x

     เครื่องยนต์เบนซินใหม่ 2.0 ลิตร Drive-E เทอร์โบ กำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร ที่ 1,300 รอบ/นาที ดันส่งให้วอลโว่ V40 T4 (Facelift) ใหม่ล่าสุด ขับขี่ในเมืองนอกเมืองคล่องตัว วิ่งเดินทางดี ขับขี่ปลอดภัย มีระบบช่วยเตือนมากมาย ความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสมรรถนะดี วิ่งได้เร็ว 215+กิโลเมตร/ชั่วโมง สิ้นเปลืองน้ำมัน 10.9-12.5 กม./ลิตร

    วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) แนะนำรถยนต์วอลโว่ V40 T4 Facelift ใหม่ เครื่องยนต์ Drive-E เบนซินเทอร์โบ รถพรีเมี่ยมแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ที่คงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนที่โก้หรู

     ด้วยโฉมใหม่ที่มีไฟหน้าทรงฆ้อนของเทพเจ้าแห่งเจ้าธอร์ (Thor Hammer) ปราดเปรียว และเปี่ยมสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ Drive-E Powertrain เบนซินเทอร์โบ ขนาด 2,000 ซีซี  กำลัง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตัน-เมตร

     ให้อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 6.9 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยไอเสียเพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร เปลี่ยนพลังความรู้สึกใหม่ ขับสนุก โลดเล่นดั่งใจ ปลอดภัยสูงสุด

     วอลโว่ V40 รถยนต์แฮทช์แบ็ค 5 ประตูขนาดกลางระดับพรีเมียม ที่ได้เริ่มต้นการผลิตตั้นแต่ปี 2012 และได้กลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของวอลโว่ในยุโรป และขายดีเป็นอันดับสองของแบรนด์ทั่วโลก

     สำหรับประเทศไทย V40 ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่เขามาทำตลาดในไทย และได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้วอลโว่ได้กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น และเมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว วอลโว่ V40 T4 ใหม่ อย่างเป็นทางการกับการปรับโฉมใหม่ที่โฉบเฉี่ยวและทรงพลังมากขึ้นและคงความโก้หรูในเอกลักษณ์ของวอลโว่เช่นเคย

     ด้วยกระจังหน้าและโลโก้ พร้อมไฟหน้าที่มีรูปทรงจำลองมาจากฆ้อนเทพแห่งเจ้าธอร์ ซึ่งจะเป็นโฉมหน้าใหม่ของวอลโว่รุ่นใหม่ๆ ต่อจากนี้ไป เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

     V40 T4 มีสีให้เลือกมากถึง 5 สี มีสีขาว (Ice White Solid) สีเงินเมทัลลิค (Bright Silver Metallic) สีน้ำเงินเมทัลลิค (Power Blue Metallic) สีเทาเมทัลลิค (Osmium Grey Metallic) และสีดำ (Onyx Black Metallic)

     เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบ และพัฒนารถที่ปล่อยไอเสียในปริมาณที่ต่ำลง วอลโว่จึงได้ออกแบบ และพัฒนารถรุ่น V40 T4 ให้มีการปล่อยค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เฉลี่ยอยู่ที่ 142 กรัมต่อกิโลเมตร ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร นอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว รถรุ่นนี้ยังทำราคาค่าได้น่าสนใจ

     ภายในห้องโดยสารออกแบบสวยงาม ภายใต้แนวคิด “ออกแบบมาเพื่อคุณ” (Designed Around You) ด้วยทนสีทันสมัย สะท้อนอิสระแห่งการเดินทาง

     เบาะนั่งใหม่สไตล์สปอร์ตบุหนังคุณภาพสูงสีดำชาโคล พวงมาลัยสีดำด้าน โลโก้วอลโว่ iron mark แบบใหม่บนพวงมาลัย แผงหน้าปัด-ตกแต่งด้วยขอบอลูมีเนียมสีดำคงความหรูหรา และประณีตด้วยเอกลักษณ์การออกแบบจากสวีเดนเปี่ยมไปด้วยรสนิยมชั้นเลิศของผู้ขับขี่

     ระบบกรองอากาศอัจฉริยะ CleanZone air purification system ซึ่งเป็นระบบกรองอากาศในห้องโดยสารรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากสุด ที่มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคเล็ก ละอองเกสร และฝุ่นผง ที่ปะปนมากับอากาศได้ดีที่สุด เพื่อบรรยากาศห้องโดยสารที่สะอาด ปลอดโปร่ง

     นวัตกรรมที่ให้ความสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหรือสั่งการด้วยเสียงอย่าง Volvo Sensus Connect ให้คุณค้นหาข้อมูลและควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆของรถได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านสัญญาณบลูทูธ เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารผ่านโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

     รวมทั้งฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาโดยผ่านการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณบลูทูธได้อย่างรื่นรมย์ พร้อมจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 8 นิ้วที่มีรายละเอียดสูงติดตั้งอยู่เหนือคอนโซลกลางเพื่อแสดงข้อมูลสำคัญต่างๆให้ผู้ขับขี่ทราบในแต่ละสถานการณ์ พร้อมสะท้อนอารมณ์ในการขับขี่ด้วยธีมสีและรูปแบบการแสดงผลที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ถึง 3 รูปแบบ มี Elegance Eco และ Performance

     ระบบเสียงแบบ High Performance Multimedia 4x45 วัตต์ พร้อมลำโพง 8 ตัว ให้คุณภาพระดับเดียวกับที่ใช้ในระบบโฮมเธียเตอร์ และโปรเฟสชั่นแนลเธียเตอร์ คุณภาพเสียงคมชัด น่ารื่นรมย์สำหรับทุกคนในรถ

     ยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น iPod รวมทั้งเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ และดึงเพลงจากในโทรศัพท์มือถือมาเล่นในระบบเครื่องเสียงในรถยนต์ได้ในระบบ Audio Streaming เพื่อความสุนทรีย์กับเครื่องเสียงคุณภาพสูง

     วอลโว่ V40 ใหม่ล่าสุด มีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวก สามารถเห็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด โดยที่ระบบความปลอดภัยของวอลโว่ V40 ใหม่ผ่านการทดสอบการชนของ Euro NCAP ที่เข้มข้นด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในทุกหัวข้อของการทดสอบ

     V40 ใหม่ล่าสุด ผ่านการทดสอบการปกป้องผู้ใหญ่ (Adult Protection) ด้วยคะแนน 98 เปอร์เซ็นต์ เป็นคะแนนสูงสุดตั้งแต่เคยมีมาของ Euro NCAP ผ่านการทดสอบการด้านระบบเพิ่มความปลอดภัย Safety Assist ด้วยคะแนนเต็ม เนื่องจากมีเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ City Safety ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งออกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ Lane Keeping Aid และระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา BLIS เป็นต้น

     มีระบบ Start/Stop ติดตั้งมาให้ เทคโนโลยีนี้ช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อหยุดรถ เครื่องยนต์จะหยุดทำงานเมื่อเข้าเกียร์ว่าง หรือเมื่อเหยียบเบรก เมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์จะติดขึ้นโดยอัตโนมัติ

     บางครั้งเครื่องยนต์จะไม่ดับทุกครั้งที่หยุดรถ เพราะเทคโนโลยีนี้จะคำนวณปัจจัยต่างๆ เอง แต่จะไม่ดับเครื่องหากเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่  หรืออุณหภูมิเย็นไปหรือร้อนไป หรือเมื่อแบตเตอรี่อ่อน และเมื่อผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ผู้ขับขี่สามารถปิดระบบ Start/Stop ได้เมื่อต้องการโดยกดปุ่มที่กลางหน้าปัด ปุ่มที่มีไฟ LED จะสว่างอยู่หากระบบดังกล่าวกำลังทำงาน

     ระบบ Start/Stop จะสามารถลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยเมื่อขับขี่ในเมืองและนอกเมือง และ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อขับขี่นอกเมือง

     ระบบ Park Assist Pilot ระบบช่วยในการจอดรถอัตโนมัติ ถูกพัฒนาขึ้นเนื่องจากผลการวิจัยของ TNS เป็นบริษัทวิจัยระดับโลกพบว่า หนึ่งในสามของผู้ขับขี่ในยุโรปมีปัญหาในการจอดขนานขอบทาง

     ส่วนในอังกฤษ สองในสามของผู้ขับขี่ระบุว่าการจอดขนานขอบทางเป็นเรื่องยาก ระบบ Park Assist Pilot ช่วยให้จอดแบบขนานขอบทางได้อย่างง่ายดาย โดยที่ระบบอัจฉริยะจะควบคุมการบังคับเลี้ยวของรถเอง ผู้ขับขี่เพียงกำหนดความเร็วและเกียร์เท่านั้น ระบบนี้ทำงานโดยเซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิคที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้าหลัง และข้างรถ

     อัตราโซนิคเซ็นเซอร์สำหรับช่วยจอดที่ติดตั้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  รวมทั้งเซ็นเซอร์บนกันชน 2 จุด ที่มองเห็น 90 องศาทำหน้าที่วัดระยะที่ว่างที่จะจอด เมื่อกดปุ่มที่กลางแผงหน้าปัด ระบบจะทำงาน

     หากระบบคำนวณว่ามีพื้นที่ว่างทางด้านข้างพอที่จะจอดรถ ระบบจะส่งสัญญาณบอกคนขับและแสดงข้อมูลบนหน้าจอว่าพื้นที่พร้อม รวมทั้งบอกคนขับด้วยว่าให้เปลี่ยนเป็นเกียร์อะไรก่อนที่จะหยุดชั่วครู่และเริ่มทำงานอีกครั้ง  ระบบดังกล่าวจะควบคุมการบังคับเลี้ยวโดยอัตโนมัติ และผู้ขับขี่ต้องบังคับ เบรก และ คันเร่ง เอง

     Park Assist Pilot จะวัดระยะห่างของช่องว่าง หากมีความยาวเป็น 1.2 เท่าของความยาวรถ ระบบจะเตือนคนขับด้วยสัญญาณเสียง และแนะนำให้หยุดรถโดยแสดงข้อความบนหน้าปัด หากพื้นที่ว่างมีจำกัด ระบบจะแจ้งเตือนให้คนขับเดินหน้าหรือถอยหลังเพื่อให้จอดได้ง่ายขึ้น

     โดยแสดงข้อความ และภาพบนหน้าปัดเพื่อให้คำแนะนำทีละขั้นตอนจนกว่ารถจะเข้าที่จอดได้เรียบร้อย และเมื่อจอดเสร็จแล้วระบบจะแจ้งให้ทราบด้วยสัญญาณเสียงและข้อความบนหน้าปัดอีกครั้ง

     หากไม่ต้องการใช้ระบบ Park Assist Pilot ก็สามารถจอดรถเองได้ โดยอาศัยเซ็นเซอร์ช่วยจอด (Park Assist Sensor) ผู้ขับขี่สามารถสั่งให้ระบบ Park Assist Pilot ทำงานได้เมื่อใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโม ระบบนี้จะทำงานเมื่อความเร็วของรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะส่งสัญญาณเตือนให้คนขับชะลอความเร็วลงก่อนที่ระบบจะทำงาน

     Lane Keeping Aid ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งออกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ จากผลการศึกษาที่พบว่าอุบัติเหตุจำนวนมากเกิดขึ้นแม้ไม่ใช่ช่วงเวลาคับขัน หรือแม้ในขณะสภาพอากาศแจ่มใส แต่เกิดจากการที่ผู้ขับขี่ง่วง ป่วย หรือเสียสมาธิ

     สถิติของวอลโว่พบว่าอุบัติเหตุ 30 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากการเปลี่ยนเลนกะทันหัน และ 75 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนนี้เกิดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือสูงกว่านั้น

     ระบบ Lane Keeping Aid ใช้กล้องด้านหน้าตรวจจับเส้นแบ่งเลนทั้งด้านซ้ายและขวา  ระบบจะบันทึกแนวที่รถวิ่งไปข้างหน้า  หากหัวรถเบนออกนอกแนวที่ควรจะเป็น ระบบจะทำงานทันที โดยที่เครื่องยนต์จะส่งแรงบิดเพิ่มมายังพวงมาลัย และเตือนด้วยการทำให้พวงมาลัยสั่นเพื่อให้คนขับดึงให้รถกลับเข้ามาในแนวที่ควรจะเป็น ระบบนี้ทำงานในขณะที่รถกำลังขับขี่ด้วยความเร็วระหว่าง 65-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

   ระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา (Blind Spot Information System) V40 ใหม่ล่าสุด เป็นรถยนต์วอลโว่รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตารุ่นใหม่ ที่ใช้เรดาร์ที่อยู่มุมท้ายรถหลังกันชนช่วยในการติดตาม และแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถขับมาทางด้านหลังในจุดที่อับสายตาทั้งด้านซ้ายและขวาห่างไปในระยะ 70 เมตร จากเดิม 9 เมตร จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลน

     เรดาร์ที่มุมทั้งสองข้างของกันชนหลังจะตรวจจับว่ามีรถคันอื่นเข้ามาในรัศมีด้านหลังรถและด้านข้างของรถหรือไม่ และจะส่งสัญญาณเตือนโดยที่ไฟ LED ที่เสา A จะติดขึ้น ตามด้วยไฟกะพริบหากผู้ขับยังคงเปิดไฟเลี้ยวเมื่อสัญญาณเตือนครั้งแรกปรากฎขึ้น

     ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด Cross Traffic Alert ช่วยเป็นตาหลังให้คุณ ระบบนี้ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ที่ติดตั้งทางด้านหลังรถในการตรวจจับแเตือนผู้ขับเมื่อมีรถขับผ่านจากทางด้านข้างขณะที่กำลังถอยออกจากซอง

     เป็นระบบที่มีประโยชน์มากในการขับขี่ในพื้นที่ที่มีความจอแจ และอาจมองไม่เห็นรถที่มาจากด้านข้าง เพราะมีต้นไม้ ของ หรือรถที่จอดด้านข้างบังสายตาอยู่ ระบบนี้จะตรวจดูในระยะ 30 เมตรจากท้ายรถ และสามารถจับวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่ารถ เช่น จักรยานหรือคนเดินเท้าได้ แต่อาจจะมองไม่เห็น เป็นบางครั้ง และในกรณีที่ระยะห่างจากวัตถุนั้นไม่มาก ระบบจะทำงานตลอดเวลาที่วัตถุนั้นยังอยู่ในรัศมี โดยส่งสัญญาณเสียงและมีภาพกราฟิกเตือนที่หน้าปัดรถยนต์

     ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information) ช่วยแสดงป้ายจราจรสำคัญ จะแสดงป้ายสำคัญบนหน้าปัด และมาพร้อมกับสัญญาณเตือนระดับความเร็ว Speed Alert ที่จะแสดงภาพสัญญลักษณ์ของป้ายจราจรบนมาตรวัดความเร็ว หากขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนดเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะในขณะ ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ผู้ขับไม่สามารถ

     อ่านป้ายต่างๆ ได้ทันตลอดเวลา องค์การ European Road Safety Observatory ได้ศึกษา และพบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต เกิดจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด

     ส่วนองค์การ Swedish Road Administration ของสวีเดน ระบุว่าหากทุกคนขับรถไม่เร็วกว่ากำหนด จะสามารถรักษาชีวิตมนุษย์ได้ถึง 100-150 ชีวิตในแต่ละปี ระบบนี้จึงช่วยเป็นหูเป็นตา อ่าน และแสดงสัญญลักษณ์ที่เป็นสากลบนแผงหน้าปัด เช่น ป้ายจำกัดความเร็ว หรือ ป้ายห้ามแซง กล้องที่ติดตั้งที่หน้ารถจะสามารถตรวจจับป้ายจราจรที่ได้มาตรฐานของยุโรป

     ระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (Active High Beam) ขับได้อย่างผ่อนคลายในที่มืด เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้ไฟหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเปลี่ยนจากไฟสูงเป็นไฟต่ำโดยอัตโนมัติในสถานการณ์ที่เหมาะสม

     เทคโนโลยีนี้ใช้กล้องที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางด้านบนของกระจกหน้า เพื่อตรวจจับแสงไฟหน้าจากรถที่สวนมา ส่วนซอฟต์แวร์ของรถจะวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางและตำแหน่งของรถที่สวนมา ก่อนจะส่งข้อมูลไปยังระบบ

     ถ้ารถที่สวนมาเข้ามาอยู่ในระยะที่กำหนดระบบจะปรับไฟหน้ารถลงมาเป็นไฟต่ำโดยอัตโนมัติ เมื่อพ้นไปแล้วก็จะปรับมาเป็นไฟสูงเหมือนเดิมเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนในยามค่ำคืน

     V40 ใหม่ล่าสุดยังมีไฟแบบ Active Bending Lights ที่จะปรับลำแสงจากไฟหน้ารถให้โค้งไปตามถนนที่คดเคี้ยวเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน

     ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่เข้า/ออกจากที่มืด (Tunnel Detection) ระบบนี้จะเปิดไฟหน้าโดยอัตโนมัติเมื่อรถเข้าสู่ที่มืดหรืออุโมงค์ และเมื่อออกจากอุโมงค์ก็จะปิดไฟหน้ารถหรือกลับมาสู่ตำแหน่งที่ตั้งไว้เดิมโดยอัตโนมัติเช่นกัน

     ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่เข้า/ออกจากที่มืดทำงานโดยอาศัยเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งบนกระจกหน้าช่วยวัดแสงและคาดสถานการณ์ล่วงหน้าเพื่อสั่งการให้ระบบนี้ทำงาน   นอกจากระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้แก่ผู้ขับขี่แล้ว ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เพราะตามนุษย์ต้องอาศัยเวลาในการปรับการมองเห็นเมื่อระดับของแสงเปลี่ยนไป

     ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ City Safety ครอบคลุมความเร็วถึง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง วอลโว่ V40 ใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นแรกของวอลโว่ที่มีการปรับปรุงระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมจะทำงานจนถึงความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมงเป็น 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง

     โดยระบบนี้ ติดตั้งเซ็นเซอร์แบบเลเซอร์ที่กระจกบังลมด้านบนในตำแหน่งเดียวกับกระจกมองหลัง รถจะหยุดตัวเองหากคนขับไม่แตะเบรก ขณะที่รถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุด หรือเมื่อรถพุ่งเข้าหารถคันหน้าที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ด้วยความเร็วสูงเกินไป

     จึงช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหากความเร็วของรถคันหน้ากับคันหลังต่างกันไม่ถึง 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง และช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุหากความเร็วของรถทั้งสองคันต่างกันระหว่าง 15-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง

     ระบบดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเนื่องจากมีสถิติระบุว่าการชนท้ายคันหน้าในบริเวณที่มีการจราจรคับคั่งนั้น 75 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอีก 50 เปอร์เซ็นต์ มาจากการที่ผู้ขับขี่ไม่เหยียบเบรกทันเวลา

     จากข้อมูลดังกล่าว วอลโว่ได้พัฒนาระบบความปลอดภัยดังกล่าว และหลังจากระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ออกสู่ตลาดในปี 2554 บริษัทประกันภัยชั้นนำของสวีเดนระบุว่า รถยนต์วอลโว่ที่ติดตั้งระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำมีอัตราการชนท้ายคันหน้าน้อยกว่ารถอื่นๆ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

     ระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่แสดงอาการเหนื่อยล้า Driver Alert Control จากการศึกษาของ GDV เป็นบริษัทประกันภัยชั้นนำของเยอรมัน พบว่าหนึ่งในสี่ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนนถนนออโตบาห์น เกิดจากการที่ผู้ขับขี่เหนื่อยล้าเกินไป

     ขณะที่องค์กร Swedish Road Administration ระบุว่า หากผู้ขับขี่เหนื่อยล้า จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ถึง 30 ระบบเตือนผู้ขับขี่จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดตามดูว่าผู้ขับขี่เหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิ  ระบบนี้ทำงานโดยมีกล้องและเซ็นเซอร์หลายตัว พร้อมด้วยเครื่องควบคุม กล้องจะวัดระยะห่างของรถกับเส้นแบ่งเลน

     ส่วนเซ็นเซอร์พิเศษจะตรวจจับทิศทางการเคลื่อนที่ของรถยนต์ ระบบควบคุมจะบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและคำนวณว่าผู้ขับขี่เสียสมาธิหรือสูญเสียการควบคุมรถหรือไม่ แล้วจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมด้วยข้อความบนหน้าปัดโดยแสดงภาพถ้วยกาแฟเพื่อแนะนำให้ผู้ขับขี่นั้นหยุดพักจนกว่าจะดีขึ้น

     เทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มพิกัด- ครั้งแรกกับถุงลมนิรภัยปกป้องเข่า วอลโว่ V40 ใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำของโลกมากมาย โครงสร้างความปลอดภัยของตัวถังที่มีทั้งส่วนที่สามารถยุบตัวเพื่อดูดซับแรงกระแทกในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ และเหล็กเกรดต่างๆ ที่ให้การปกป้องผู้โดยสารภายในตัวรถอย่างมีประสิทธิภาพ

     ด้านคนขับวอลโว่ได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ไว้ที่เหนือแป้นเบรกและคันเร่ง รวมทั้งยังมีถุงลมนิรภัยในจุดอื่นด้วย เช่น ถุงลมนิรภัยแบบสองจังหวะสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งด้านข้างของพนักพิงหลังสำหรับที่นั่งด้านหน้าที่รองรับสีข้างของคนขับและผู้โดยสาร

     ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Roll Over Protection System ที่ประกอบด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง เข็มขัดนิรภัยแบบปรับแรงดึงได้ และม่านนิรภัยทั้งสองฝั่งที่ติดตั้งยาวตลอดจากเสา A ไปยังเสา C เพื่อให้การปกป้องเมื่อเกิดการชนด้านหน้า ด้านข้าง หรือเมื่อรถพลิกคว่ำ เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วที่เก็บข้อมูลและประมวลผลก่อนการชนเพื่อปรับให้ถุงลมนิรภัยและเข็มขัดนิรภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเพื่อการปกป้องสูงสุดเมื่อเกิดการชนทางด้านหน้าในระดับรุนแรงปานกลางหรือน้อย

     เบาะที่นั่งสำหรับเด็กของ ISOFIX ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถยนต์วอลโว่ยังให้การปกป้องสูงสุดสำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 10 ขวบ

     Personal Car Communicator (PCC) ของ V40 ใหม่ล่าสุด อุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายที่ทำให้สามารถขับรถได้โดยไม่ต้องมีกุญแจ  PCC ทำหน้าที่ส่ง และรับสัญญาณ รวมทั้งแสดงผลให้เจ้าของทราบว่ารถได้รับการล็อคเรียบร้อยหรือไม่ ตำแหน่งที่นั่งคนขับและกระจกหน้าต่างด้านข้างจะถูกบันทึกไว้เมื่อรถได้รับการล็อคเรียบร้อยแล้ว

     การลองขับทดสอบวอลโว่ V40 T4 ใหม่ แม้เป็นเครื่องยนต์เบนซินใหม่ 2.0 ลิตร กำลัง 190 แรงม้า กำลังเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่ใช้อยู่ใน V40 Cross Country D4 ใหม่

     ถ้าเครื่องยนต์ดีเซลช่วยให้ V40 Cross Country วิ่งได้ดีและวิ่งไปสุดกำลังด้วยความเร็ว 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ก็ให้เริ่มเร้าใจได้ตั้งแต่เริ่มออกตัวไปจนสุดกำลังที่รอบต่ำเพียง 4,900 รอบต่อนาที ซึ่งความเร็วที่เห็น 215+ กิโลเมตร/ชั่วโมงในแบบสบายๆ แม้บอกว่าวิ่งได้เร็วเพียง 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ตาม นั่นคือกำลัง นั่นคือ สมรรถนะที่มีให้ใช้ได้ ถ้าต้องการ

     แต่ความปลอดภัยสูงเต็มอัตรา ช่วยให้การขับขี่ในเมืองและวิ่งบนพื้นถนนลื่นได้อย่างปลอดภัย ระบบเตรียมพร้อมสำหรับพื้นถนนลื่น และฝนตก หรือถ้าขับขี่ในเมือง ถ้าคุณเกิดเปิดประตู เครื่องยนต์ก็จะดับ เป็นความปลอดภัยเหมือนกับรถยนต์หรูราคาสูงๆ

     ว่าแต่การขับขี่ในเมืองให้ความคล่องตัว นุ่นนวล เร่งออกตัวดี ห้องโดยสารเงียบ ห้องสัมภาระท้ายให้คุณโหลดสัมภาระที่มีน้ำหนักหน่อยได้สบาย แม้จะมีพื้นที่จำกัด

     แม้วอลโว่ V40 จะมีขนาดกระชับกว่า V60 แต่ด้วยกำลังและความปลอดภัย สมรรถนในการขับขี่แทบไม่ต่างกัน ต่างที่ขนาดตัวรถไม่ใหญ่เกินไป แต่เร้าใจนะ ถ้าคุณต้องการความเร็วและการขับขี่อย่างสนุก เพราะกำลัง 190 แรงม้า สามารถดันรถคันใหญ่ให้วิ่งพริ้วได้สบาย และวิ่งเป็น V40 ด้วยแล้วไม่ต้องสืบเรื่องของสมรรถนะวิ่งทะลุ 210+ กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ

ขับขี่ทดสอบในเมืองนอกเมือง VOLVO NEW V40 T4 เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

วิ่งความเร็ว 60 กม./ชม. ที่ 1,350 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 70 กม./ชม. ที่ 1,600 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 90 กม./ชม. ที่ 1,650 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 100 กม./ชม. ที่ 1,800 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 110 กม./ชม. ที่ 2,000 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ 2,200 รอบ/นาที

วิ่งความเร็วสูงสุด 215+ กม./ชม. ที่ 4,900 รอบ/นาที

-รถวิ่งใช้งานมาระยะทาง 5722 กม.

-เติมน้ำมันเต็มถังบอกวิ่งได้ระยะทาง 855 กม. 

-ขับขี่ทดสอบในเมืองนอกเมืองไประยะทาง 271.0 กม. วิ่งได้ระยะทาง 380 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 9.7 กม./ลิตร

-ขับขี่ใช้งานในเมืองนอกเมืองไประยะทาง 87.7/146.7/177.9 กม. วิ่งได้ระยะทางอีก 1030/705/350 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 11.5/12.5/10.9 กม./ลิตร

VOLVO NEW V40 T4 (Facelift)

เครื่องยนต์   เบนซินแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ Drive-E

ความจุ   1,969 ซีซี

อัตราส่วนกำลังอัด   11.3 : 1

กระบอกสูบxช่วงชัก   82.0x93.2 มม.

กำลังสูงสุด   190 แรงม้า (hp) ที่ 4,700 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด   300 นิวตัน-เมตร ที่ 1,300-4,000 รอบ/นาที 

ระบบขับเคลื่อน   2 ล้อหน้า FWD

ระบบเบรกหน้า/หลัง  ดิสก์/ดิสก์ ABS, EBD EBA, DSTC, HBA, RAB

ระบบส่งกำลัง   เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ปรับตามสไตล์การขับขี่+เกียร์ทรอนิก

มิติตัวรถยาวxกว้างx สูง   4,370x1,857x1,420 มม.

ความยาวช่วงล้อ   2,647 มม.

ช่วงล้อหน้า/หลัง   1,559/1,546 มม.

โอเวอร์แฮงค์หน้า/หลัง   908/815 มม.

อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 6.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด   210 กม./ชม.

สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย   16.4 กม./ชม.

ค่าไอเสีย CO2 =  142 กรัม/กม.

ยางขนาด   205/55R16 91H MICHELIN SAVER

ถังน้ำมันจุ   62 ลิตร (แก๊ซโซฮอล์ 95 E10)

ราคาจำหน่าย   1,749,000 บาท

บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด