Connect with us

Life

จากหนอนหนังสือสู่มอดไม้ไผ่

เรื่อง : คำ ผกา

โดยไม่ได้อ่าน มาริเอะ คอนโดะ ฉันก็เห็นด้วยกับเธอว่า ใดๆ ที่ไม่สปาร์กจอยให้กับชีวิตเราแล้วจงทิ้งมันไป ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะดูมีค่ามีสินแค่ไหนก็ตาม เพราะการทิ้งนั้นนอกจากจะทำให้บ้านหายรกอย่างน่าอัศจรรย์ใจแล้ว ทุกๆ ครั้งที่เรารื้อของออกมา “ทิ้ง” มันเหมือนการลงบัญชีทรัพย์สินสิ่งของว่าสิ่งใดมีแล้ว สิ่งใดไม่มีมี สิ่งใดมีเกินจำเป็น

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าต้องมีชีวิตแบบมินิมอลด้วย

เช่น ฉันชอบซื้อผ้าเช็ดจานกับผ้าเช็ดมือในครัว ทุกครั้งที่เจอคุณภาพดี ถูกใจก็จะซื้อเก็บไว้เสมอ แต่เป็นการซื้อแบบที่รู้ว่าซื้อ ซื้อแล้วรู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน ซื้อแล้วรู้ตัวเสมอว่าตอนนี้มีอยู่กี่ผืน

การที่เรารื้อของออกมาเพื่อดูว่า มีอะไรที่เรา “ไม่ใช้” แล้วบ้างยังช่วยให้เราหาของเจอเสมอ รู้ว่ามีอะไรเก็บไว้ที่ไหน สต็อกสิ่งใดไว้กี่ชิ้น ดังนั้นจะไม่เกิดอาการซื้อของมาซ้ำซากเพียงเพราะหาไม่เจอ

อย่าว่าแต่คนบางคนจะหาของในบ้านไม่เจอ ถ้าเราไม่ขยันจัด ขยันทิ้ง แม้แต่ตู้เย็นก็อาจกลายเป็นหลุมดำ หามะนาวไม่เจอ ซื้อมาอีก เพื่อจะพบในอีก 1 เดือนต่อมาว่ามีมะนาวเก่าเก็บแห้งกรังตกค้างอยู่ในซอกใดซอกหนึ่งของตู้เย็นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หรืออาจเจอชีสที่เพื่อนเอามาฝากตั้งแต่สองปีก่อน แยมเมื่อชาติที่แล้ว ต้นหอมผักชีที่เหลือแต่ซากกรังๆ ถูกทับบี้แบนอยู่ในช่องเก็บผัก

ขนาดจะทิ้งของเน่าในตู้เย็นยังยาก คราวนี้ฉันจะชวนมาทิ้งในสิ่งที่ยากมากขึ้นไปอีกไม่รู้กี่ร้อยเท่านั่นก็คือ “ทิ้งหนังสือ”

ล่าสุดสิ่งที่ฉันทิ้งไปล็อตใหญ่ที่สุดคือ ทิ้งหนังสือ

แม่โทรฯ มาบอกว่า ชั้นหนังสืออันที่ฉันฝากไว้บ้านแม่ พร้อมหนังสืออีกหลายร้อยเล่มนั้น กำลังจะพังลงมาและปลวกกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย

ความคิดที่แว่บขึ้นมาในหัวคือ “ทิ้งเลยไหม”

ไม่มีอะไรจะมีค่าสำหรับหนอนหนังสือเท่ากับหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเติบโตขึ้นมาในยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต หนังสือเป็นความบันเทิงอันมีค่าหามิได้  ยิ่งไปกว่านั้นหนังสือยังค่อนข้างแพงโดยเฉพาะสำหรับเด็กที่หาเงินเองไม่ได้

สำหรับฉันนอกจากจะเฝ้ารอนิตยสารเล่มใหม่จากห้องสมุด รอหนังสือใหม่ๆ ที่ห้องสมุดซื้อมา และไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่แท่นอ่านหนังสือพิมพ์ในโรงเรียน เรายังต้องไปแย่งกันอ่าน รอคิวกันอ่าน การจะซื้อหนังสือสักเล่มหมายถึงการเก็บหอมรอมริบ กว่าจะได้ครอบครองหนังสือที่อยากได้มานาน เมื่อได้มาแล้วก็ทะนุถนอมอ่าน อ่านจบต้องเก็บเข้าชั้นไว้เป็นอย่างดี และเมื่อไม่มีอะไรจะให้อ่าน เราก็จะหยิบหนังสือเก่าๆ มาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั่นแหละ

การซื้อหนังสือ การได้ครอบครองหนังสือ จึงเหมือนเป็นรางวัลให้กับชีวิต และการได้หนังสือเป็นของขวัญก็เป็นของขวัญที่ยังความตื้นตันใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

เขียนถึงตรงนี้ก็ให้คิดถึงความสุขง่ายๆ แบบนั้นเป็นกำลัง เวลาที่มีความสุขที่สุดคือเวลาที่ได้อยู่คนเดียวกับหนังสือกองโตๆ ที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่จบไม่หมดไม่สิ้นเสียที 

ความอุ่นใจที่สุดในวัยนั้นคือ นั่งดูกองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน ถ้ายังเหลืออยู่เป็นตั้งสูงๆ ก็สุขใจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อ่านๆ ไปจนหนังสือร่อยหรอลงก็พลันเศร้าเหมือนเห็นอาหารจานอร่อยที่กำลังจะหมดลงอยู่ตรงหน้า

ใครๆ ก็บอกว่าฉันอาจหนังสือยิ่งกว่าปลวก อ่านกร๊วบๆ เผลอแป๊บเดียวก็อ่านหมดๆ

แต่เดี๋ยวนี้เหรอ?

สารภาพว่า มีหนังสือที่อ่านไม่จบอยู่เต็มไปหมด และมันน่าเศร้ามากว่า ในวัยที่เรามีเงินพอที่จะซื้อหนังสือมาอ่านมากเท่าไหร่ก็ได้ เรากลับมีความสุขกับการอ่านน้อยลง นิยายนั้นเขาว่าดี พลิกอ่านไปสิบหน้าก็รู้สึกน่าเบื่อเหลือกำลัง น่าเบื่อแม้กระทั่งหนังสือวิชาการทางประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยอ่านอย่างหิวกระหาย เดี๋ยวนี้อ่านก็งั้นๆ เฉยๆ ไม่มีอะไรใหม่

เหลือหนังสือน้อยประเภทมากที่รัดรึงฉันไว้จนจบ โดยมากเป็นหนังสือประวัติศาสตร์เชิงข้อมูล บอกเล่ารายละเอียด, หลักฐาน, การค้นพบใหม่ต่างๆ อย่างเรียบง่าย เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้คน

เมื่อนึกถึงตรงนี้ฉันจึงบอกแม่ไปว่า “ทิ้งเลย”

หาคนมาชั่งกิโลฯ ขายไปเลย

หนังสือที่บ้านแม่ประกอบไปด้วย คอลเลกชันนิยายทั้งหมดที่ใช้เขียนในกระทู้ดอกทอง เรียกได้ว่านิยายทุกเล่มของนักเขียนนิยายน้ำเน่าไทยรุ่น สีฟ้า, นันทนา วีรชน, สุวรรณี สุคนธา, กฤษณา อโศกสิน 

งานวรรณกรรมไทยตั้งแต่ทศวรรษ 20s เป็นต้นมามีครบเกือบทุกเล่ม แถมยังมีงานวรรณกรรมคลาสสิกของโลกศตวรรษที่ 20 ครบเกือบทุกเล่ม เพราะใช้เรียนวิชา ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์กับวรรณกรรมโมเดิร์นสมัยเรียนปริญญาเอก นับไปน่าจะเกือบพันเล่มที่อยู่ที่บ้านแม่ และด้วยความภูมิใจในตัวเองอย่างมาก สุดท้ายฉันตัดใจแล้วก็ยืนยันว่า “ทิ้ง”

อาจจะเป็นโชคดีของฉันอยู่บ้าง ที่มีเพื่อนที่อยากทำห้องสมุดชุมชนรู้ข่าว เลยมาขน “ขยะหนังสือ” กองเบ้อเริ่มนั้นไปแทนที่มันจะถูกชั่งกิโลขาย

ฉันไม่ได้ติดตามว่าหนังสือไปไหน จะกลายเป็นอะไร ขนไปก็ขอบคุณแล้ว

ผนังบ้านแม่โล่งขึ้น สบายตาขึ้น แม่ไม่ต้องมาปัดฝุ่น ทำความสะอาดหนังสือที่ไม่ถูกอ่าน ใช่ไหม? หนังสือที่ค้างเติ่งอยู่บนชั้นมันก็คือกระดาษเปื้อนหมึก ถามว่าฉันจะกลับไปอ่านหนังสือเหล่านั้นอีกไหม? ก็ไม่

หวนกลับมาที่ห้องในคอนโดฯ ตัวเอง ทุกๆ เดือนจะไล่เรียงดูชั้นหนังสือของตัวเอง เล่มไหนไม่อ่านแล้ว ไม่ใช้แล้ว ก็คัดทิ้งไป สุดท้ายให้เหลือแต่หนังสือที่ต้องเก็บไว้อ่านเพื่ออ้างอิง หรือค้นคว้าเพื่อจะเขียนงานเท่านั้น

ที่ตลกมากคือ ฉันทิ้งหนังสือ Never Let Me Go ของ คาซึโอะ อิชิบุโระ ไปสามวันก่อนที่มันจะถูกประกาศให้ได้โนเบล ยังคิดในใจว่า แหม น่าจะเก็บไว้ถ่ายรูปอวดเสียหน่อยว่า อุ๊ย เรามีเล่มนี้นะ คงดูดีมีรสนิยมใช่น้อย แต่ในความเป็นจริงคือซื้อเล่มนี้ดองไว้นานมาก อ่านไม่จบสักทีเพราะไม่เห็นจะสนุก ไม่เข้าใจ ไม่อิน ทิ้งขยะแม่ม ฮ่าๆๆๆ

หนังสือในบ้านค่อยๆ น้อยลงแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่า ไม่ซื้อหนังสือใหม่ๆ แต่โดยมากจะอ่านจบแล้วทิ้งเลย ไม่เก็บ เว้นแต่เล่มที่ใช้ทำงาน ฟังดูสร้างขยะ แต่ยังอ่านหนังสือออนไลน์ไม่เป็น แล้วชอบการอ่านจากกระดาษมากกว่า และขี้เกียจจะเอาไปบริจาคด้วย อดคิดไม่ได้ว่า บ้านเราน่าจะมีตู้ทิ้งหนังสือตามสถานีรถไฟฟ้า แล้วมีหน่วยงานรับผิดชอบนำหนังสือเหล่านี้ไปให้คนที่เขาอยากอ่านต่อ

พอทิ้งหนังสือได้เท่านั้น คุณเอ๋ย ชีวิตมันสบายขึ้นมาก ไม่เพียงแต่ห้องจะโล่งขึ้น สำหรับฉันมันเหมือนเราหลุดผลัวะจากการยึดมั่นถือมั่นว่าหนังสือคือปัญญา หนังสือคืออาวุธ หนังสือคือเครื่องประดับของนักปราชญ์ บ้านไหนมีหนังสือบ้านนั้นดูดี มีอารยะ ยิ่งเป็นนักเขียน บ้านยิ่งต้องมีหนังสือสิ

เดี๋ยวนี้เวลามีใครมาที่บ้านฉันก็มีใบหน้าที่ดูผิดหวัง

“ทำไมพี่แขกมีหนังสือแค่นี้เองเหรอ?”

ก็มีเท่าที่อ่านจริงๆ และกำลังจะอ่านน้อยลงเรื่อยๆ และอาจต้องยอมรับกับตัวเองว่า ดูเหมือนจะโง่ลงเรื่อยๆ ด้วย แต่อย่างน้อยบ้านก็โล่งสบายตาดีนะ เราไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่เราไม่ได้ใช้งานมันนี่นา หนังสือถ้ามีมันอยู่ในห้องเฉยๆ มันก็คือขยะนั่นละ

ผกผันกับหนังสือที่น้อยลงเรื่อย ฉันกลับมีตระกร้า กระบุงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็สนุกดี แล้วมันก็ได้ใช้งานจริง

แล้วมันก็โอเคมากเลยนะที่วันหนึ่งเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจากสรรพสิ่งที่เราเก็บ

จากหนอนหนังสือฉันก็กลายเป็นมอดไม้ไผ่ และไม่อายที่จะโง่ลงนิดหน่อย

Written By

40 แล้วทำไมต้องง่ายด้วย?

Life

การตัดใจ “ทิ้ง” นั้นยาก

Life

เมื่ออายุใกล้ 50 และไร้ซึ่งเงินเก็บ

Life

อย่าให้แม่ต้องเป็นนางฟ้า

Life

Advertisement
Connect