x

คะแนน 7.5/10
***ขออภัยในความไม่ PC ของชื่อเรื่อง
คอลัมน์: หนัง ชวน เชื่อ
เขียน: ณัฐกร เวียงอินทร์
 
ยกเว้นไตรภาคของคริสโตเฟอร์ โนแลนอย่าง Batman Begins(2005) The Dark Knight(2008) และ The Dark Knight Rises(2012) ในวันที่หนังระดับบ็อกซ์ออฟฟิศเต็มไปด้วยหนังซูเปอร์ฮีโร่ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าคาแรกเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC นั้นดูจะเป็นรองจากค่าย Marvel อยู่ค่อนข้างมาก (นี่พิจารณาเฉพาะตัวซูเปอร์ฮีโร่แบบไม่อิงค่ายหนังที่ทำ)
 
หากเทียบลีลายียวนของซูเปอร์ฮีโรสายมาร์เวลอย่าง Ant Man, Iron Man หรือ Deadlpool กับจักรวาลที่เพิ่งสร้างของแก๊งดีซีแล้ว แม้ว่าในปีที่แล้วจะพยายามบูสต์ซูเปอร์ฮีโร่สายนี้ผ่านหนังที่เล่นใหญ่ด้วยการเอาแบทแมนมาชนกับซูเปอร์แมนอย่าง Batman V Superman: Dawn of Justice(2016) หรือราวดาวร้ายสายดีซี Suicide Squad(2016) แต่ในแง่ความลงตัวของบทก็ดูจะเป็นรองหนังสายมาร์เวล
 
แต่การปรากฏตัวของ Wonder Woman(2017) ทำให้เกิดความหวังใหม่ปรากฏต่อมวลมหาซูเปอร์ฮีโรทางฝั่ง DC ว่า 
 
พวกข้ากำลังจะมาแล้ว...
 
Wonder Woman(2017) เชื่อมต่อกับจักรวาลของดีซี ที่เปิดเรื่องด้วย Batman V Superman: Dawn of Justice(2016) ซึ่งมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เธอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตของเธอ ตั้งแต่เป็นเจ้าหญิงไดอานา บนเกาะลึกลับ ที่อิงกับตำนานของเทพปกรณัมกรีกอย่างสงครามระหว่างซุส กับเทพสงครามอย่าง แอรีส ซึ่งบรรยากาศที่เธออยู่ เป็นเหมือนสังคมยูโทเปียแบบโบราณที่เชื่อในเรื่องศีลธรรมจริยธรรม ถูกตัดสินแบบเรียบง่ายเพียงแบ่งเป็น ความดี ความชั่ว ความดีเอาชนะความชั่ว
 
แต่โลกของเธอเปลี่ยนไปเพราะการเข้ามาถึงเกาะของสตีฟ เทรเวอร์ สายลับของฝั่งสัมพันธมิตรซึ่งหนีการไล่ล่าจากฝ่ายกองทัพอักษะ จากสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อโลกไม่สงบสุข นั่นทำให้ไดอานาต้องออกไปจากเกาะด้วยความเชื่อที่ว่าเธอจะต้องไปปราบแอรีสเพื่อให้สงครามสงบลง
 
หากดูจากพล็อตนี้ เราอาจจะนึกถึง Captain America: The First Avenger(2011) ที่ย้อนไปสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เนื้อเรื่องเชยมาก (ก่อนที่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในภาคต่อมา) ตอนแรกเลยเผื่อใจไว้เยอะว่าเราจะเห็นอะไรที่สุดเชยโผล่ออกมาจาก Wonder Woman แน่ ๆ
แต่หนังกลับทำให้ดูน่าพอใจกว่านั้น นอกจากออร่าความงามของ Wonder Woman ที่ทีมสร้างหนังคงจะพยายามปั้นให้กัล กาโดต์สวยงามระดับเทพแล้ว (พลังทำลายล้างสูงทั้งร่างกาย และความงาม) ตัวหนังกลับทำให้ซับซ้อนมากกว่าความดีเอาชนะความชั่วแล้วสงครามโลกจะจบลง แต่พยายามทำให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของเจ้าหญิงไดอาน่า จากเจ้าหญิงใส ๆ ที่เชื่อว่า เมื่อทำลายความชั่วสูงสุดนั่นคือเทพแอรีสแล้ว ความสงบสุขจะกลับมาเยือนโลกนี้
 
ในทางกลับกัน เธอได้เรียนรู้ว่า ความเป็นมนุษย์มันซับซ้อนกว่าโลกทัศน์ "คนดี" ที่เธอเคยรู้จักมาตั้งแต่เด็ก แต่คนทุกคนล้วนแล้วแต่สามารถเป็นได้ทั้งคนดีที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นคนชั่วที่ต้องการทำลายล้างคนอื่นในแบบเทพแอรีสได้เช่นกัน
 
นี่คือโลกความจริงที่เธอได้เรียนรู้หลังจากที่ออกมาจากเกาะยูโทเปียที่มองมิติศีลธรรมที่ดูตื้นเขินมาก ๆ
 
แม้ว่า Wonder Woman จะมีจุดอ่อน ความไม่สมเหตุสมผลหลายอย่างอยู่เยอะมาก แต่การวางกรอบทางความคิดใหญ่ในภาพแบบนี้ หลังจากที่ซูเปอร์ฮีโร่ทางฝั่ง DC ล้มลุกคลุกคลานมานานในสงครามระหว่าง 2 จักรวาลฮีโร่
 
ทำให้เรามีความหวังว่า ในเมื่อเราเลือกหนังสายแมสเสพได้อย่างจำกัดแค่หนังซูเปอร์ฮีโร่
 
ก็ขอให้ได้เห็นหนังซูเปอร์ฮีโรที่มันดูเข้าท่าหน่อย ๆ