถานที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังถือได้ว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมโบราณชั้นเยี่ยม ที่สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของงานก่อสร้างแบบยั่งยืนได้อีกแห่งหนึ่งด้วย วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของเมืองเกียวโต และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ควรพลาด วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิงาชิยามะ รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ทิวทัศน์รอบวัดเปลี่ยนสีสันอย่างน่าประทับใจ ความงดงามของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสวยงามทางสายตา แต่ยังแฝงไว้ด้วยประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของพุทธศาสนาที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ประวัติของวัดคิโยมิซุเดระเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 778 ในช่วงปลายยุคนารา โดยพระภิกษุเอ็นชิน (Enchin) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำศักดิ์สิทธิ์ของน้ำตกโอโตวะ (Otowa-no-taki) ที่ไหลไม่ขาดสาย วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม (คันนง) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดได้รับการบูรณะซ้ำหลายครั้งจากเหตุไฟไหม้และภัยพิบัติ แต่ยังคงรักษาโครงสร้างและจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้วัดคิโยมิซุเดระมีชื่อเสียงระดับโลก คืออาคารหลักที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากหน้าผาเป็นเอกลักษณ์สำคัญ เปิดมุมมองกว้างสู่เมืองเกียวโตและผืนป่าโดยรอบ โครงสร้างไม้ที่ซับซ้อนและแข็งแรงสะท้อนถึงภูมิปัญญาด้านวิศวกรรมของช่างญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ให้ทนทานต่อกาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือ น้ำตกโอโตวะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “คิโยมิซุ” หรือ “น้ำใส” น้ำตกแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามสาย เชื่อกันว่าผู้ที่ดื่มน้ำจากแต่ละสายจะได้รับพรที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จด้านการศึกษา ความรัก […]Read More
เมื่อกล่าวกันถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้น แน่นอนว่า สถานที่ท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน คือจุดเด่นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนับล้านคนต่อปี เดินทางไปเยี่ยมเยือนเพื่อรับชมสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองเกียวโต ที่มีทั้งป่าไผ่ Arashiyama, วัดน้ำใส Kiyomizu-Dera และ ‘วัดปราสาททอง’ หรือ Kinkaku-Ji ที่ GM Live ขอนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และความน่าสนใจในเชิงวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมกันในครั้งนี้ วัด Kinkaku-ji (金閣寺) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดปราสาททอง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อทางการของวัดนี้คือ Rokuon-ji (鹿苑寺) แปลว่า “วัดสวนกวาง” แต่ชื่อ Kinkaku-ji ซึ่งหมายถึง “วัดศาลาทอง” กลับกลายเป็นชื่อที่ใช้กันแพร่หลายยิ่งกว่า เนื่องจากความโดดเด่นของศาลาทองที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ประวัติของสถานที่แห่งนี้ยาวนานย้อนกลับไปก่อนยุค Muromachi อีกหลายร้อยปี โดยพื้นที่นี้ในช่วง ยุคคามาคุระ (1185–1333) เคยเป็นที่ตั้งของวิลล่าสุดหรูชื่อ Kitayama-dai ซึ่งสร้างโดยขุนนางตระกูล Saionji Kintsune และเป็นที่รู้จักในฐานะเรือนพักและสถานที่จัดงานสังคมของชนชั้นสูง ต่อมาในปี 1397 โชกุนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงต้นยุค Muromachi […]Read More
ในเทศกาลสีสันกาสะลอง 2025 นับเป็นอีกหนึ่งผลงานศิลปะที่ GM Liveมองว่าถ่ายทอดภูมิปัญญา 4 ชนเผ่าล้านนา สู่งานศิลป์ “ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา” ในเทศกาลสีสันกาสะลอง 2025 ได้อย่างสวยงาม ทั้งยังเป็นการสืบสานพระปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกด้วย ทั้งนี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย สืบสานพระปณิธานและเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2025” ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมจาก 4 ชนเผ่าล้านนา ถ่ายทอดสู่ผลงานศิลป์ “ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา” สัญลักษณ์แห่งความงามบนผืนดอย โดยต้นคริสต์มาสไม้ไผ่สานสูงกว่า 15 เมตรนี้ สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากภูเขาหมอกของดอยตุง รายล้อมด้วยต้นคริสต์มาสอีก 6 ต้นในหลากหลายขนาด สะท้อนอัตลักษณ์ของชนเผ่าบนพื้นที่สูงและความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา ต้นคริสต์มาสต้นนี้จึงมิใช่เป็นแค่เพียงเครื่องหมายแห่งความสุขในเทศกาล แต่คือสัญลักษณ์ของความกตัญญูและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระหฤทัยเพื่อผืนดินและปวงชนทุกหมูเหล่า สำหรับต้นคริสต์มาสหมอกพันวา ถือเป็นต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ท้องถิ่นต้นแรก และเป็นต้นแบบ (Prototype) ให้กับโครงการสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ โดยผลงานทั้ง 7 ต้นนี้ เกิดจากการออกแบบและร่วมสร้างสรรค์โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ (โครงการพัฒนาดอยตุง) […]Read More
นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สะเทือนวงการบริการและอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี เมื่อ “MGallery Residences MontAzure” โครงการ ‘เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์’ แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การบริหารโดยกลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับโลกอย่าง “แอคคอร์” ประกาศเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมหรู “MontAzure Phuket Resort – MGallery Collection” ในไตรมาสแรกปี 2569 พร้อมดึงตัวผู้บริหารมากวิสัยทัศน์และเปี่ยมประสบการณ์อย่าง นายวีรณัฐ ลิ้มประสูตร ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมฯ โดยคุณวีรณัฐจะนำทัพเสริมความแข็งแกร่ง สะท้อนความเป็นเลิศของบริการในแบบฉบับเอ็มแกลเลอรี ผ่านประสบการณ์กว่า 35 ปีในแวดวงการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์หรู สู่การรังสรรค์นิยามใหม่แห่งการพักผ่อนอันน่าจดจำบนริมทะเลอันดามัน ณ ชายหาดกมลา ภูเก็ต จาก “GM คนไทยคนแรกของเครือแอคคอร์” สู่การปั้นแลนด์มาร์กการพักผ่อนระดับโลก นายวีรณัฐ ลิ้มประสูตร เต็มเปี่ยมด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งในอุตสาหกรรมบริการ (Hospitality) ทั้งยังโดดเด่นด้วยประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารธุรกิจตลอดกว่า 35 ปี เชี่ยวชาญในการนำทีมงานบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายและมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้า คุณวีรณัฐ เริ่มต้นชีวิตในวงการโรงแรมจากสายงานการตลาด ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย และก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมหรูมากมายในเครือโรงแรมระดับโลกหลายแห่ง โดยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจที่โดดเด่นนี้ ทำให้คุณวีรณัฐ ได้รับความไว้วางใจจากเครือแอคคอร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปโรงแรม Mercure Patong Phuket เป็นครั้งแรกในปี 2007 […]Read More
เมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ซีพีพัฒนาอาชีพตามดำริ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา” โดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” สู่การปฏิบัติจริง เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลปากรอ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ยากจนที่สุด เพื่อยกระดับอาชีพทางเลือกที่สอดคล้องกับภูมิสังคม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพิ่มมูลค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมสร้างคนดี คนเก่ง เป็นต้นแบบการปฏิบัติจริงสู่การขับเคลื่อนชุมชน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการปกป้อง ฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาและทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างระบบนิเวศที่ดีอย่างยั่งยืน ปัจจุบันโครงการดังกล่าวฯ มี “ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สวนเทพหยา” ที่เป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชน ประชาชนทั่วไป และนักเรียนนักศึกษา มาดูงานอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา มีผู้ได้รับองค์ความรู้ประมาณ 7,270 คนต่อปี สร้างเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ ต.ปากรอ อ.สิงหนคร จ.สงขลา จำนวน 12 ราย ส่งเสริมสนับสนุน อาชีพ และองค์ความรู้ด้านการเกษตรในการปลูกพืชผักสวนครัว ผลิตปุ๋ยหมักใส่ผัก ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ให้แก่เกษตรกรรวมทั้งหมด 60 คน เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการประกอบอาชีพจากเกษตรกรต้นแบบ […]Read More
พรรณไม้พระนามาภิไธย ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต GM Live ขอน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูพืชพรรณไม้ ผ่านเรื่องราว สวยสง่า งดงาม ทรงคุณค่า ในพระนาม “ควีนสิริกิติ์” พรรณไม้แห่งองค์พระพันปีหลวง โดยเป็นพรรณไม้พระนามาภิไธย ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งข้อมูลและภาพพรรณไม้พระนามาภิไธยที่ GM Live นำเสนอในครั้งนี้ นำมาจากเพจสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ต้องขอขอบคุณมา ณ ทีนี้ อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปชื่นชมความสวยงาม ทรงคุณค่าของพรรณไม้พระนามาภิไธยควีนสิริกิติ์ ของจริงได้ที่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับที่มาของพรรณไม้ต่างๆ อันเป็นพรรณไม้พระนามาภิไธยนั้น เกิดจากสถาบันทั้งหลายในต่างประเทศ ชื่นชมและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อการที่ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์และฟื้นฟูพืชพรรณไม้ จึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” ไปตั้งเป็นชื่อดอกไม้ กุหลาบควีนสิริกิติ์ “กุหลาบควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้ที่งดงามและมีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะเป็นดอกกุหลาบขนาดใหญ่สีเหลืองสด […]Read More
การท่องเที่ยววันนี้ไม่ใช่แค่การย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่อาจคือการใช้เวลาเพื่อซึมซับบรรยากาศ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ สิ่งที่เป็นอุปสรรคเช่น “กระเป๋าเดินทาง” ที่ต้องถือและดูแลจนถึงที่พักปลายทาง โดยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีซึ่งเป็นไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ไปรษณีย์ไทยขอแนะนำ โซลูชันที่จะทำให้การเดินทางคล่องตัว และสนุกยิ่งขึ้น พร้อมสร้างสไตล์ใหม่ของการเที่ยวที่ราบรื่นไร้กังวล เจาะพฤติกรรม & เทรนด์การท่องเที่ยว เมื่อใคร ๆ ก็มองหาความ “เบาและคล่องตัว” พฤติกรรมนักเดินทางยุคนี้ชี้ชัดว่า “ความสะดวก” คือหัวใจของทริป ครอบครัวที่มีเด็กเล็กไม่อยากแบกหลายกระเป๋าให้วุ่นวาย หรือ Gen Z ที่อยากโฟกัสคอนเทนต์และประสบการณ์มากกว่าของพะรุงพะรัง หรือวัยทำงานที่ต้องการความทำงานและเที่ยวได้ทันที ต่างก็ยกให้บริการเสริมด้านสัมภาระเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะข้อมูลพบว่า นักท่องเที่ยวกว่า 70% ยอมจ่ายเงินเพื่อเพิ่มความสะดวก เช่น ฝากหรือขนส่งกระเป๋า รวมถึงรายงานของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA ที่เผยว่าผู้โดยสารกว่า 67% สนใจบริการรับ – ส่งสัมภาระถึงบ้าน ซึ่งยืนยันว่าความสะดวกคือองค์ประกอบหลักของการเดินทางยุคใหม่ เที่ยวตัวปลิว ชิลทุกทริป: มิติใหม่ของการเดินทางที่เบากว่าเดิม เมื่อความต้องการด้านความสะดวกสบายชัดเจนมากขึ้น บริการจัดการสัมภาระจึงกลายเป็นหัวใจของ การท่องเที่ยว และหนึ่งในโซลูชันที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือ Travel Lite ของไปรษณีย์ไทย ที่พร้อมเปลี่ยนภาพลักษณ์การเดินทางในประเทศไทยให้ “ชิลล์” กว่าเดิม […]Read More





