เรื่อง : พสธร ขอขจายเกียรติ
 
หนึ่งในรายการจัดแสดงของงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดที่สุดของปีนี้คงหนีไม่พ้นการนำ West Side Story ละครเพลงชื่อดังของบรอดเวย์มาเปิดแสดงในไทย  หลังจากที่ละครเวทีเรื่องนี้เคยเล่นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ. 2549   
 
การกลับมาครั้งนี้ยังนำรูปแบบ Original Broadway Classic หรือเวอร์ชั่นที่มีแนวการเต้นตามต้นตำรับของบรอดเวย์เมื่อปี 1957 มาให้ได้ดูกันอีกด้วย ดังนั้นไม่เพียงตำนานรักและศึกแห่งศักดิ์ศรีเท่านั้น  แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจดจำของการแสดงคือท้วงท่าที่พร้อมเพรียงของนักแสดงทุกคน
 
West Side Story เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมอมตะของเชคสเปียร์ “โรมีโอแอนด์จูเลียต” ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างตระกูลให้กลายมาเป็นแก๊งส์เจ็ตเด็กหนุ่มอเมริกัน และแก๊งส์ชาร์กชาวเปอร์โตริโกอพยพพยายามแย่งกันเป็นเจ้าของผู้คุมพื้นที่ 
 
แต่แล้วโทนีย์และมาเรียก็เกิดตกหลุมรักเมื่อแรกเห็นจนทำให้โทนีย์พยายามที่จะประสานความบาดหมางนั้นเพื่อให้เขาได้ครองรักกับมาเรีย  แต่เพียงการกระทำและคำพูดของเขาอาจแก้ปัญหาไม่ได้  จนสายเกินไปและทำให้เกิดโศกนาฏกรรมความรักและความขัดแย้งที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต 
 
แม้ว่าเส้นเรื่องจะคงความคลาสสิคด้วยเรื่องราวความรัก ที่หลายกคนอาจมองว่าไม่ต่างจากละครน้ำเน่าของไทยซักเท่าใดนัก และยิ่งหากมองในยุคปัจจุบันแล้วด้วยมีครู่หนึ่งระหว่างการแสดงที่ผู้เขียนนึกถึงความรักของอันนาและเจ้าชายฮานซ์ในแอนิเมชั่นเรื่องดัง Frozens ที่ตกหลุมรักกันเพียงแรกเห็น  หากแต่ต่างกันด้วยปลายทางของพระนางเรื่องนี้ไม่ได้หวังเรื่องรักที่ฉาบฉวยเท่านั้นแต่แสวงหาความสุขที่ยั่งยืน   
 
อย่างไรแล้วอาจมีบางคนสงสัยว่าแล้วทำไมเรื่องราวรัก ๆ แบบนี้จึงยังเป็นที่นิยมอยู่  อาจเป็นเพราะบริบทของเรื่องที่ถูกนำประเด็นความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติให้เป็นปมของเรื่อง  โดยหลายคนเชื่อมโยงว่าที่มาที่ไปของสองแก๊งส์นี้คือปมความขัดแย้งของกลุ่มชาวคริสต์และชาวยิวในสหรัฐฯ  ซึ่งเป็นประเด็นที่แข็งแรงพอทำให้ละครเวทีเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าความรัก 
 
นอกจากเนื้อหาที่ชวนดูแล้ว  ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้ West Side Story เวอร์ชั่นนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วย 3 ไฮไลท์ที่น่าจับตามอง
 
ดนตรีที่แปลกหูและเสียงร้องคุณภาพ
 
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของละครเพลงเรื่องนี้คือเรื่องดนตรีที่มีความแตกต่างจากละครเพลงบรอดเวย์ดัง ๆ เรื่องอื่น ด้วยความที่ยังมีกลิ่นอายของดนตรีคลาสสิคอยู่บ้างขณะเดียวกันยังมีเสียงกลองที่หนักแน่นพร้อมกับเครื่องเคาะมาช่วยทำให้เพลง America และอีกหลายเพลงบ่งบอกวัฒนธรรมเปอร์โตริโกของตัวละครได้เป็นอย่างดี  และยังมีจังหวะสนุก ๆ แบบอเมริกันมาช่วยทำให้เห็นความแตกต่างของสองแก๊งส์บนเวทีเดียวกันได้เป็นอย่างดี
 
มีเพียงดนตรีอย่างเดียวใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ  เพราะทีมนักแสดงชุดนี้จัดได้ว่าเสียงทรงพลังอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะพระเอกของเรื่องที่เนื้อเสียงนุ่มชวนทำให้เพลง Maria และ Tonight เป็นเพลงรักชวนฝันและทำให้ผู้ชมสัมผัสความประทับใจของรักแรกพบของเขาและมาเรียได้จริง ขณะที่นางเอกสาวยังพกเอาเสียงบางสูงมาเฉือดเฉือนอารมณ์ให้ผู้ชมเข้าถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียคนรักที่สุด  นอกจากนี้สำเนียงของนักแสดงที่แตกต่างไปตามตัวละครแม้ว่าจะเป็นอุปสรรคกับคนไม่แข็งแรงด้านภาษาอยู่บ้าง  แต่เต็มเติมอารมณ์และความสมจริงของเรื่องได้
 
 
ลีลาการเต้นที่ไม่ยากแต่น่าดู
 
สิ่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของโปรดักชันส์นี้เพราะนำเอามาจากต้นแบบของ  Jerome Robbins ที่เคยกำกับและออกแบบท่าเต้นไว้   ด้วยลีลาการเต้นที่ยังเห็นเค้าโครงความเป็นบัลเล่ต์ค่อนข้างชัดเจนทั้งการยกตัวกระโดดเตะขาบวกกับความพร้อมเพรียงของนักเต้นทุกคนในฉากจึงทำให้ฉากโลกในฝัน Quintet กลายเป็นฉากที่มีการออกแบบการเต้นได้อย่างน่าจดจำ  และอีกหนึ่งฉากคือลีลาการเต้นรำใน Dance at the gym ที่นำการเต้น Bomba การเต้นพื้นเมืองของเปอร์โตริโกซึ่งเป็นการผสมผสานทั้งวัฒนธรรมสเปนและแอฟริกัน  มาผสมกับการเต้นแบบ Swing จนทำให้ลีลาของนักเต้นเผ็ดร้อนและชวนดูไม่ต่างจากสีสันของเครื่องแต่งกายบนเวที
 
 
นอกจากเพลงที่โชว์สกิลการเต้นอย่างพร้อมเพรียงแล้ว  การออกแบบตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของนักแสดงก็ยังทำได้อย่างน่าสนใจ  ทั้งทำให้ฉากการต่อสู้ดูมีชั้นเชิงและเพลิดเพลิน  เว้นแต่ฉากการต่อศึกแห่งศักดิ์ศรีนัดสำคัญของเรื่อง แต่กลับเป็นคิวบู๊ธรรมดาไม่ได้หวือหวาและแทงกันตายในเพียงไม่กี่นาทีอีกทีด้วย  ซึ่งในข้อนี้อาจเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบที่ต้องการแฝงนัยยะบางอย่างไว้ในฉากนี้ก็ได้
 
 
อุปกรณ์ไม่มากแต่ทำให้ฉากดูลงตัว
 
ฉากสำหรับการแสดงในรูปแบบบรอดเวย์ทัวร์โดยทั่วไปอาจไม่ได้เต็มรูปแบบอยู่แล้ว โดยเฉพาะโปรดักชันส์นี้ที่มีโครงสร้างชิ้นใหญ่ ๆ เพียงโครงเหล็ก ประกอบกันสองข้างแต่ให้กลิ่นอายเก่า ๆ ชื้น ๆ แบบซอกซอยในกรุงนิวยอร์ก นอกจากนี้ยังใช้เพียงจอสไลด์ภาพขนาดใหญ่เท่านั้น  แต่เมื่อมองภาพรวมกับการแสดงแล้วกลับดูลงตัวไม่ขาดไม่เกิน  ที่น่าสนใจคือการเลือกใช้ไฟสาดเป็นพื้นหลังในฉากที่ต้องการนำเสนอลีลาการเต้นของกลุ่มนักแสดง  เพราะสีที่ไล่เฉดกันอย่างเรียบง่ายนี้ช่วยขับให้นักแสดงเป็นจุดรวมสายตาของผู้ชมตลอดทั้งโชว์ได้อีกด้วย  
 
 
ไม่เพียงแค่องค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้แต่ศักยภาพอื่น ๆ ของนักแสดงและความพร้อมเพรียงของทีมงานทุกฝ่ายยังทำให้การแสดงครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น น่าเสียดายแต่ปัจจัยด้านสถานที่ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยกับการฟังดนตรีและร้องสดซักเท่าไหร่นัก   จนไม่แน่ใจว่าหากนั่งชั้น 2 หรือชั้น 3 ของหอประชุมใหญ่จะได้ฟังเสียงที่ชัดเจนดีพอหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ไม่บ่อยนักที่จะมีโปรดักชันส์คุณภาพของบรอดเวย์มาเยือนไทย หากมีโอกาสจึงขอให้แวะเวียนไปชมกันได้ตลอดทั้งสัปดาห์นี้
 
 

***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน