x

ดิจิทัลแบงกิ้งเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันและทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ผ่านเคาน์เตอร์แบงก์เป็นหลัก พัฒนามาเป็นการถอนเงินสดเองหรือโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม

และขณะนี้สามารถทำธุรกรรมได้เองผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งและโมบายแบงกิ้ง ลดข้อจำกัดเวลาด้านสถานที่ เวลาการเปิด-ปิดทำการของสาขา เรียกว่าสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอต่อคิวมากขึ้น เรียกว่าช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับการทำธุรกรรมการเงินแบบเดิมๆ อีกต่อไป

ดังนั้นภาพรวมการให้บริการดิจิทัลแบงกิ้งไทยในช่วงปีที่ผ่านมา จึงมีการเติบโตอย่างสูง มียอดการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งในแง่ของจำนวนเงินและจำนวนรายการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี2553 -2558 ซึ่งตรงนี้สื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างเด่นชัด 

แน่นอนว่า เพื่อที่ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการทำธุรกรรม แต่ละแบงก์ต่างก็พัฒนาดิจิทัลแบงกิ้งของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การแข่งขันของดิจิทัลแบงกิ้งสูงขึ้นมาก รวมถึงการประชาสัมพันธ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งแต่ละแบงก์จะเน้นเรื่องการทำธุรกรรมที่สะดวกสบาย ที่ไหนก็ได้ ทุกเวลา

มิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสเทคโนโลยี โดยลูกค้าส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์มากขึ้น เพื่อชำระเงินค่าสินค้าและบริการออนไลน์ ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจของวีซ่าระบุว่า กลุ่มลูกค้าทั้ง Gen X และ Gen Y นิยมชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในจำนวนเท่าๆ กันอยู่ที่ร้อยละ 81 และ 82 เพราะประหยัดเวลา รวดเร็ว และสะดวกมากกว่าใช้เงินสด 

“ด้วยพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี 4G การเติบโตของธุรกิจ e-Commerce, FinTech และนโยบาย National e-Payment ที่ช่วงนี้กำลังมาแรงซึ่งก็คือ พร้อมเพย์ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในยุคนี้ TMB เล็งเห็นว่าต่อไปโมบายแบงกิ้งจะเป็นช่องทางที่ลูกค้าใช้ทำธุรกรรมการเงินมากที่สุด เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ในการทำธุรกรรมได้ง่าย รวดเร็ว ทุกที่และทุกเวลา 

ดังนั้นถ้าย้อนกลับไปมองถึงวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาระบบดิจิทัลแบงกิ้งของ TMB จะพบว่า TMB มีนโยบายในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าอย่างตรงจุดเป็นอันดับแรก เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้สะดวก ง่าย และปลอดภัย จะเห็นได้จากการพัฒนา Features ต่างๆ ของ TMB TOUCH เช่น โอนเงินง่าย ไม่ต้องเพิ่มบัญชีผู้รับก่อนโอน ผ่อนจ่ายบัตรเครดิต TMB So GooOD 0% 3 เดือน ได้ด้วยตัวเอง เปิดบัญชีออนไลน์ได้ง่ายๆ สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาไปสาขา

 TMB TOUCH ซึ่งเป็นการมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ง่าย และปลอดภัยสูงสุด ในทุกๆ การทำธุรกรรมแบบทุกที่ทุกเวลา โดยเบื้องต้นได้โฟกัสกลุ่มลูกค้ากลุ่มอายุ 25-45 ปี ที่มีการทำธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งภายหลังการเปิดให้บริการได้รับการตอบรับและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีมาก จากตัวเลขลูกค้า TMB TOUCH รายใหม่เพิ่มขึ้น 165%, ลูกค้าที่ใช้งานประจำเพิ่มขึ้น 175%  และลูกค้าแต่ละคนใช้งานโดยเฉลี่ย 11.55 ครั้งต่อเดือน ซึ่งมากกว่าการไปสาขาของลูกค้าบุคคลโดยทั่วไป  ยิ่งไปกว่านั้นปริมาณการทำธุรกรรมผ่าน TMB TOUCH ได้เพิ่มขึ้น 187% และมีมูลค่าของการทำธุรกรรมโดยรวมผ่านช่องทางนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว จาก 12,000 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มต้น เป็น 24,500 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา”

ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้บริการ TMB Internet Banking อยู่ที่100,000 ราย และ TMB TOUCH จำนวน 600,000 ราย (ตัวเลขอัพเดตช่วงปลายปี 2559) และ TMB ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาโมบายแบงกิ้งให้มี Features ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตลูกค้าสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก