ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยเทรนด์สีสันใหม่สุดจี๊ดของนาฬิกา ที่เห็นแล้วต้องโดนข้อ(มือ)บ้างสักเรือน

SEVENFRIDAY P3/07 KUKA III
สีส้มสะดุดตาได้กลายมาเป็นจุดเด่นของนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดและเป็นรุ่นพิเศษที่เตรียมผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเพียง 750 เรือน สานต่อความสำเร็จของสองซีรีย์แรกทั้งใน กูกา วัน (KUKA I) และกูกา ทู (KUKA II) ซึ่งมียอดขายรวมกันแล้วมากกว่า 3,600 เรือน โดยสมาชิกใหม่รุ่นนี้ยังคงได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องจักรหุ่นยนต์ รวมถึงวิทยาการความแม่นยำและความสามารถรอบด้านที่ได้ถูกตีความสู่การแสดงเวลาอย่างเที่ยงตรง ด้วยกลไกอัตโนมัติ ภายใต้รูปลักษณ์ที่คล้ายกับหุ่นยนต์ กูกา ในโทนสีส้มสลับสีเทากันเมทัล บอกเวลาด้วยดิสก์สี่แผ่น สำหรับแสดงชั่วโมง นาที วินาที และกลางวัน/กลางคืน ส่วนปลายเข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ขณะที่แสดงวินาทีบนแผ่นดิสก์สีดำ วาดตัวเลขสีส้มทุกๆ 10 วินาที วงแหวนรอบตัวเรือนหุ้มด้วยซิลิโคนสีดำลายเส้น และประกอบคู่สายซิลิโคนสีส้ม เดินเส้นสีดำด้านนอก พร้อมประทับโลโก้ของแบรนด์ด้านใน เปลือยให้เห็นรูปลักษณ์สไตล์หุ่นยนต์ด้วยแผ่นดิสก์สเกเลตันสีส้มด้าน ณ ตำแหน่ง 7 นาฬิกา อวดการทำงานของกลไกจักรกลบางส่วนที่ติดตั้งไว้ภายใน และยังคงฝังชิพ NFC สำหรับตรวจสอบความเป็นของแท้ของนาฬิกา กันน้ำได้ลึก 30 เมตร 
BVLGARI New Serpenti
เติมสีสันและลูกเล่นใหม่ให้กับความหรูหราและเป็นต้นตำรับของ บุลการี (Bulgari) โดยแท้ กับคอลเลกชั่นใหม่ของ เซอร์เพนติ (Serpenti) ที่นำเอาเอกลักษณ์และงานออกแบบนาฬิการูปงูที่เราต่างคุ้นเคย มาแต่งเติมด้วยสีสันใหม่ของการเลือกประกอบนาฬิกาด้วยสีของวัสดุตัวเรือนขนาด 27.0 มิลลิเมตรได้ทั้งสีเงินของสเตนเลสสตีล หรือสีทองของทองชมพู และงานประดับเพชรบนขอบตัวเรือน เข้ากับสีสันของหน้าปัดที่มีให้เลือกด้วยสีดำ แดง เขียว หรือขาว ทำจากวัสดุและงานตกแต่งประณีต เลือกได้ในแบบแล็คเกอร์ เปลือกหอยมุก หรือหน้าปัดแกะลายกิโยเช่ พร้อมด้วยสายหนัง Karung แบบพันสองรอบ เลือกได้ถึงห้าสี คือสีดำ แดง ขาว เขียว และน้ำตาล หรือสายหนังวัวแบบพันสองรอบกับหกสีแตกต่างกันได้แก่ ฟ้าแซพไฟร์ ขาวอาเกต แดงทับทิม เบจทราย และเขียวมรกต ซึ่งเลือกได้ตามความชอบของแต่ละบุคคล รวมถึงสามารถถอดเปลี่ยนสายเพื่อสลับกับสายสีอื่นๆ ได้เองอย่างง่ายดาย นอกจากนี้บนฝาหลังยังเลือกแกะสลักข้อความหรือชื่อย่อได้ด้วย นับเป็นการนำเสนอวิธีใหม่ของการเลือกใส่นาฬิกา เซอร์เพนติ และยังสามารถเปลี่ยนรูปคอลเลกชั่นได้หลากหลายมากกว่า 300 รูปแบบ เพื่อตอบสนองรสนิยมและความต้องการของผู้คนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับการนำเทรนด์สีมาเล่นที่เป็นอีกหนึ่งศิลปะและเทคนิคความเชี่ยวชาญของแบรนด์ 
CHOPARD Happy Ocean
ตีความสู่สีสันแห่งการผจญภัยทางทะเล พร้อมกับเฉลิมฉลองความสำเร็จกว่า 20 ปีของคอลเลกชั่น แฮปปี้ สปอร์ต (Happy Sport) ด้วยทายาทนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่นใหม่ที่เติมเต็มภาพของการผจญภัยด้วยเทรนด์สีสดใสแห่งท้องทะเล ทั้งหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มแบบด้าน ติดตั้งด้วยเข็มชั่วโมง เคลือบสารเรืองแสง SLN สีขาวแต่ปล่อยแสงเรืองสีฟ้า และเข็มนาทีตกแต่งขอบด้วยโทนสีเทอร์ควอยซ์หรือราสเบอร์รี เติมสารเรืองแสง SLN สีขาว แต่ปล่อยแสงเรืองสีเขียว ตัดกับเข็มวินาทีตกแต่งด้วยเครื่องหมายจุดและสารเรืองแสงสีขาว ปล่อยแสงเรืองสีฟ้า ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล 40.0 มิลลิเมตร บรรจุด้วยเพชรกลิ้ง 5 เม็ด ขอบตัวเรือนปรับหมุนได้แทรกด้วยอลูมิเนียมอะโนไดซ์เป็นสองโทนสีผสานกันระหว่างสีน้ำเงินและสีแดงหรือสีฟ้า ขณะที่เครื่องหมายขีดและจุดบอกชั่วโมงบรรจุสารเรืองแสง SLN สีขาว ปล่อยแสงเรืองสีเขียว มอบประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึก 300 เมตร พร้อมการทำงานของกลไกอัตโนมัติ Calibre 01.01-C ความถี่ 4 เฮิรตซ์ สำรองพลังงานได้นาน 60 ชั่วโมง ประกอบคู่สายยางสีเทอร์ควอยซ์หรือราสเบอร์รี ตกแต่งลายคลื่น หรือสาย NATO สีน้ำเงินเข้ม
HUBLOT Big Bang Chelsea FC 
เปิดตัวนาฬิการุ่นที่สองที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย อูโบลท์ (Hublot) ให้กับสโมสรฟุตบอล เชลซี (Chelsea FC) แน่นอนว่ารุ่นนี้จึงเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีน้ำเงิน สีที่เป็นฉายาของสโมสร 'เดอะ บลูส์' (The Blues) ที่ทั่วโลกรู้จัก โดยจะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 44.0 มิลลิเมตร ผสานขอบตัวเรือนทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และเท็กซาเลียม (Texalium) สีน้ำเงิน คู่หน้าปัดน้ำเงินตกแต่งแบบซันเรย์ ตัดกับหน้าปัดย่อยโทนสีเงินเพื่อความชัดเจนและแม่นยำในการดูเวลาและผลการจับเวลาโครโนกราฟ เช่นเดียวกับเข็มชี้และเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาว และบนหน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ยังแกะสลักด้วยคำว่า 'SW6' ซึ่งเป็นรหัสไปรษณีย์ที่ฟูลัมในลอนดอน อันเป็นที่ตั้งของสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) ของสโมสรนั่นเอง พร้อมด้วยโลโก้สิงโตทองของสโมสร ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และบนฝาหลังกระจกคริสตัลแซพไฟร์ใส ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ HUB4100 Calibre ความถี่ 4 เฮิรตซ์ และสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง สมบูรณ์แบบด้วยโทนสีน้ำเงินสดใสของสายหนังจระเข้และยางสีดำ เย็บตะเข็บสีขาว กันน้ำได้ลึก 100 เมตร 
AUDEMARS PIGUET Royal Oak Offshore Diver 'Funky Colour' Editions 
ตามรอยความสำเร็จของการเปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำโครโนกราฟในปี 2016 แต่ครั้งนี้กลับมาพร้อมเวอร์ชั่นคลาสสิกของนาฬิกาแสดงเวลาแบบสามเข็ม พร้อมเผยโฉมด้วยหน้าปัดห้าสีสไตล์ 'ฟังกี้ คัลเลอร์' (Funky Colours) ใหม่ ทั้งสีขาว น้ำเงินเข้ม เหลือง เขียวมะนาว และส้มสดใส ที่ทุกเวอร์ชั่นยังคงเอกลักษณ์ของงานตกแต่งด้วยลวดลาย 'Méga Tapisserie' และเครื่องหมายบอกชั่วโมง รวมถึงเข็มชี้ทำจากทองขาวและเคลือบสารเรืองแสงเพื่อช่วยให้สามารถมองเห็นได้ในที่มืดหรือใต้น้ำ แต่ละรุ่นประกอบคู่มากับสายยางสีสดใสเดียวกันกับหน้าปัด พร้อมด้วยสายยางสีน้ำเงินสำรองอีกหนึ่งเส้น ผสานลงตัวกับตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตรทำจากสเตนเลสสตีล ผนึกกระจกหน้าปัดและฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ติดตั้งเม็ดมะยมหมุนเกลียวล็อคสีน้ำเงิน และกลับมาพร้อมคุณสมบัติของการกันน้ำได้ลึก 300 เมตร พร้อมกับขอบตัวเรือนด้านในปรับหมุนได้ซึ่งบรรจุด้วยสเกลสำหรับคำนวณการดำน้ำ และแสดงช่วงเวลาเฉพาะจาก 60 ถึง 15 นาที คงความเที่ยงตรงและแม่นยำด้วยการทำงานของกลไกอัตโนมัติ Calibre 3120 ความถี่ 3เฮิรตซ์ และมอบพลังงานสำรองงานนานอย่างน้อย 60 ชั่วโมง