Connect with us

Subscribe

Life

ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาหารกระป๋อง’ ของคู่ครัวในทุกบ้าน

ในสภาวการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ สิ่งหนึ่งที่คนให้ความใส่ใจ (ผสมความตื่นตระหนก) คือเรื่องของ ‘อาหาร’ ที่เริ่มมีการกว้านซื้อและกักตุนเอาไว้เป็นจำนวนมาก แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือ ‘อาหารกระป๋อง’ ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ผ่านขั้นตอนและกระบวนการเพื่อให้สามารถรับประทานได้ในยามฉุกเฉินหรือขาดแคลน

แต่อาหารกระป๋องนั้นมีที่มาอย่างไร? วันนี้ GM Live จะมาไขคำตอบของประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรมการถนอมอาหารที่สำคัญที่สุดของภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้

อาหารกระป๋องนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าสองร้อยปีมาแล้ว ในยุคสมัยของนโปเลียน ที่ประสบปัญหาอาหารบูดเน่า เวลาที่ออกไปรบในภูมิภาคไกลๆ ซึ่งเสบียงและยุทธปัจจัย คือสิ่งสำคัญสำหรับการเดินทัพ และกองทัพ ก็ต้องเดินด้วยท้อง ปัญหานี้จึงเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก

โดยไม่รอช้า นโปเลียนออกประกาศไปว่า ใครที่สามารถคิดค้นวิธีถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน พกพาเดินทางไปได้ในทุกที่ จะตบรางวัลให้ทันทีเป็นเงิน 12,000 ฟรังค์ หรือคิดเป็นเงินไทยในปัจจุบันที่ 5.25 ล้านบาท แน่นอนว่ามีหลายคนที่พยายามที่จะคว้าเงินรางวัลนี้ แต่ก็ได้น้ำเหลวกลับไป ไม่มีใครที่สามารถสร้างนวัตกรรมถนอมอาหารตามที่นโปเลียนต้องการได้เลยสักคน

Nicolas Appert บิดาแห่งอาหารกระป๋อง

เวลาผ่านไปอีก 15 ปี นิโคลัส อัพเพิร์ต (Nicolas Appert) คนขายลูกกวาดชาวฝรั่งเศส ก็ได้สูตรลับเฉพาะในการถนอมอาหารอย่างผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยนำมาบรรจุลงในเหยือกแก้วแล้วไปต้มในน้ำเดือด ให้อุณหภูมิทำหน้าที่ฆ่าเชื้อและถนอมอาหารไปในตัว ผลลัพธ์ที่ได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะสามารถเก็บรักษาอาหารนั้นๆ ได้เป็นปี โดยไม่มีอาการบูดหรือเน่าเสีย คว้าเงินรางวัลจากนโปเลียน และได้รับการขนานนามว่าเป็น บิดาแห่งอาหารกระป๋องในที่สุด

หลายปีต่อมา เมื่อกรรมวิธีการถนอมอาหารเริ่มเป็นที่แพร่หลาย ก็กระจายไปสู่ประเทศต่างๆ ที่ได้พัฒนาและต่อยอด นำปลาสดมาบรรจุกระป๋องวางขายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก โดยใช้ปลาแซลมอนในการผลิต พร้อมกันนั้น ยังได้นำเอาวัตถุดิบถนอมอาหารอื่นๆ เช่น ซอสน้ำมันมะกอก น้ำเกลือ และซอสมะเขือเทศ มาใช้เป็นส่วนประกอบ และปลาซาร์ดีน คือหนึ่งในอาหารที่นิยมมาทำอาหารกระป๋อง เพราะมีขนาดที่กะทัดรัดพอดี และมีจำนวนมากมายมหาศาล มีการประมาณกันว่า ช่วงปี 2523-2533 มีการทำประมงจับปลาซาร์ดีนที่ 14 ล้านตันต่อปี ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เลยก็ว่าได้

สำหรับคุณสมบัติของอาหารกระป๋องที่ดีนั้น มีข้อให้สังเกตอยู่หลายจุดด้วยกันดังต่อไปนี้

-ฉลากจะต้องแสดงรายละเอียดชื่ออาหาร เลขทะเบียนอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต น้ำหนักหรือปริมาตรสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ ชนิดและปริมาณของวัตถุเจือปน ภาชนะบรรจุต้องไม่บุบบวม พองหรือโป่ง และไม่เป็นสนิม

-ขณะเปิดกระป๋อง จะต้องมีลมดูดเข้ากระป๋อง แทนที่จะมีลมดันออกมา รวมถึงอาหารที่บรรจุภายในต้องมีสี กลิ่น และรสตามลักษณะธรรมชาติของอาหารที่ผ่านความร้อน แต่ต้องไม่เปลี่ยนไปจนอยู่ในแบบที่เสื่อมคุณภาพ

อย่างไรก็ดี การบริโภคอาหารกระป๋องนั้นอาจมีผลเสียต่อร่างกาย ด้วยปริมาณของโซเดียมที่ใช้สำหรับถนอมอาหารที่อาจจะสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่คนควรได้รับโดยปกติ รวมถึงคลาสติเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียจากอาหารที่ถูกทำให้ร้อนอย่างไม่ถูกวิธีในระหว่างกระบวนการบรรจุลงกระป๋อง ดังนั้น ถ้าจะให้ดี ก่อนที่จะทำการบริโภค ควรนำเอาผลิตภัณฑ์ภายในมาผ่านความร้อนอีกครั้งเป็นเวลา 10 นาที จึงจะปลอดภัย

ทั้งหมดนี้ เป็นประวัติศาสตร์โดยสังเขปของอาหารกระป๋อง หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครัวมานับสิบๆ ปี ซึ่งเริ่มต้นจากความจำเป็น สู่การผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และต่อยอดมาเป็นสินค้าขายดี โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤติที่อาหารสดนั้นหาได้ยากและมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค แล้ววันนี้ คุณมีอาหารกระป๋องติดครัวไว้แล้วหรือยัง?

Avatar
Written By

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

ถึงหน้าร้อน ถึงเวลาข้าวแช่

Life

ถอดบทเรียนตัวอย่างผู้นำที่ดี กับการรับมือวิกฤติ COVID-19

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup