Connect with us

Subscribe

Life

ตอบ เบน SillyFools: เชื่อว่า BNK48 จะมีช่วงพีคได้อีก 2 ปี

วิวาทะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับทัศนะของนักดนตรีอาวุโสสองท่าน เกี่ยวกับ BNK48 นั้นน่าสนใจ ในส่วนของ “โอ๋ วง Super glue” เจ้าของเพลงฮิต “ทะเลหน้าหนาว” และ “ถามใจ” นั้นขอไม่พูดถึง เหตุเพราะว่าเป็นเรื่องที่พูดถึงในมุมมองของการเหยียดเพศอย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่าเป็นความผิดพลาดของสื่อในการนำเสนอทำให้ตัวเองถูกโจมตี
ส่วนความเห็นของ เบนจามิน จุง ทัฟเนล หรือ อดีต เบน SillyFools นักร้องนำคนที่ 2 ของวงที่ปัจจุบันได้ออกจากวงแล้ว นั้นค่อนข้างน่าสนใจ และเป็นคำถามที่น่าจะร่วมตอบไปพร้อมกัน เบนตั้งคำถามว่า “อยากรู้ว่าเทรนด์ BNK48 จะไปต่อได้สักกี่น้ำ Girlband แบบนี้ Asia Only!” ตัวคำถามนี้สำหรับผู้เขียนไม่มีปัญหาใดๆ เลย

สิ่งที่เบนกล่าวถึงค่อนข้างจะมีความจริงทั้งในเรื่องลักษณะเฉพาะที่ทำให้แพลทฟอร์มแบบนี้ได้รับความนิยมแบบจำกัดวงในเอเชีย อย่างที่เคยกล่าวถึงการรุกตลาดอาเซียนของ 48Group (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ SGO48 เปิดเวียดนาม ทำไม 48Group บุกอาเซียน : มองความสำเร็จจาก JKT48 ถึง BNK48) ซึ่งประเด็นหลักๆ คือเรื่อง “ชาตินิยม” และ เรื่อง “เพศ” ที่เป็นความละเอียดอ่อนในโลกตะวันตก

ส่วนความยั่งยืนในมุมธุรกิจนั้นธุรกิจบันเทิงทุกอย่างมีวัฎจักรของมันเช่นกัน ในเรื่องของจุดเริ่มต้นเฉพาะกลุ่ม ขยายฐานเป็นที่นิยม ทรงตัว ถดถอย กลับมาอยู่ในเฉพาะกลุ่มหรือบ้างก็ล้มหายไป เช่น Academy Fantasia ที่เคยเปิดตลาดความนิยมเรียลลิตี้โชว์ในไทย หรือแม้กระทั่ง The Mask Singer หน้ากากนักร้องก็หนีไม่พ้นวงเวียนดังกล่าวเช่นกัน

แม้กระทั่งแพลทฟอร์มไอดอล 48 Group นั้นก็เริ่มเจอทางตันภายในประเทศทั้งเสียพื้นที่ให้กับ ซากะมิจิซีรีส์ หรือกลุ่ม46 และการรุกอีกครั้งของเพลง K-Pop อย่าง Twice และ Blackpink ส่วนภายนอกประเทศ JKT48 ก็อยู่ในสภาวะที่ทรงตัวและเลยผ่านจุดสูงสุดไปแล้วกำลังอยู่ในช่วงถดถอยเช่นกัน สิ่งที่ทำให้ยังอยู่ได้ก็คือกลุ่มแฟนเฉพาะกลุ่มที่มีความเหนียวแน่น เรื่องนี้จะเห็นได้ชัดจากสปีชในงานเลือกตั้งทั้งของ มัตสึอิ จูรินะ จาก SKE48 ผู้ชนะการเลือกตั้ง หรือ “นาจัง” โอคาดะ นานะ คามิ7 จาก AKB48 ก็ยอมรับว่า ยุคทองของ AKB48 นั้นได้ผ่านไปแล้ว และพวกเธออยากจะผลักดันให้วงกลับไปสู่ยุคทองอีกครั้ง

มัตสึอิ จูรินะ

หากเรานับว่า BNK48 ในยุคปัจจุบันคือยุคทองที่มีงานเต็มเหยียดไปตลอดปี พบหน้าได้ตามสื่อทั่วไป และงานพรีเซนเตอร์เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย สำหรับผู้เขียนคิดว่าวงจะสามารถอยู่ในจุดสูงสุดได้อีกประมาณ 2 ปีซึ่งจะมีจุดสูงสุดคือการเข้าร่วมงานพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงโตเกียว 2020 ตามที่ “อากิพี” อากิโมโตะ ยาสุชิ ผู้ก่อตั้ง 48Group ได้วางไว้

กระสุนพลุที่ BNK48 ยังเก็บไว้เรียกกระแสนั้นสำหรับผู้เขียนคิดว่ายังมีอีกประมาณ 3 นัดที่จะทำให้วงเป็นที่พูดถึง หลังจากใช้ไปแล้วหนึ่งนัดคือเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย Koi Suru Fortune Cookie” ซึ่งเป็นเพลงสูตรสำเร็จที่การันตีความสำเร็จอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำในแบบฉบับใดก็ตาม ซึ่งเป็นจุดที่ส่งให้ BNK48 ไปสู่ระดับแมสได้สำเร็จ

พลุนัดต่อไปมองไปที่การจัดเลือกตั้งภายในครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะได้พื้นที่หน้าสื่อให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากการเลือกตั้ง AKB Sekai Senbatsu Sousenkyo สองเมมเบอร์ไทยทั้ง มิวสิค BNK48 และเฌอปราง BNK48 ต่างประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เราจะเห็นการเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง โดยทางค่ายผลักดันเพื่อแนะนำเมมเบอร์รุ่นที่ 2 อย่างเร่งรัด เพื่อที่จะนำไปสู่ความนิยมในการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะมาหลังซิงเกิ้ลที่4 ที่อาจจะมีเมมเบอร์จากรุ่นที่ 2 ติดเซมบัตสึเพื่อเรียกกระแสดราม่าได้อีก อันเป็นมุกที่วงพี่ที่ญี่ปุ่นก็ใช้เช่นกัน

นัดที่สอง ก็คือเพลง Heavy Rotation ที่ถือว่ามีความติดหูในระดับเดียวกับ Koi Suru Fortune Cookie อยู่ที่ว่าจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่เช่นกัน เพราะยอดขาย ”วันแรก Shonichi” ไม่ได้สะท้อนความนิยมของเพลงที่แท้จริง แต่เป็นยอดขายที่มาจากกระแสคุกกี้ฯฟีเวอร์ เพราะตอนซิงเกิ้ลที่ 2 มีการปิดพรีออเดอร์ไปแล้วก่อนที่เพลงจะดังระดับมหาชน แม้กระทั่ง RIVER เองก็ไม่เปรี้ยงปร้างในระดับมหาชนเช่นกัน

ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับยอดขายเพราะยอดขายของ AKB48 นั้นก็แตะในหลักล้านแผ่นมาโดยตลอดเช่นกัน ก็ไม่ได้สะท้อนความโด่งดังของเพลง และเชื่อว่าซิงเกิ้ลที่4 ที่จะออกยอดขายก็จะดีขึ้น เพราะจะมาพร้อมบัตรจับมือของ BNK48 รุ่นที่2 ดังนั้นต้องจับตาดูว่าเพลงดังกล่าวเมื่อถูกหยิบมาใช้จะสร้างกระแสในสังคมไทยได้หรือไม่

พลุนัดสุดท้ายก็คือ คอนเสิร์ตใหญ่ในพื้นที่ระดับจุคนหลักหมื่น ไม่ว่าจะเป็นอิมแพค อารีนาหรือสนามรัชมังคลากีฬาสถาน ที่คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ ผู้บริหาร BNK48 Office คาดหวังไว้ (อ่านที่นี่ เปิดรายได้ ‘BNK48’ จาก ‘จิรัฐ บวรวัฒนะ’ ชายผู้อยู่เบื้องหลังปรากฎการณ์ไอดอลครองเมือง) ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะบอกว่า BNK48 สามารถไปเล่นในสถานที่แบบนั้นได้หรือไม่ ไม่ใช่เพียงฐานของแฟนเพลงที่ถ้าจัดในช่วงพีคแบบนี้ก็คิดว่ามีโอกาสที่จะเต็มความจุ แต่อยู่ที่ความพร้อมของศักยภาพเมมเบอร์มากกว่าว่าจะเอาคนดูอยู่หรือไม่ เพราะถ้าไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของวงเช่นกัน ซึ่งคำถามต่อมาก็คือเมื่อไปถึงจุดสูงสุดนั้นเมมเบอร์ระดับทอปจะมีความท้าทายอะไรเหลืออยู่

โดยเป็นสูตรสำเร็จของวงไอดอลที่เริ่มสร้างชื่อเสียง คว้ารางวัล และไปเล่นในสถานที่ขนาดใหญ่ เช่น ในญี่ปุ่นก็คือ โตเกียวโดม ซึ่งหลังจากไปถึงจุดสูงสุดทอปเมมเบอร์ก็มักจะทยอยจบการศึกษาเพราะถือว่าไม่มีอะไรที่ต้องพิสูจน์อีกแล้วในฐานะไอดอล และมุ่งหน้าไปตามเส้นทางความฝันที่แท้จริงต่อไป

ดังนั้นคำถามของ เบน SillyFools อาจจะไม่ได้พุ่งตรงถามไปยังเมมเบอร์ แต่เป็นการตั้งคำถามไปถึงผู้บริหารว่า จะสามารถบริหารชื่อเสียงระดับสูงสุดให้อยู่ในระยะที่ยาวกว่าที่ผู้เขียนคาดการณ์ได้อย่างไรหากต้องการการบริหารคุณภาพที่มากกว่าในปัจจุบันเพื่อความประทับใจของแฟนๆ และถามไปยังแฟนๆที่ว่าพร้อมจะสนับสนุนวงนี้ไปอีกนานเท่าไหร่เช่นกัน

การตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ และมองไปยังอนาคตนั้นไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป แต่การไม่ตั้งคำถามและหลงใหลในชื่อเสียงและสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้มองไปยังอนาคต ต่างหากที่น่าเป็นห่วงมากกว่า

นักเขียน : RicchanSama
ช่างภาพ : PEE Photograph

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

Entertainment

ปลอม! เปลือก!

Life

RIVER – BNK48 x A.P. Honda Thailand x GM Live

GM TV

BNK48 ส่งกำลังใจให้ มุกข์ลดา สารพืช เอ.พี. ฮอนด้า เรสซิ่ง

GM TV

10 ข่าวดังประจำปี 2018 ของวงการบันเทิงไทยและเทศ

Life

หลังฉากล่ามภาษามือช่อง 7 กับเพลงใหม่ BNK48-จุดยืนเพื่อคนหูหนวกรักดนตรีที่สวนทางลม

Interview

Advertisement
Connect
Newsletter Signup