x

        สำหรับรถยนต์วอลโว่ อาจพบได้ไม่หนาตานักบนถนนเมืองไทย หากเทียบกับรถญี่ปุ่นหรือรถยนต์ค่ายดังอื่น ๆ จากยุโรป แต่ตัวถังอันแข็งแกร่งของยานยนต์แห่งสวีเดนแบรนด์นี้ก็ยังเชื่อถือได้สำหรับคนใช้รถที่ต้องการยานพาหนะที่คุ้มครองความปลอดภัยอย่างเหนือระดับยามขับขี่
       
        Retromania ฉบับนี้ ขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปพบกับรถยนต์ VOLVO 122s AMAZON ที่ความงดงามโอ่โถงในรูปทรงยังทำให้ผู้คนหลงรักและบูรณะออกมาวิ่งบนท้องถนนถึงทุกวันนี้
        หนึ่งในนั้นคือ เรือเอกพิพัฒน์พล น้อยบุญสุกกุล หรือ คุณเก่ง หนึ่งในคนรักวอลโว่ที่ใช้เวลาปลุกปั้นวอลโว่ อเมซอนสีครีมขาวสะอาดเอี่ยมคันนี้ ด้วยความตั้งใจและน้ำพักน้ำแรงมากว่าสิบปี ก่อนจะเสร็จจบครบถ้วนได้อย่างที่พวกเราได้เห็นกัน
ดีไซน์แห่งยุคสมัย
        รูปโฉมภายนอกของวอลโว่ อเมซอน ออกแบบมาอย่างลงตัว และมีความทันสมัยมากในขณะนั้น ดีไซน์กว้างแบนคล้ายเรือ มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ 2 ช่องในด้านหน้า ตลอดจนครีบหางด้านหลังขนาดพอดีมีไฟท้ายติดตั้งไว้ตรงปลายสร้างความงดงามที่อมตะเหนือกาลเวลา
        วอลโว่ อเมซอน ถูกผลิตและจำหน่ายอยู่ระหว่างปี 1956 – 1967 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีการออกแบบเป็นรุ่นย่อยที่แบ่งไปตามรายละเอียดของตัวถัง (คล้ายการไมเนอร์เชนจ์) และสมรรถนะอีกเล็กน้อย ตั้งแต่เครื่อง 1,600 cc แบบ 3 เกียร์ เครื่อง 1,800 cc แบบ 4 เกียร์ ตลอดจนในรุ่น 122s ที่พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ขับขี่ได้สนุกขึ้น อย่างที่ได้ประจำอยู่ในรุ่น 122s อเมซอนของคุณเก่ง ซึ่งถือเป็นรุ่นสุดท้ายก่อนวอลโว่จะยุติการผลิตในโฉมดังกล่าว และเริ่มผลิตรุ่น 144 ต่อไป
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
        ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 วอลโว่ อเมซอน คันนี้ คุณเก่งในวัยเพียง 18 ปีได้ครอบครองเป็นเจ้าของรถยนต์ประจำตระกูลอันเป็นมรดกตกทอดมาจากคุณลุง ซึ่งในตอนนั้นเขายังขับรถได้ไม่คล่องเท่าใดนัก
        เขาใช้เวลาช่วงตี 2 ถึง ตี 3 ค่อย ๆ หัดขับรถคันนี้จนคล่องแคล่ว จากบ้านย่านราชวัตรลัดเลาะไปตามเส้นทางถึงลานพระบรมรูปทรงม้าก่อนจะขับกลับ วนเวียนอย่างนี้เป็นประจำทุกวันตั้งแต่ได้รับรถคันนี้มาดูแล
        เวลาผ่านไปหลายปีจากความหลงใหลเกิดเป็นความรักความผูกพันธ์ หลังจากได้ขัดได้เช็ดเรื่อยมา กระทั่งจบการศึกษา คุณเก่งต้องเดินทางไปรับราชการทหารที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในโอกาสนี้เขาจึงคิดอยากนำวอลโว่ อเมซอนสุดรักไปใช้งานที่นั่นด้วย จนได้พบเจอประสบการณ์ที่ทำให้รักรถคันนี้มากขึ้นไปอีก
        “นอกจากความสวยและเป็นรถของครอบครัวที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก การขับไปสัตหีบในตอนนั้นทำให้ผมประทับใจมากขึ้นไปอีก วอลโว่เป็นรถที่ถูกออกแบบมาอย่างดี มีความสมดุล และกระจายน้ำหนักให้ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม วันเดินทางผมออกจากบ้านที่ราชวัตรตั้งแต่ตี 3 เพราะกลัวรถติด ไปสว่างแถว ๆ ชลบุรี ระหว่างที่วิ่งด้วยความเร็ว 90 เศษ ๆ ผมได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากล้อ จึงค่อย ๆ ลดความเร็วลง ก่อนจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วรถเรายางแตกไปหนึ่งเส้น”
         เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้คุณเก่งรู้สึกประทับใจในรถวอลโว่เป็นอย่างมาก จนเริ่มหันมาบูรณะอย่างจริงจังให้กลับมาเป็นรถประจำตระกูลที่โลดแล่นได้อย่างสมบูรณ์เหมือนในอดีตอีกครั้ง
สานฝันสู่อดีต
         ด้วยความที่วอลโว่ ไม่ได้เป็นรถยอดนิยมในกระแสหลักมาตั้งแต่อดีต ทำให้อะไหล่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ในแบบฉบับเดิมติดรถนั้น หาซื้อกันไม่ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลโก้ ลายเซ็นต์ต่าง ๆ รวมถึงหงอนกันชน หรือคิ้วโลหะรอบรถนั้น เป็นชิ้นส่วนที่คนเล่นอเมซอนรู้ดีว่าหาเหนื่อย
         แนวทางการบูรณะรถคันนี้มีโจทย์สำคัญคือ “เน้นเดิม” คุณเก่งเริ่มหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและกลุ่มคนเล่นรถวอลโว่ เพื่อศึกษารายละเอียดของรถเมื่อตอน “ออกห้าง” ก่อนจะกลับมาสำรวจรถตัวเองทั้งภายในภายนอกว่า มีอะไรบ้างที่ผิดไปจากเดิมหรือถูกสับอะไหล่เป็นรุ่นอื่นไปแล้ว ซึ่งทำให้พบว่ามีหลายจุดที่ถูกดัดแปลงไปเนื่องจากชำรุดและหมดอายุการใช้งานไปตามระยะเวลา ก่อนจะบันทึกรายการอะไหล่ต่าง ๆ ที่ขาดหายไปออกมาได้หลายสิบรายการ
          ใช้เวลากว่า 4 ปี หลังจากนั้น เดินเข้าออกร้านอะไหล่ยนต์ย่านวรจักรอยู่เป็นประจำทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เพื่อตามหาชิ้นส่วนเหล่านั้นให้ได้ครบ ไล่เรียงไปตั้งแต่ปั๊มน้ำมันเบนซินจนถึงกะทะล้อ หลายชิ้นที่หาไม่ได้จริง ๆ ในเมืองไทยต้องใช้วิธีสั่งจากต่างประเทศ ซึ่งทันทีที่หาชิ้นส่วนตามรายการได้ครบ คุณเก่งจึงนำรถเข้าทำสีตัวถัง โดยเลือกอู่สีฝีมือดีที่ใกล้บ้านที่สุดเพื่อสามารถเข้าไปติดตามการบูรณะได้แบบวันเว้นวัน ก่อนจะวางแผนทำภายในใหม่ให้ใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด รวมถึงเก็บรายละเอียดระบบสายไฟในห้องเครื่องให้ดูเรียบร้อยสะอาดตาด้วยตัวเขาเอง
         เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้สืบทอดรถยนต์คันงามที่เปรียบดั่งมรดกประจำตระกูล แม้จะไม่ได้มีค่าตัวที่สูงเกินเอื้อม แต่ลมหายใจจากอดีตนั้นควรค่าแก่การอนุรักษ์และมีคุณค่าเกินกว่าเงินจะซื้อได้