x

เรียกว่าเซอร์ไพรส์รับปลายเดือนกุมภาพันธ์กับ 2 ข่าวใหญ่คือ การมีรายชื่อ มิโอริ BNK48 ติด “เรนัจจิโซเซงเคียว” หรืองานเลือกตั้งของเรนัจจิ และเรื่องรายละเอียดของอัลบั้มซิงเกิ้ลที่ 3 ของ BNK48 ที่จะวางขายถึง 2 ไทป์ และรายชื่อเพลงใหม่อย่าง Sakura no Hanabiratachi เพลงที่จะอยู่ในชุดที่ 3 นี้
 
ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีกับ มิโอริ โอคุโบะ หรือ มิโอริ BNK48 สาวจากอิบารากิที่สามารถติดเข้าไปในเลือกตั้งเรนัจจิครั้งที่ 3 ได้สำเร็จ แต่ต้องอธิบายก่อนว่าอะไรคือ “การเลือกตั้งของเรนัจจิ”? 
 
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อปี 2015 ได้มีแฟนๆ ไปตั้งกระทู้ถามในแอพพลิเคชั่น 755 (สื่อสังคมออนไลน์ของเมมเบอร์ 48Group) ของ “เรนัจจิ” คาโต้ เรนะ สมาชิกรุ่นที่ 10 ของ AKB48 (รุ่นเดียวกับ อิสึตะ รินะ BNK48) ว่าช่วยจัดอันดับเมมเบอร์ที่เธอชื่นชอบหน่อยสิ เนื่องจากเรนัจจินั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะเฟรนด์ลี่กับเมมเบอร์ในหลายๆ วง
 
“เรนัจจิ” คาโต้ เรนะ เจ้าของการเลือกตั้งเรนัจจิ
 
เรนัจจิ ก็เลยจัดให้ด้วยการเลือกเซมบัตสึในแบบที่เธอชื่นชอบซึ่งผู้ชนะในปีแรกก็คือ “บอส” ทานากะ นัตสึมิแห่ง HKT48 สาวเจ้าของความสูงที่สุดใน 48 Group ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจากความสนุกสนาน แต่ดันเป็นเรื่องจริงจังเมื่อ “อากิพี” อากิโมโตะ ยาสุชิ ผู้ก่อตั้ง 48 Group ดันขอร่วมสนุกด้วยด้วยการแต่งเพลงให้เลย และให้ผู้ชนะเป็นเซนเตอร์ พร้อมกับเซมบัตสึนัตสึมิ เลยได้โอกาสเป็นเซนเตอร์ครั้งแรกในชีวิตกับเขาเสียที ในเพลง Madonna no Sentaku
 
ความสนุกเริ่มขึ้นในปี 2016 เมื่อได้มีการเปิดให้เมมเบอร์ต่างๆ ได้เข้ามาให้เรนัจจิคัดเลือกมากขึ้น แทบจะกลายเป็นเลือกตั้งแบบย่อมๆ ซึ่งผู้ชนะในปีดังกล่าวได้แก่ “ยุยยุย” โอกุริ ยุย จาก Team8 AKB48 เจ้าของฉายา “สาวสวยในรอบสองหมื่นปี” ที่เพิ่งเดินทางมาเปิดการแสดงที่ประเทศไทยในงาน Japan Expo 2018 เมื่อมกราคมที่ผ่านมาซึ่งการประกาศผลในแอพพลิเคชั่น Showroom มีคนชมมากกว่า 120,000 ยูสเซอร์ และยุยยุย ได้เป็นเซนเตอร์ในเพลง Happy End และได้มีโฟโต้บุก 16 Colors ที่เป็นภาพแฟชั่นของเหล่าเซมบัตสึที่เรนัจจิคัดเลือก
 
"ยุยยุย" โอกุริ ยุย ในงาน Japan Expo 2018
 
ในปี 2017 ได้มีการเปิดให้สมาชิกสมัครเข้าไปร่วมคัดเลือกทาง BNK48 นั้นส่ง 2 เมมเบอร์ชาวญี่ปุ่นคือ มิโอริ BNK48 และ อิสึคะ รินะ BNK48 เข้าร่วม และเมื่อมกราคมที่ผ่านมามีการประกาศผลผู้เข้ารอบสุดท้ายมีชื่อของมิโอริติดเข้าไปด้วย และเธอต้องเดินทางไปออดิชั่น ในปีนี้เป็นธีมละครเวที ผู้เขียนได้มีโอกาสดูไลฟ์ที่มิโอริไปออดิชั่น เธอทำได้ดีและมีอารมณ์ขันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การแนะนำตัวว่า “วันนี้ชุดที่ฉันใส่นั้นค่อนข้างจะหนาเลยทีเดียว อาจทำให้ดูเหมือนตุ๊กตาหิมะ ที่ฉันมาลองออดิชั่นนั้นก็เพราะว่าฉันไม่ติดเซมบัตสึในอัลบั้มต่อไป จึงอยากทดลองหาโอกาสใหม่ๆ” และในวันนี้เธอก็ทำมันได้โดยมีโอกาสในการแสดงละครเวทีในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้
 
สำหรับมิโอรินั้น ส่วนตัวผู้เขียนมีความประทับใจตั้งแต่เด็ดเดี่ยวไม่ย้ายกลับญี่ปุ่นตามครอบครัวโดยอยากจะทดลองกับงานสายไอดอลที่เธอชื่นชอบเสียก่อน ซึ่งความชื่นชอบไอดอลของเธอแสดงออกในหลายครั้งโดยเฉพาะวง Nogizaka46 ที่ถือว่าเป็นวงโปรดของมิโอริ และเพิ่งได้มีโอกาสไปแสดงในงาน Japan Expo ที่เมียนมาร่วมกับ AKB48 Team8 มิโอริทำได้ดีมากโดยเฉพาะ 2 เพลงที่ยังไม่มีในฉบับภาษาไทยของ BNK48 นั่นคือ Flying Get และ Kibouteki Refrain ที่เธอต้องซ้อมหนักเพื่อให้ทันเพื่อนก็สามารถทำได้แบบไม่มีที่ติในโชว์ดังกล่าว
 
อุปสรรคอย่างเดียวก็คือกำแพงทางภาษาถึงแม้เธอจะอยู่ที่ไทยมาเกือบ 10 ปีแต่ก็ยังไม่คล่องนัก เธอเคยให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวีเมื่อ BNK48 ได้รับเป็นกลุ่มบุคคลแห่งปี 2017 ว่า “ปีนี้เป็นที่ฉันพูดภาษาไทยเยอะที่สุดในชีวิตเลย” ซึ่งเธอก็พยายามสื่อสารกับแฟนๆ ของเธอ ไม่แน่ถ้าหากทำผลงานละครเวทีได้ดีและอยากจะย้ายกลับไปญี่ปุ่น ก็อาจจะมีสิทธิ์ได้ย้ายไปร่วมงานกับวง AKB48 ก็ได้ เพราะเคยเกิดขึ้นในกรณีของ โนซาวะ เรนะสมาชิกชาวญี่ปุ่นของ JKT48 รุ่นที่ 1 ที่ออดิชั่นและร่วมวงที่อินโดนีเซียก่อนที่ตอนนี้จะย้ายไปอยู่กับทีม K ของ AKB48
 
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่พอกันก็คือการประกาศวางจำหน่ายซิงเกิ้ลอัลบั้มที่ 3 “Shonichi” ของ BNK48 (อ่านเพิ่มเติมที่ เบื้องหลังน้ำตาและหยาดเหงื่อ ทำไมอัลบั้มซิงเกิ้ลที่ 3 ของ BNK48 ถึงควรเป็นเพลง Shonichi ? คลิกที่นี่) แบบ 2 ไทป์ โดยจะมีเพลงใหม่คือ Sakura no Hanabiratachi อยู่ในทั้ง 2 ไทป์ และแตกต่างกันในเพลงที่ 3 ที่ไทป์ A จะมีเพลง Namida Surprise และไทป์ B จะมีเพลง Anata to Christmas Eve  ก่อนอื่นอธิบายก่อน ปกติซีดีอัลบั้มซิงเกิ้ลของวงไอดอลอย่าง 48Group และ ซากะมิจิ (หรือกลุ่ม46) จะออกมาหลายไทป์โดยจะมีเพลงหลักที่เหมือนกัน และเพลงรองที่ต่างกันไปอาจจะเป็นการแบ่งยูนิตย่อย เพลงโซโล่ ก็ได้ อย่างล่าสุด STU48 ในซิงเกิ้ลอัลบั้มเดบิวท์ “Kurayami” ที่เพิ่งวางไปเมื่อมกราคมที่ผ่านมามีถึง 7 ไทป์ (ไม่รวม Theater Edition)
 
Sakura no Hanabiratachi ถือว่าเป็นเพลงที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนี่คือซิงเกิ้ลอัลบั้มแรกของ Akihabara48 (ก่อนที่จะกลายเป็น AKB48 ในเวลาต่อมา) ในอัลบั้มชุดใต้ดิน ที่ถูกวางขายในปี 2006 โดยรวมเอาเมมเบอร์รุ่นที่ 1 มาร่วมร้อง ซึ่งเซนเตอร์คนแรกของวงคือ “ทาคามินะ” ทาคาฮาขิ มินามิ ที่ต่อมาจะกลายเป็นโชคันโตคุ หรือผู้จัดการทั่วไปคนแรกของ 48Group เพลงนี้นั้นเกิดจากการเปิดให้แฟนๆ โหวตกันว่า อยากจะให้เพลงใดเป็นซิงเกิ้ลแรกที่วางขายซึ่งแฟนๆ ล้วนโหวตให้เพลงดังกล่าวที่มีความซาบซึ้งกินใจ
 

 
เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนที่มีความผูกพันกัน และต้องลาจากกันเหมือนดอกซากุระที่ต้องผลัดใบ กลายเป็นเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของการ “จบการศึกษา” ของเมมเบอร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเมมเบอร์ที่โด่งดังแค่ไหน เมื่อเล่นคอนเสิร์ตจบการศึกษาแล้ว ก็ต้องกลับมาร้องเพลงนี้ที่โรงละครอากิฮาบาระ จุดกำเนิดที่คุณเริ่มต้นความฝันนั่นเอง
 
เพลงนี้ถูกนำมาบันทำเสียงและทำใหม่อีกครั้งโดยเป็นซิงเกิ้ลอัลบั้มที่8 หลังจากการเมเจอร์เดบิวท์ของ AKB48 ในชื่อ Sakura no Hanabiratachi 2008 และยังเป็นต้นกำเนิดของเพลงตระกูลซากุระ เช่น 10 nen Zakura ,Sakura no shiori  หรือ Sakura no Ki ni Narou เป็นต้นโดยเพลงตระกูลซากุระนี้จะมาพร้อมกับเนื้อหาดีๆ และบรรยากาศจบการศึกษา ในโรงเรียนญี่ปุ่นการจบภาคการศึกษานั้นมักจะอยู่ใกล้ช่วงเวลาซากุระบานและผลัดใบ
 
 ขอหยิบบางท่อนจากการแปลของคุณ Konohana-sakura มาเล่าให้แฟนๆฟัง (อ้างอิงจาก บล็อก Konohana-Sakura นเนื้อเพลงฉบับแปลเต็ม แปลเนื้อเพลงเต็มๆ คลิกอ่านที่นี่)
 
sakura no hanabiratachi ga saku koro
dokoka de kibou no kane ga narihibiku
watashitachi ni asu no jiyuu to yuuki wo kureru wa
sakura no hanabiratachi ga saku koro
dokoka de dareka ga kitto inotteru
atarashii sekai no DOA wo jibun no sono te de hiraku koto
 
ที่แปลว่า “เมื่อกลีบซากุระบานออกที่ที่มีเสียงระฆังแห่งความหวังดังก้องอยู่ จะนำความอิสระและความกล้าหาญของวันพรุ่งนี้มาให้พวกเรา เมื่อกลีบซากุระบานออก ไม่ว่าใครก็คงจะภาวนาอยู่ที่ไหนซักแห่ง ขอให้มือนี้ของฉันเองได้เปิดประตูของโลกใบใหม่” และต่อไปอาจจะกลายเป็นเพลงเพื่อส่งเมมเบอร์ที่จบการศึกษาจาก BNK48 ก็ได้ 
 
เพียงแค่ว่าเมื่อเพลง Sakura no Hanabiratachi หากจะดังขึ้นในงานจบการศึกษาของเมมเบอร์ BNK48 ขอให้มีความชื่นชมยินดีในก้าวต่อไปที่พวกเธอจะเลือกเดิน และให้กำลังใจกันต่อไป
 
และอย่าลืมให้กำลังใจมิโอริในบท เบนโวลิโอ มอนตาคิว ในละครเวที Romeo and Juliet กันด้วยนะครับ
 
...
 
อ้างอิง