Connect with us

Subscribe

Vision

ว้าวแค่ไหนกับส่วนผสม ‘มาม่า x BTS x BNK48’ พันธมิตรทางธุรกิจที่กำลังสร้างปรากฎการณ์สุดปัง

ในสมัยที่ทั้งโลกถูกเชื่อมโยงกับด้วยสมาร์ทโฟน การทำธุรกิจจะมาแบบเดี่ยวๆ ก็ยังไม่ได้ เป็นที่มาของยุค Collaborate ที่แบรนด์ต่างสายมาครอสความร่วมมือกัน ล่าสุด เครือสหพัฒน์ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเบอร์หนึ่งของไทย มาจับมือกับ เบอร์ต้นๆ เรื่องคมนาคมระบบรางอย่าง BTS และวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ที่จะสร้างปรากฏการณ์ความว้าวรูปแบบใหม่ ที่ปังกว่างานจับมือ
จากศูนย์ฯ สิริกิติ์ถึงไบเทคบางนา เพิ่มความใหญ่ของงานอีกเท่าตัว

เนื่องจากศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีกำหนดปิดปรับปรุงยาว 3 ปี ทำให้หลายงานที่ใช้สถานที่นี้เป็นที่จัดงาน ต้องหาสถานที่แห่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หรืองานจำหน่ายสินค้าของเครือสหพัฒน์ ‘สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 22’ ที่ย้ายมาจัดที่ไบเทคบางนา

งาน สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 22 นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2561 ซึ่งขยายพื้นที่จัดงานขึ้นอีกกว่า 2 เท่า โดยขนเอาสินค้าในเครือสหพัฒน์ กว่า 1,000 คูหา มาจำหน่ายในราคาพิเศษ และยังได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการรวมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศอีกกว่า 20,000 ร้านมาในงาน

การย้ายสถานที่จัดงานมาที่ ไบเทคบางนา นี้มีข้อดีตรงสถานที่กว้างขวางกว่าศูนย์ฯสิริกิติ์ อีกทั้งยังมีสถานที่จอดรถที่รองรับรถยนต์ได้มากถึง 4,700 คัน ที่สำคัญยังเดินทางสะดวกเพราะมีสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่มีทางเดินเชื่อมต่อโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางจากใจกลางเมือง

แต่ BTS ไม่ได้มีส่วนช่วย เครือสหพัฒน์ แค่เรื่องการคมนาคมขนส่งเท่านั้น

Big Data จากสอง Big แบรนด์

ถ้ายุคอุตสาหกรรมที่ผ่านมามี ‘น้ำมันเชื้อเพลิง’ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โลกยุค Facebook Google ก็มี ‘ข้อมูล’ เป็นพลังสำคัญในการผลักดันโลกให้หมุนไปข้างหน้า

  1. e-Payment System เพื่อปูทางไปสู่สังคมไร้เงินสด ร้านค้า และจุดจำหน้าสินค้าในเครือสหพัฒน์ อย่าง Lawson, Daiso จากญี่ปุ่นที่ทางเครือสหพัฒน์ถือหุ้น จะมีใช้จ่ายผ่านบัตร Rabbit ที่ทาง BTS กรุ๊ป ถือหุ้นได้ ช่วยให้บัตร Rabbit มีส่วนแบ่งการตลาดบัตรสมาร์ทการ์ด ที่ใช้ในการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่บัตรนี้ใช้จ่ายค่ารถไฟฟ้า และร้านค้าเพียงไม่กี่แห่ง
  2. Targeting Media การรู้ข้อมูลผู้บริโภคระดับบุคคล ทำให้ทางเครือสหพัฒน์สามารถทำเคมเปญโฆษณาได้แคบขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลของ VGI บริษัทโฆษณาที่ BTS เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วด้วย จะยิ่งทำให้โฆษณาของสินค้าในเครือสหพัฒน์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  3. M-Commerce อาวุธหนึ่งที่เตรียมพร้อมสงครามแย่งชิงเจ้าตลาดในสังคมไร้เงินสดของ BTS นอกจากบัตร Rabbit แล้วยังมีบริการ Line Pay ที่ให้บริการในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ทำให้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไร้รอยต่อทอเต็มผืนมากยิ่งขึ้น
  4. Loyalty / Redemption Program โปรแกรมแลกรางวัลผ่านบัตรสมาชิก อาจจะเป็นบัตร Rabbit หรือ การใช้บัตรเดิมในเครือสหพัฒน์อย่างเช่นบัตรสมาชิก HIS & HER Plus Point ก็มีความเป็นไปได้
  5. Big data Partnership การร่วมมือกันครั้งนี้ช่วยให้เครือสหพัฒน์ไม่ต้องลงทุนวางระบบ และเก็บข้อมูล Big Data เอง เพราะมี BTS ทื่วางรากฐานเรื่องนี้มาอย่างยาวนานเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนข้อมูล
  6. Staff Card จะเป็นอย่างไรถ้าพนักงานหลายหมื่นคนในอาณาจักรพันล้านของเครือสหพัฒน์ เปลี่ยนบัตรพนักงานมาเป็นบัตรที่ผูกกับ Rabbit นั้นทำให้ฐานผู้ใช้งานบัตร Rabbit ขยายตัวมากขึ้น ลดค่าดูแลระบบเฉลี่ยต่อหัวลงไปได้หลายเท่า และมีส่วนช่วยให้ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
  7. Distibution of Goods ในอนาคตอาจจะมีจุดจำหน่ายสินค้าของเครือสหพัฒน์ในสถานีรถไฟฟ้า BTS ในรูปแบบคีออส หรือ ตู้กดอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าต้องชำระสินค้านั้นด้วยบัตร Rabbit หรือ LINE Pay
  8. Smart Sampling แจกของตัวอย่างฟรี เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ แล้วกลับมาซื้อสินค้า รวมถึงช่วยบอกต่อให้เพื่อนมาซื้อสินค้านอกจากข้อตกลงเริ่มต้น 8 ข้อแล้ว ในเฟสต่อไปของความร่วมมือ ยังมีความเป็นไปได้ที่เครือสหพัฒน์จะรุกตลาด e-Commerce โดยขยายตลาดออนไลน์แล้วใช้เครือข่าย Kerry Express ที่ทาง VGI ถือหุ้นอยู่ส่วนหนึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าหลักได้อีกด้วย

    ความร่วมมือของ เครือสหพัฒน์ และ BTS ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากความสัมพันธ์อันยาวนานของตระกูลโชควัฒนา และ กาญจนพาสน์ ตั้งแต่เจเนเรชั่นหนึ่ง ยุคบุกเบิกทำธุรกิจแถวย่านราชวงศ์เมื่อ 70 ปีก่อน

    แล้วสาวๆ BNK48 ของเราล่ะ มาเกี่ยวข้องยังไงกับเขาด้วย

ภาพ PEE Photograph รับถ่ายวีดีโอ

ไอดอลสาวสัญญาณการปรับตัวของธุรกิจแสนล้านที่ผ่านมา บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 29,570 ล้านบาท กำไร 1,415 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 33,311 ล้านบาท กำไร 1,386 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 32,017 ล้านบาท กำไร 1,571 ล้านบาทแม้รายได้ของ เครือสหพัฒน์จะเพิ่มขึ้น ร่วมถึงกำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จากเทรนด์และทิศทางในอนาคตทำให้ เครือสหพัฒน์ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

    ถ้าเกลียวคลื่นของการเปลี่ยนแปลง เปรียบได้กับสิ่งที่ขวางทางเราคือ River River River ความกล้าในการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ของเครือสหพัฒน์ครั้งนี้ อาจจะตรงกับ ‘ไปสิก้าวไปข้างหน้า’ ในเพลง River ของ BNK48 มากกว่าจะให้ธุรกิจเดินตามไปตามวิสัยทัศน์เดิมๆ แล้ว ‘ให้คุกกี้ทำนายกัน’ อย่างเพลงจุดกระแส คุกกี้เสี่ยงทาย

    เห็นได้จากการหันมาใช้จับมือกับ BTS กรุ๊ป เพื่อนำ Big Data มาใช้ในการขยายตลาดระดับบุคคล การเตรียมขยับตัวรุกตลาด e-Commerce การกระจายระบบขนส่งโลจิสติกส์

    การดึงเอา BNK48 เข้ามา ยังเป็นหมากเด็ดในการเรียกแขกให้ตัดสินใจมางาน สหแฟร์ ครั้งที่ 22 ที่ย้ายมาที่ไบเทคได้ง่ายขึ้น คนทั่วไปอาจจะไม่ถูกดึงดูดด้วยคำว่า BNK48 ง่ายเหมือนโดยป้ายยาอย่างเหล่าโอตะ แต่เชื่อถือว่า น้องๆ BNK48 มีพลังพอในการทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่ง อยากได้เห็นตัวเป็นๆ ได้เหมือนกัน

    ทำให้ในงาน สหแฟร์ ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคมนี้ อาจจะพบกับคลื่นมวลมหาประชาชนจำนวนมากกว่างานจับมือเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

    แต่ถ้าคิดว่า BNK48 ยังเป็นแม่เหล็กที่ไม่แรงพอ ทางเครือสหพัฒน์ยังจัดไม้ตายอย่าง ออเจ้า เบลล่า-ราณี แคมเปน อีกชุดหนึ่ง เรียกว่างานนี้ ไบเทคไม่แตกก็ให้มันรู้ไป

    ลืมบอกว่าที่ไอดอลสาว BNK48 คือสัญญาณการปรับตัวของธุรกิจแสนล้าน นั้นเพราะ คนที่รีเควสว่าต้องเป็น BNK48 และ ออเจ้า เบลล่า เท่านั้น คือเสี่ย บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา บอสใหญ่ ประธานเครือสหพัฒน์ ในวัย 82 ปี !!!

    ขนาดระดับเบอร์หนึ่งอย่าง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ยังกล้าที่จะปรับตัวเองเรียกน้องๆ BNK48 มาด้วยตัวเองแบบนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่าอนาคตของ เครือสหพัฒน์ ในเจเนเรชั่น 3 นี้ มีทิศทางที่สดใสน่าติดตามอย่างมากที่สุด

เพราะตอนนี้ยักษ์ใหญ่ที่ชื่อ ‘เครือสหพัฒน์’ ลุกขึ้นมาเต้นระบำ แถมยัง ‘โกงความแก่’ ปรับตัวเข้ากับ Millennials ได้แบบเนียนเวอร์

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisement
Connect
Newsletter Signup