x

‘PANDORA’ แบรนด์เครื่องประดับจากเดนมาร์ก ‘MARIMEKKO’ ไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากฟินแลนด์ และ ‘CATH KIDSTON’ แบรนด์ไลฟ์สไตล์โมเดิร์นวินเทจของอังกฤษ รวมถึงเครื่องประดับจิวเวลรี่เพชรแท้ ‘TILDA’ ทั้งหมดคือพอร์ตของ ‘ธนจิรา’ (TANACHIRA) ผู้นำเข้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์พรีเมียมระดับโลกที่ล่าสุดได้เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการเข้าซื้อกิจการ ‘HARNN’ แบรนด์สุขภาพและความงามชั้นนำสัญชาติไทยแท้ที่เน้นความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่สกัดจากธรรมชาติ 


 
HARNN เป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์สปาและอโรมาเธอราพีจากธรรมชาติรายแรกของไทย ก่อตั้งเมื่อ ปี 1999 มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สปา อโรมาเธอราพีบอดี้แคร์ และสกินแคร์จากธรรมชาติ โดยเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก มีการเติบโตทั้งในและต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะตลาดออนไลน์และประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออก อย่างจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น 
 
โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ HARNN มี 67 สาขา จำหน่าย 16 ประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศไทย, จีน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเก๊า, ไต้หวัน, เวียดนาม, สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, อเมริกาใต้, กรีซ, มัลดีฟส์ และนิว คาเลโดเนีย  
 
ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ HARNN แตกไลน์ออกเป็น 
 
  • Vuudh เครื่องหอมสไตล์คอนเท็มโพรารี่ ทั้งเทียนหอม, รูมสเปรย์,  ดิฟฟิวเซอร์ และแอ็คเซสเซอร์รี่ย์ต่างๆ 
  • Tichaa by HARNN ชาสมุนไพรใบหม่อนออร์แกนิคเพื่อสุขภาพ 
  • HARNN Heritage Spa สปาหรู และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
  • Asian Holistic Academy สถาบันถ่ายทอดความรู้ด้านศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 
 
การเข้าซื้อกิจการ HARNN ในครั้งนี้เป็นการซื้อหุ้น 100% ซึ่งจะมีต่อยอดเพิ่มมูลค่าแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งการขยายตลาดสู่ต่างประเทศแบบมาตราฐานเดียวกันทั้งโลก 


 
ในระยะแรกภายในระยะเวลา 9-12 เดือนแรก จะเน้นการสร้าง Brand Awareness อย่างต่อเนื่องแบรนด์ HARNN ให้กับกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ก่อตั้ง HARNN เป็นที่ปรีกษาอย่างใกล้ชิด โดยเน้นนโยบายเชิงรุกด้านการตลาด 360 องศา ด้วย Digital Marketing และการบริการหน้าร้าน ขยายสาขาเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ด้วยการตกแต่งร้าน (Brand Revamp) ให้ร่วมสมัยมากขึ้นเข้าได้ทั้งกับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายใหม่ Affluent Young Women โดยปรับผลิตภัณฑ์ในการเป็นของขวัญในทุกโอกาสและสินค้าที่ใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มสุภาพสตรีรุ่นใหม่อย่างครีมกันแดด 
 
ตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากเดิมที่มาจากนักท่องเที่ยว 80% ให้เหลือ 20% และมาจากผู้ใช้งานในประเทศแทน ซึ่งงบการตลาดในครั้งนี้ตั้งไว้ 20 ล้านบาท
 
ระยะที่สองภายในระยะเวลา 12-24 เดือน ตั้งเป้าสร้างพันธมิตรใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากภูมิภาคเอเชีย อาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมจากการเป็นผู้นำเข้าที่ร่วมทำงานกับเจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก อย่าง PANDORA, CATH KIDSTON และ MARIMEKKO กำหนดนโยบายการตลาด สร้างมูลค่าในระยะยาว และเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกจากยอดส่งออกเดิมที่ 60 ล้านบาท หรือประมาณ 18% เป็น 40% ภายใน 2 ปี
 
โดยแบรนด์ HARNN จะข่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ธนจิรา ดังนี้
 
1. เป็น Regional Lifestyle Company แบบเต็มตัว
การเข้าซื้อ HARNN ทำให้มีไลน์สินค้าครอบคลุมตั้งแต่ สินค้าประเภทแฟชั่น, ไลฟ์สไตล์, จิวเวลี่, แอคเซสเซอรี่, โฮมแวร์ ขยายสู่พอร์ตสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) เครื่องหอม, สปาโปรดักส์, บอดี้แคร์ และ  สกินแคร์ โดยจำนวนสาขาของแบรนด์ในเครือ HARNN และสปามีจุดขายและบริการประมาณ 30 สาขาในประเทศไทย ช่วยให้ ธนจิรา ปรับแนวทางสู่การเป็น Regional Lifestyle Company ที่พร้อมขยายกิจการเข้าสู่ตลาดภูมิภาคเอเชีย 
 
2. กระจายความเสี่ยง 
รายได้จาก HARNN จะช่วยกระจายความเสี่ยงของแบรนด์ในพอร์ตจากเดิมที่รายได้กว่า 57% มาจากยอดขายของ PANDORA และอีก 34% อยู่ที่แบรนด์ CATH KIDSTON หลังจากได้ HARNN มาเพิ่มรายได้จะทำให้สัดส่วนรายได้ปี 2018 จะแบ่งเป็น
 
  • PANDORA 48%
  • HARNN 23%
  • CATH KIDSTON 21%
  • MARIMEKKO 7%
  • JONATHAN ADLER และ TILDA 1%

3. เตรียมความพร้อมสู่ IPO
ความแข็งแกร่งหลังซื้อ HARNN ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี จะทำให้ ธนจิรา มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงเตรียมตัวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2020 คาดการณ์ว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท เงินที่ได้จะนำมาปรับโครงสร้างหนี้ และขยายกิจการไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งเป้าที่เวียดนามเป็นแห่งแรก ในปี 2019 
 
จากรายได้ ปี 2017 ที่ 1,008 ล้านบาท หลังมี HARNN ในพอร์ตประมาณการรายได้ของในอนาคตได้ดังนี้
 
  • ปี 2018 1,560 ล้านบาท
  • ปี 2019 1,850 ล้านบาท
  • ปี 2020 2,200 ล้านบาท