x

แม้มูลค่าสินทรัพย์จะติดอันดับ 5 ของอภิมหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับของ Forbes Thailand แต่เชื่อว่าในด้านความสุข ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ราชาแห่งอาณาจักร King Power, ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และเจ้าของสนามโปโล คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค สนามโปโลกลางกรุงลอนดอน ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป น่าจะได้ชื่อว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยความสุขมากที่สุดในประเทศไทย 
 
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น อาจมาจาก 5 เรื่องที่สรุปได้ดังนี้
 
1. ปรัชญาการใช้เงินซื้อความสุข
“ผมอาจแปลกกว่าคนอื่นนะ ตรงที่ใช้ชีวิตด้วยความสุขเป็นตัวขับเคลื่อน ตั้งแต่เล็ก ถ้าผมจะทำอะไรต้องมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าคิดเลยว่าจะทำ ฉะนั้นแพง ถูก ไม่ใช่เหตุผล เหตุผลคือความชอบ เป็นคนชอบอะไรก็เต็มที่ สุดขั้ว ไม่คิดหรอกว่ามีต้นทุนเท่าไหร่” ผู้ก่อตั้ง King Power เคยให้สัมภาษณ์กับ แพรว ถึงความลับชีวิตอันหนึ่งของเขาคือความสุข 
 
โดยเขามีวิธีคิดว่ามีเงินต้องนำมาใช้ประโยชน์ จะเพื่อความสุขให้กับตัวเอง หรือคนอื่นก็ตามแต่ ดีกว่าเก็บเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีธนาคาร ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่มุ่งเพียงสะสมความมั่งคั่งเท่านั้น   

 
2. ทำสิ่งที่ชอบอย่างสุดตัว 
วิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นอภิมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่คนที่แสดงความหลงไหลและทำตามความฝันอย่างสุดทาง ไม่ว่าจะเป็นการสะสมพระเครื่อง ไวน์เก่าเก็บที่มีเพียงไม่กี่ขวดในโลก เครื่องบินส่วนตัว กีฬาที่รักอย่างโปโล และ ฟุตบอล ที่สองอย่างหลังคือการซื้อสนามโปโลหรูในอังกฤษ แล้วสร้างสนามโปโลในประเทศไทย ไปจนถึงการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สีสโมสนเข้ากับโลโก้ King Power ได้อย่างลงตัว แถมสัญลักษณ์ยังเป็นจิ้งจอก ปีนักษัตรประจำตัวของเขา คงเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี
 
ซึ่งความชอบเหล่านี้นอกจากทำช่วยในเรื่องความสุขแล้วยังมีส่วนในการต่อยอดธุรกิจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทชื่อ King Power ไปพร้อมกับตำนานจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซีตี้ การได้ซุปเปอร์คอนเน็กชั่นจากทั่วโลกที่มารวมตัวกันที่สนามโปโล ซึ่งเป็นกีฬาของชนนั้นสูง 

 
3. ยิ่งให้ยิ่งได้รับ
เคล็ดลับความสุขอย่างหนึ่งที่หลายคนค้นพบคือ การให้ที่ยิ่งให้ยิ่งได้รับ ซึ่งเจ้าพ่อดิวตี้ฟรีใช้มาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ตอนที่ไปเรียนไต้หวัน การแบ่งปันให้เพื่อนฝูงรอบตัว นอกจากจะช่วยให้ไม่มีคนมารังแกแล้ว เขายังมองว่ามันเป็นการแชร์ความสุขให้กันและกัน 
 
“พ่อแม่ส่งเงินให้ใช้อาทิตย์ละ 50 เหรียญ แต่ผมใช้วันเดียวหมด แจกจ่ายไปทั่ว คนถึงจำผมได้เพราะผมแชร์ความสุข อย่ามาถามนะว่าพรุ่งนี้กินอะไร เอนจอยวันนี้ก่อน แต่ผมเชื่อว่าเราไม่จนตรอกหรอก เดี๋ยวมันก็มาเอง และก็จริง หลายครั้งผมพบว่าเพราะการให้ของเรานี่แหละที่ทำให้ผมไม่เคยจนตรอกสักครั้ง”
 
อย่างล่าสุดอาจจำกันได้ว่าทางกลุ่ม King Power ได้ร่วมบริจาคสมทบทุนกว่า 100 ล้าน ในโครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ กับ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ไม่รับรวมอีกหลายร้อยโครงการที่ได้บริจาคไปแล้ว 
 
นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่มูลค่าสินทรัพย์ของเศรษฐีอันดับ 5 ของไทยเพิ่มขึ้นสองเท่าภายในเวลาไม่กี่ปี จาก 93,000 ล้านบาท ในปี 2016 เพิ่มเป็น 166,285 ล้านบาท จากการวิเคราะห์ของ Forbes เมื่อมีนาคมปีนี้

 
4. มากเพื่อน มากความสุข 
ราชวงค์อังกฤษ เจ้าชายแห่งบรูไน นักธุรกิจทั่วโลก นักการเมืองไทยทุกขั้วตั้งแต่เนวิน ชิดชอบ อนุทิน ชาญวีรกุล ทหารชั้นบิ๊กอย่างพี่น้อง พล.อ.ประวิตร และพล.ต.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ตำรวจรุ่นใหญ่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ไปจนถึงวงการพระสงฆ์อย่างเจ้าคุณธงชัย ไม่แปลกที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเจ้าพ่อคอนเน็คชั่นตัวจริง 
 
จริงอยู่การมีเส้นสายในหลายวงการเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ครั้งหนึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า “แค่มีเงินอย่างเดียวทำไม่ได้”
 
แต่อย่าลืมว่าการมีมิตรสหายคบหาจำนวนมากนั้น หมายถึงความสุขอีกทางหนึ่งเช่นเดียวกัน คนที่มีเพื่อนเยอะเป็นเรื่องดี เยอะแล้วมีคุณภาพด้วยยิ่งดียิ่งมีความสุข เพราะช่วยสะท้อนความน่าคบหาและตัวตนของคนนั้นด้วย ซึ่งแน่นอนว่าใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ๆ ผู้ชายที่มีความสุขล้นปรี่อย่างเขา

 
5. แบ่งปันความสุขให้คนรอบข้าง
ความสุขหลายอย่างที่ วิชัย ศรีวัฒนประภา สร้างไว้ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขส่วนตัวของเขาเท่านั้น แต่หมายถึงความสุขของคนรอบข้างอีกหลายร้อยหลายพัน หรือหลายล้านชีวิตทั่วโลก 
 
ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล และชาวเมือง เลสเตอร์ซีตี้ ประเทศอังกฤษ ที่ออกมาโห่ร้องดีใจตอนที่ทีมรักของพวกเขาขึ้นมาจาก แชมเปียนชิพ สู่การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกลีคสูงสุดของประเทศ การนำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นชูกลางสนามวันที่ฉลองชัยชนะ เพื่อให้รู้ว่าทีมที่คนไทยเป็นเจ้าของยิ่งใหญ่แค่ไหน 


 
แล้วยังนำความภาคภูมิใจมาเผื่อแผ่คนไทยทั้งประเทศด้วยการนำทีมสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซีตี้มาฉลองแชมป์ถึงประเทศไทย รวมไปถึงการมุ่งปั้นเด็กไทยในสโมสรเวสเตอร์เพื่อตั้งเป้าให้เด็กรุ่นใหม่นี้ นำธงชาติไทยไปปักในฟุตบอลโลกให้ได้
 
เขายังต่อยอดด้วยการแบ่งปันความฝันแจกลูกฟุตบอล 1 ล้านลูกแก่เยาวชนทั่วประเทศไทย ตลอดช่วงเวลาห้าปี
 
หรือแม้แต่สมัยแรกๆ ก่อนทำดิวตี้ฟรี เขาได้ไปเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมดังๆ เช่น Christian Dior, Lanvin, NinaRicci, Celine ให้มาบุกเบิกแบรนด์ในเมืองไทยด้วยราคาที่ต่ำ ให้คนไทยได้ใช้ของดีมีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ จนกระทั่งพัฒนาต่อเป็น King Power จนถึงทุกวันนี้ ที่กำลังจากก้าวจากอันดับ 5 ขึ้นเป็นท็อปดิวตี้ฟรีของโลกให้ได้
 
“ผมว่าเศรษฐีที่มีกำลัง แล้วกล้าออกมาแสดง กล้าเอาเงินมาทำให้มีประโยชน์กับตัวเอง หรือกับสังคม ดีกว่าเก็บไว้ที่แบงค์ให้ลูกให้หลานใช้ ผมกลัวเวลาตายไปแล้วจะมีความรู้สึกว่า ทำไมเอาเงินเราไปใช้แบบผิดๆ ทำไมตอนมีชีวิตอยู่เราไม่ใช้ซะก่อน”

 
ไม่แปลกที่การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอภิมหาเศรษฐีผู้มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลานี้ จะกระเทือนความรู้สึกไม่เฉพาะคนไทย แต่รวมไปถึงอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่กำลังโศกเศร้าไปพร้อมกัน เพราะพวกเราไม่เพียงแค่สูญเสียนักธุรกิจคนหนึ่งเท่านั้น แต่โลกได้สูญเสียผู้สร้างและแบ่งปันความสุขที่ชื่อว่า ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ไปตลอดกาล
 
...
 
ที่มา : 
https://www.kingpower.com/