Connect with us

Subscribe

Life

‘เนื้อไร้เนื้อ’
AgTech สายกู้วิกฤติอาหาร

แม้ธุรกิจด้านการทำเกษตร โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตเพื่อเป็นอาหาร จะดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากวิกฤติโควิด-19 มากนัก เพราะอาหารเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องบริโภคอยู่แล้ว แต่ด้วยวิถีชีวิตใหม่ของคน ที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ความท้าทายระยะยาวของวงการเกษตรและอาหาร จึงถูกทิ้งบอมไว้ด้วยคำถามว่า อะไร คือ ‘การต่อยอด’ ด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่วงการนี้ นวัตกรรมในแบบที่เรียกว่า AgTech (Agriculture Technology) หรือเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ที่จะมาช่วยพลิกวงการเกษตรและอาหารไทยให้มีมูลค่าเพิ่มยิ่งขึ้น…อยู่ที่ใด? 

หนึ่งในคำตอบที่ช่วยย้อนความกระจ่างแก่คำถามข้างต้น ค่อยๆ เกิดขึ้นในวงแคบๆ ทั้งจากเกษตรกรไทย ผู้ประกอบการไทย และสตาร์ทอัพไทยหัวใจสีเขียวมากขึ้น แม้จะเป็นแค่เสี้ยวส่วนเล็กๆ แต่ก็ทำให้น่าติดตามถึงการริเริ่มให้วงการเกษตรตื่นตัว โดยหนึ่งในนั้นที่อยากหยิบยกมาเล่า คือ ธุรกิจผู้ผลิต ‘เนื้อไร้เนื้อ’ หรือเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืชในชื่อ ‘Let’s plant meat’

ตามที่คาดการณ์ว่าในปี 2593 หรืออีกราว 30 ปีข้างหน้า โลกจะเผชิญกับวิกฤติทางด้านอาหารอันเนื่องจากประชากรล้นโลก โดยอาจเพิ่มขึ้นเป็น 9,700 ล้านคน ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ทั่วโลกคาดว่าอาจจะเพิ่มสูงขึ้นราว 70% 

ในปัจจุบันจึงเริ่มมีการคิดค้น เนื้อสัตว์ที่ไม่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ แต่ใช้วิธีการทางเทคโนโลยีผลิตเนื้อสัตว์จากพืช (Plant-Based) ขึ้นมาทดแทนซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมอาหารและเชนธุรกิจร้านอาหารทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เพียงแต่สิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรม ต้องใช้พลัง ความคิด เป็นสิ่งมีมูลค่า จะเข้าถึงได้ต้องจ่ายค่าคุณค่าอย่างเหมาะสม

Natural food. Photo collage with vegetarian food

สมิต ทวีเลิศนิธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้าแปรรูปการเกษตรในกลุ่มสินค้าเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส มีฐานการผลิตในจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ผลิต ‘Let’s plant meat’ (เล็ท แพล็น มีท) เนื้อจากพืชออกจำหน่าย โดยมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ได้เล่าให้ฟังว่า…

“ผมมองเห็นว่าอนาคตด้านอาหารการกินที่จะค่อยๆ เปลี่ยนไป เราจะเริ่มเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ น้อยลง และเราจะรักสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทีมงานจึงใช้เวลาค้นคว้าวิจัยกว่า 10 เดือนกับการมองหาเทรนด์ใหม่ๆ ในแวดวงเกษตร ซึ่งหลังจากช่วงเวลานั้นเราได้พบว่าตลาดทั่วโลกให้ความสำคัญกับเทรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชเติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ในประเทศไทยนั้นตลาดยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงมีผู้ผลิตเพียงน้อยราย กลับกันความต้องการในประเทศไทยมีมากไม่ใช่น้อย

“โดยตอนนี้ประเทศเรามีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชมาจากต่างประเทศในปริมาณที่สูงมากต่อปี และราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ยาก ผมจึงมองว่าการที่เรามาพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชเอง จะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศ ในราคาที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ เป็นการลดช่องว่างของราคา โดยวางราคาขาย Let’s plant meat ต่อชิ้น 75 บาทสำหรับขนาด 113 กรัม ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปประกอบอาหารได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอดหรือผัด”

สำหรับความยากของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Let’s plant meat นั้นสมิตมองว่าจะทำยังไงให้เนื้อจากพืชมีสัมผัส รสชาติ การประกอบอาหารใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์มากขึ้น และผู้บริโภคไม่รู้สึกแตกต่าง ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ท้าทายดังกล่าว แต่เขาก็ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการผลิต จนสุดท้ายก็ได้สูตรเนื้อจากพืชที่มีความใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ออกมาสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำต่างๆ ในกรุงเทพฯ

Healthy or vegetarian nutrition concept with selection of organic autumn fruits and vegetables on rustic wooden table

ทั้งนี้จากมูลค่าตลาดในเอเชียแปซิฟิกของสินค้าเนื้อจากพืชในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่าในปี 2568 จะเพิ่มเป็น 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือคิดการเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี ในขณะที่ตลาดเนื้อสัตว์เติบโตเพียง 4% ต่อปีเท่านั้น จึงแสดงให้เห็นว่าความต้องการอาหารอย่างเช่น เนื้อจากพืชในภูมิภาคนี้มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสของผู้ผลิต Plant-Based Meat ที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช ภายใต้แบรนด์ Let’s plant meat เป็นอีกนวัตกรรมของแวดวงเกษตรเพื่ออาหารของไทย ที่ผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ทานอาหารเจ มังสวิรัติ และวีแกน (vegan) โดย สมิตได้เริ่มทดลองทำผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ปี และได้ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนา (research and development : R&D) อีกราว 7 เดือนในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ โปรตีนถั่วเหลือง โปรตีนข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำข้าว เป็นต้น โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการผลิต

@@ STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2020 มิติใหม่ของการจัดงานในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) ครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดขึ้นในวันที่ 1-4 กันยายน 2563กับหัวข้ออัพเดทโลกแห่งนวัตกรรม เป็นการรวมตัวกันของเหล่าสตาร์ทอัพ และกูรูด้านต้านต่างๆที่มาให้ความรู้ กันอย่างมากมาย  ติดตามได้ที่ https://stxite2020.nia.or.th 

#GMLive #AgTech #Let’s plant meat #อาหาร #เกษตร #เนื้อจากพืช #มังสวิรัติ #วีแกน #STARTUPTHAILANDxINNOVATIONTHAILANDEXPO2020 #ST2020#ITE2020 #NIA

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup