‘ไวรัสนิปาห์’ (Nipah virus) ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ข่าวการแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ (Nipah virus) ที่แพร่ระบาดหนักในเบงกอลตะวันตก ประเทศ อินเดีย จนถึงขั้นสั่งล็อกดาวน์กลุ่มเสี่ยง-กักตัวนับร้อยคน หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คนนั้น สร้างความวิตกกังวลให้กับคนไทยไม่น้อย เพราะฝันร้ายจากการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่อย่างโควิ-19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานแถมยังทิ้งร่องรอยบาดแผลในใจผู้คนและส่งผลกระทบไปรอบด้าน โดยข้อมูลที่ GM Live ทราบจากรายงานข่าว ซึ่งพบว่าการแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ ครั้งนี้เป็นการกลับมาอุบัติขึ้นใหม่ครั้งแรกในรอบ 19 ปี และสถิติยังบ่งชี้ว่าร้ายแรงกว่าโควิด-19 โอกาสเสียชีวิตสูง เพราะอันตรายถึงขั้นสมองอักเสบ-โคม่า แถมยังไร้วัคซีนในการรักษาอีกด้วย แบบนี้จะไม่ผวากันได้อย่างไร ที่สำคัญเชื่อไวรัสขนิดนี้ มีที่มาจาก “ค้างคาว” พาหะตามธรรมชาติที่สะเทือนโลกต้นเหตุของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสหลายชนิด ที่จริงถ้าติดตามข่าวการแพร่ระบาดของโรคหลายชนิดที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้จะพบว่า “ค้างคาว” สัตว์ตัวจิ๋วที่ชอบออกหากินในช่วงเวลากลางคืนและชอบหมกตัวอยู่ในถ้ำมืดๆ นี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหลายชนิด โดยเฉพาะไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบาดใหญ่ (zoonotic viruses) หรือโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ทำไมค้างคาวจึงเป็น “แหล่งกักเก็บ” (reservoir) ของไวรัสจำนวนมาก? นั้นเพราะ ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงกลุ่มเดียวที่บินได้ จึงทำให้เกิดการกระจายตัวไปทั่วโลก และยังอาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่ […]Read More
เลี่ยงวันฝุ่นหนาพร้อมสวมหน้ากาก N95 ช่วงนี้ค่าฝุ่น “PM2.5” ของประเทศไทยเราขึ้นทะยานไม่แพ้ราคาทองคำเลยทีเดียว ซึ่ง GM Liveได้ข้อมูลที่น่าสนใจจากแพทย์ที่ระบุว่า ค่า “PM2.5” ฝุ่นร้าย ไม่ใช่แค่ปอดพังแต่ทำลายสมอง เซฟสมองก่อนเป็นอัลไซเมอร์-พาร์กินสันก่อนวัย จึงควรเลี่ยงวันฝุ่นหนาพร้อมสวมหน้ากาก N95 โดยค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงนั้น หลายคนกังวลและกลัวว่าเจ้าฝุ่นร้ายนี้จะทำร้ายปอดและระบบทางเดินหายใจ จนทำให้เกิดอาการไอ จาม หรือหอบหืดกำเริบ และกรณีร้ายแรงในบางเคสของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อาจมีอาการหลอดลมอักเสบมีเสมหะเป็นลิ่มเลือดและน้ำมูกไหลเป็นเลือดได้เช่นกัน แต่นั้นยังไม่ใช่ผลกระทบต่อร่างกายที่ร้ายแรงสุด เพราะจริง ๆ แล้ว ฝุ่นพิษ PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” ได้ และหากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพถึงความร้ายการของ ฝุ่นPM2.5ที่ส่งผลต่อระบบสมอง GM Live ขอนำเสนอบทความจากนายแพทย์ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิมุต ที่จะมาคลายข้อส่งสัยว่าฝุ่น PM2.5 เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายสมองได้อย่างไร พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลสมองให้รอดจากฝุ่นพิษที่ทำตามได้ทันที เพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายนี้ รู้จัก 2 […]Read More
ส่องสัญญาณเตือนใจสั่น-เจ็บหน้าอก อย่าคิดว่าการที่นอนหลับไปแล้วไม่ตื่นเป็นการจากลาที่สบาย เพราะจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่คนที่ดูแข็งแรงหรือออกกำลังกายทุกวัน GM Liveเลยถือโอกาสชวนไปส่องสัญญาณเตือนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วน !! ก่อนหลับแล้วไม่ตื่น “โรคใหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนที่ดูแข็งแรงและใช้ชีวิตปกติ กลับลาจากไปอย่างกะทันหันด้วยการนอนหลับไปเฉย ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วภาวะดังกล่าวอาจเกิดจาก “โรคใหลตาย” ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ และคร่าชีวิตผู้คนในขณะหลับโดยแทบไม่แสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดโอกาสในการป้องกัน เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองคือกลุ่มเสี่ยง และเพื่อคลายความกังวลต่อโรคภัยร้ายนี้ GM Live มีบทความดีๆ ซึ่งน่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากแพทย์หญิงฐานิกา วุทธชูศิลป์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต ที่จะพาไปทำความรู้จักกับโรคใหลตายให้ดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยคำแนะนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ง่ายและทำได้จริง รู้จัก “โรคใหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม โรคใหลตาย (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome: SUNDS) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้ทันท่วงที ทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิต โดยโรคนี้มักเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเต้นช้าลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การนำเกลือแร่และโซเดียมในเซลล์หัวใจทำงานผิดปกติ จึงไปกระตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นไปในที่สุด เช็กลิสต์กลุ่มเสี่ยงโรคใหลตาย-แพทย์ชี้ “พักผ่อนไม่พอ” ต้องระวัง […]Read More
5 เคล็ดลับเลือกอาหารอย่างชาญฉลาด ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้การหลีกเลี่ยงเรื่องดื่มกินคงเป็นเรื่องยากซะหน่อย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวานที่ต้องค่อยระวังระดับน้ำตาลในเลือดสูงไปก็อันตราย ต่ำไปก็อันตราย แต่ความกังวลในเรื่องนี้เบาใจได้ เพราะ GM Live มีบทความดีๆ จาก ทันตแพทย์หญิงด็อกเตอร์อรุณี ลายธีระพงศ์ ผู้อำนวยการการแพทย์ด้านโภชนาการของแอ๊บบอต ประจำประเทศไทย เกีี่ยวกับ 5เคล็ดลับเลือกอาหารอย่างชาญฉลาด ในการคุมเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบอย่างไร ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขเช่นนี้ ทั้งนี้ โรคเบาหวานยังคงเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่หลายคนยังมีความเข้าใจไม่ครบถ้วนนัก ซึ่งนั้นอาจส่งผลต่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมรวมถึงทำให้ภาวะของโรคเข้าสู่ภาวะ เบาหวานสงบ หรือDiabetes Remission เป็นไปแบบช้าลง สำหรับประเทศไทยจำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หรือผู้ป่วยที่มีภาวะร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือเซลล์ร่างกายดื้อต่ออินซูลินทำให้กลูโคสหรือน้ำตาลเข้าเซลล์ไปใช้เป็นพลังงานได้น้อย ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงค้างอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีแบบนี้ ที่ต่างต้องร่วมวงกินดื่มในงานสังสรรค์มากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ และนั้นอาจทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นเรื่องท้าทายยิ่งกว่าเดิม โดยข้อมูลจากสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวไทยอายุ 20–79 ปี กว่า 6 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับโรคเบาหวาน หรือคิดเป็นอัตราความชุก 10.2% เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ในปี 2554 ซึ่งที่น่ากังวลก็คือ ผู้ป่วยถึงหนึ่งในสามยังไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังป่วย1 […]Read More
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย สู่ยุคที่ผู้บริโภคต้องการการดูแลสุขภาพเชิงลึกและเฉพาะบุคคลมากขึ้น เทรนด์สุขภาพปี 2568 ชี้ชัดถึงการเติบโตของ Personalized Wellness ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการออกแบบแนวทางป้องกันแบบเฉพาะรายบนฐานข้อมูลจริง ตั้งแต่พันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงพฤติกรรมสุขภาพ ตลาดสุขภาพด้านกระดูกสันหลังซึ่งมีมูลค่าการเติบโตต่อเนื่องจากปัญหาออฟฟิศซินโดรมและ Text Neck Syndrome กลายเป็นหนึ่งใน Segment ที่มีดีมานด์สูงที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการการรักษาแม่นยำ ฟื้นตัวเร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ เดินหน้าเชิงกลยุทธ์สู่บทบาท “Specialty Hospital” เต็มรูปแบบ โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อแห่งแรกของไทย ปักหมุดวิสัยทัศน์ปี 2568 สู่การเป็นศูนย์กระดูกสันหลังแบบครบวงจร ด้วยการลงทุนเชิงรุก 3 แกนสำคัญ ได้แก่ 1. การลงทุนเทคโนโลยีวินิจฉัยระดับประเทศ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนความผิดพลาดทางการรักษา เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการตัดสินใจทางการแพทย์ 2. การยกระดับการรักษาแบบ Minimally Invasive เทคโนโลยีเชิงรักษานี้ทำให้โรงพยาบาลสามารถรองรับเคสผู้ป่วยต่างประเทศได้มากขึ้นตามเป้าหมาย Medical Tourism 3. […]Read More
เทรนด์สุขภาพ เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า กินคลีนแล้วทำไมยังอ้วน? เพราะคงคิดกันไม่ถึงว่า เทรนด์สุขภาพมาแรงอย่างการกินอาหารคลีนที่คอนเฟิร์มว่าช่วยทั้งเรื่องสุขภาพและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแต่กลับทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มซะอย่างนั้น งานนี้ GM Live มีเฉลยกับบทความพิเศษจากนายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ W9 Wellness Center ในหัวข้อ อาหารคลีนก็ทำให้อ้วนได้ กับดักสุขภาพที่รบกวนฮอร์โมนโดยไม่รู้ตัว กินคลีนแล้วทำไมยังอ้วน? คำถามยอดฮิตที่ยังไม่มีคำตอบสำหรับใครหลายคน ในยุคที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การหันมากินอาหารคลีน กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนกลับตั้งคำถามว่า “ทั้งที่กินคลีน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ทำไมน้ำหนักถึงไม่ลดลง หรือบางรายกลับน้ำหนักเพิ่มขึ้น?” คำถามนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความไม่เข้าใจในเรื่องโภชนาการเท่านั้น แต่ยังเปิดเผยถึงความซับซ้อนของระบบเผาผลาญในร่างกายที่ยังถูกมองข้ามอีกด้วย แม้การกินคลีนจะเป็นเทรนด์สุขภาพที่มาแรง แต่โรคอ้วนยังคงพุ่งไม่หยุด ทั้งที่พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป โดยหันมากินอาหารคลีน คุมแคลอรี หรือการเลือกวัตถุดิบไขมันต่ำ โปรตีนสูง แต่ข้อมูลทางสถิติกลับแสดงให้เห็นแนวโน้มที่สวนทาง โดยอัตราการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) กลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คือความย้อนแย้งที่สะท้อนว่าพฤติกรรมสุขภาพแบบ “ดูดีภายนอก” อาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้เข้าใจกลไกภายในอย่างลึกซึ้ง การลดน้ำหนักไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานเข้า-ออก แต่คือ “สมดุลของฮอร์โมน” โดยในเรื่องนี้ นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ […]Read More
เท่าทันความเสี่ยงต่อหัวใจ สืบเนื่องจากวันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็น “วันหัวใจโลก (World Heart Day)” และทางGM Live ไก้รับบทความดีๆ จากทางGSK ร่วมรณรงค์วันหัวใจโลก ชวนคนไทยอย่ามองข้าม โรคปอดอักเสบจากไวรัสอาร์เอสวี ที่กระทบสุขภาพหัวใจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรู้เท่าทันความเสี่ยงต่อหัวใจนั่นเอง ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Don’t Miss a Beat” เน้นถึงความสำคัญคือการดูแลหัวใจและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การดูแลเชิงรุกจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ ทั้งนี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 2.5 แสนราย อีกทั้งยังเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 4 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 คน โดยหนึ่งในผลกระทบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คือ ผู้ป่วยในจำนวนนี้มีล้วนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงขึ้น เช่น โรคปอดอักเสบจากไวรัส อาร์เอสวี (RSV) โดยอาร์เอสวีเป็นไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยและสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งอาจเกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้นในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และในวันหัวใจโลกจึงเป็นการตอกย้ำเพื่อสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพเชิงรุกเพื่อปกป้องสุขภาพหัวใจของทุกคน ให้หัวใจ ไม่พลาดจังหวะ (Don’t Read More
หมั่นตรวจคัดกรองก่อนสาย &Read More
โรคที่ไม่ค่อยมีอาการเตือน เป็นอีกหนึ่งโรคที่ GM Liveมีข้อมูลว่าไม่ค่อยมีอาการเตือนให้รู้ตัวในระยะแรก สำหรับ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบ ที่กลุ่มเสี่ยงควรตรวจด่วนก่อนหัวใจล้มเหลว ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ว่านี้คือ เบาหวาน ไขมัน ความดันสูง และผู้ที่สูบบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีการเสียชีวิตหลายหมื่นรายต่อปีจากโรคหัวใจ เพราะเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ค่อยมีอาการเตือนตั้งแต่ระยะแรกเท่าใดนัก ทำให้หลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคก็เมื่อเข้าสู่ระยะรุนแรงจนรักษาได้ยาก โดยเฉพาะ“โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตามGM Live มีตัวเลขจากงานวิจัยจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศที่ระบุว่า อัตรารอดชีวิตจากการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นสูงถึง 86.8% สะท้อนถึงความสำคัญตรวจคัดกรองโรคอย่างทันท่วงที เพราะถ้าตรวจเจอเร็ว ก็รักษาได้ไว และมีโอกาสรอดชีวิตสูง และเพื่อเป็นการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อทำคสามเข้าใจถึงภัยของโรคนี้ GM Liveมีบทความที่น่าสนใจโดยนายแพทย์ศรัณย์พงศ์ ภิบาลญาติ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต มาแชร์แนวทางการรับมือกับโรคหลอดเลือดหัวใจ และความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการมีหัวใจที่แข็งแรง โรคหลอดเลือดหัวใจอันตรายแค่ไหน โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือCoronary Artery Diseaseเกิดจากการสะสมของคราบพลัค หรือคราบไขมัน ที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจจนกระทั่งหลอดเลือดตีบมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ในบางรายอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย จนกระทั่งเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต โรคหลอดเลือดหัวใจจึงเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม […]Read More
ในโลกยุคปัจจุบัน ที่ทุกอย่างเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่รั้งรอใคร ความเหนื่อยยากลำบากในการใช้ชีวิตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวมากมายดึงดูดความสนใจและสมาธิจนทำให้กายใจเหนื่อยล้าท้อถอย ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว หลายครั้งทีเดียว ที่เราไม่ได้มีเวลาเพื่อทำความเข้าใจกับตนเองให้ดีเพียงพอ ความรู้สึกขาดไร้ก็ย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว มันอาจจะดี ถ้าเราจะได้ ‘ฟังเสียงหัวใจตัวเอง’ กันอีกครั้ง และวิธีการ ‘Reparenting’ ก็เป็นกระบวนการหนึ่ง ที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลใจจากวัยวาน เพื่อการก้าวผ่านไปสู่ชีวิตที่เป็นสุขได้อีกครั้ง Reparenting หรือ การเลี้ยงดูตัวเองใหม่ เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาที่บุคคลเรียนรู้ที่จะให้การดูแลและเยียวยา “เด็กภายใน” ของตนเอง (Inner child) กระบวนการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขบาดแผลทางใจที่เคยเกิดขึ้นในวัยเด็ก และส่งผลกระทบต่อชีวิตในปัจจุบัน ที่มาของแนวคิด ในวัยเด็ก หากความต้องการพื้นฐานบางอย่าง เช่น ความรัก ความเข้าใจ หรือการยอมรับไม่ได้รับการเติมเต็มอย่างเหมาะสม อาจเกิดบาดแผลทางใจที่ส่งผลให้มีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรมเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ Reparenting จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้กลับไปดูแลความรู้สึกและความต้องการที่ขาดหายไปในอดีตนั้นด้วยตัวเอง วิธีการทำ Reparenting การเลี้ยงดูตัวเองใหม่สามารถทำได้หลายวิธี และอาจต้องอาศัยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกรณีที่มีบาดแผลรุนแรง ประโยชน์ของ Reparenting การทำ Reparenting อย่างสม่ำเสมอ สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกได้หลายอย่าง เช่น:Read More





