x

• สำหรับคนที่คุ้นเคยกับรถบิ๊กไบค์มานานตั้งแต่อดีต ก็คงจะทราบดีเกี่ยวกับสรรพคุณของรถค่ายซูซูกิเป็นอย่างดีว่า ค่ายนี้ทำรถได้แรง ดุ ดิบ เถื่อน แต่ขี่ยาก ถึงขั้นมีคำนิยมออกมาขำ ๆ ว่า ‘คนบ้าขี่ซู’ หมายถึงรถของซูซูกินั้นคุมยากมีแต่ ‘คน (เก่งเป็น) บ้า’ เท่านั้นแหละที่กล้าขี่

         ในยุคก่อนนั้นซูซูกิก็ทำรถดี ๆ ออกมาหลายคัน และแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นรถระดับตำนาน รวมไปถึงขี่ยากระดับตำนานเช่นกัน หนึ่งในตำนานที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในรูปโฉมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ แต่ยังคงเสน่ห์ในแบบเดิมก็คือซูซูกิ SV650A เน็คเก็ตไบค์ไฟกลมที่ถ่ายทอด DNA มาจากซูซูกิ SV Series (รุ่นล่าสุดก่อนเปลี่ยนโฉมใหม่คือ SV650 ปี 2012) หนึ่งในเน็คเก็ตไบค์ตัวแรงของค่ายซูฯ ที่หยุดผลิตไป 4 ปี

         วันนี้ SV ได้เกิดใหม่ ออกแบบใหม่หมดจดตั้งแต่หัวจรดท้าย ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิก และความโมเดิร์นไว้ในคันเดียวกัน จนออกมาเป็น SV650A ปี 2016 

         เน็คเก็ตไบค์ในพิกัด 650 ซีซี ซูซูกิมีรถที่เจาะตลาดในประเทศไทยและหลายแห่งทั่วโลกอยู่สองรุ่นก็คือ ซูซูกิ SFV 650 กราดิอุส ที่เผยโฉมแรกไปเมื่อปี 2014 และซูซูกิ SV650A ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ แน่นอนว่าทั้งสองรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน แต่กราดิอุสเกิดก่อน นั่นทำให้ SV ได้รับการพัฒนาเครื่องยนต์โดยต่อยอดมาจากกราดิอุสอีกที 

         SV650 เกิดทีหลังจึงถูกพัฒนาให้มีพละกำลังมากกว่าเดิมด้วยการเพิ่มขนาดลูกสูบ ปรับปรุงระบบในห้องเผาไหม้ใหม่ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ภายในเครื่องกว่า 60 ชิ้น จึงมีแรงม้าสูงกว่ากราดิอุสราว 5 ตัว เครื่องนิ่มนวลกว่า และทำงานได้ดีแม้ในรอบต่ำ

         แต่อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะเป็นเน็คเก็ตเหมือนกัน แต่ฟิลลิ่งของรถในด้านการขับขี่มีธรรมชาติที่ต่างกัน โดย SV650 จะมีความดุดันมากกว่ากราดิอุส แต่ก็ยังควบคุมง่ายมากทั้งคู่ แต่หากวัดกันที่สปีดต้นและความแข็งแรง ดุดัน SV650 จะออกนำไปก่อนอย่างชัดเจน

         จุดเด่นของ SV650 จากที่ได้มีโอกาสทดสอบหากแบ่งออกเป็นข้อย่อย ๆ จะได้ออกมาดังนี้

         1. ไฟกลมทรงคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ SV Series

         2. รูปทรงเท่แบบหนุ่มโมเดิร์นที่แต่งตัวสไตล์คลาสสิก

         3. เบา กระชับ ควบคุมง่าย

         4. เครื่องยนต์ดุดัน แต่ขับขี่ง่าย และสนุก

         5. ช่วงล่างไว้ใจได้

         มาเริ่มกันที่รูปทรงของ SV650 กันก่อน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาก็คืองานออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์ และเส้นสายที่เป็นคอนเซ็ปต์เด่นของรถรุ่นนี้ก็คือไฟกลมดวงใหญ่เด่นสง่าสวยงามแบบ Multi-Reflection

         รวมไปถึงเฟรมรถก็มีรายละเอียดที่คล้ายกับซูซูกิ SV650 ปี 2012 แต่มีการออกแบบใหม่ให้ดูเล็กทว่าแข็งแรงใน SV650 2016 นอกเหนือจากไฟกลมแล้ว โดยรวมรถทั้งคันเรียกได้ว่ายกเครื่องงานออกแบบใหม่หมดเลย 

         เรือนไมล์มีความโมเดิร์น ผิดกับรุ่นก่อนที่เป็นไมล์แมนวลกลม ๆ สองอันดูคลาสสิก แต่มาคราวนี้ทางค่ายยกเอาเรือนไมล์ดิจิตอลแบบเดียวกับซูซูกิ GSX-S1000 มาใส่ ซึ่งไมล์แบบใหม่ก็บอกรายละเอียดได้หมดทุกอย่างที่ควรรู้เป็นพื้นฐาน ทั้งความเร็ว รอบเครื่อง อัตราสิ้นเปลือง และไฟบอกเกียร์ (ดูเหมือนรถรุ่นใหม่ ๆ จะมีไฟบอกเกียร์กันเกือบหมดจนเป็นออพชั่นปกติไปแล้ว ดังนั้นค่ายไหนไม่มี รีบใส่ซะนะ) 

         ตรงเรือนไมล์ใหม่นี้เองที่บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ โดยให้เหตุผลว่ามันดูโมเดิร์นเกินไป แต่เรื่องแบบนี้เป็นรสนิยมส่วนตัวจริง ๆ ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED ดูมีความเท่ เบาะเป็นแบบตอนเดียวแบบปาด นั่งสบายแต่อาจจะแข็งไปสักนิด

         งานออกแบบด้านอื่นตั้งแต่ถังน้ำมันไปจนถึงท้ายรถ ทุกอย่างโดนรื้อใหม่ทั้งหมด ซูซูกิตั้งใจให้รถคันนี้มีความเพรียว เล็ก และทันสมัย (บางคนอาจจะบอกว่ารถมันดูเล็กไปไม่เหมือนรถไซส์ขนาด 650 ซีซี เลย แต่บางคนก็บอกว่าเล็กแบบนี้แหละขี่ง่ายดี) จึงพยายามทำให้รถดูคันเล็กแต่มีมิติ มีการเล่นด้านการออกแบบกับเหลี่ยมมุมของรถ โดยเฉพาะในส่วนท้ายรถที่สวยงามผิดกับท้ายรถของซูซูกิ กราดิอุส

         ตัวรถถูกออกแบบให้เปลือยเปล่าตามสไตล์เน็คเก็ตแท้ ๆ แฟริ่งจึงแทบจะไม่มีเลย ดังนั้นเราจึงได้เห็นรายละเอียดของเครื่องยนต์สูบวีที่สวยงาม แต่บางอย่างก็ดูเปลือยเกินไป โดยเฉพาะหม้อน้ำที่โผล่ออกมาแบบให้เห็นกันชัด ๆ ว่าพัดลมอยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหน หากโดนหินกระเด็นใส่มีโอกาสที่จะพังสูงมาก ซึ่งในอนาคตก็อาจจะไปติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันจำพวกการ์ดหม้อน้ำกันเอง 

         ทางด้านท่อไอเสีย ต้องขอชมเชยว่าสวยงาม และดูมีความแพง มีออร่า ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวเท่านั้น สุ้มเสียงก็จัดว่าโหดเอาเรื่องเลยทีเดียว แม้จะเป็นเครื่อง 2 สูบ แต่เสียงที่แผดร้องออกมาจากน้องตากลมคันนี้น่าจะถูกใจไบเกอร์หลายคนอยู่ และไม่ใช่เสียงดุดันที่รบกวนโสตประสาทใครด้วย 

         ด้านออพชั่นติดรถที่มีมาให้อย่างระบบเบรก หรือระบบช่วงล่างนั้นก็ถือว่าให้มาครบ เริ่มที่เบรก ทางค่ายก็จัดมาให้เป็น ABS ทั้งหน้าและหลัง โดยเบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ ขนาด 290 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ จาก Tokico และด้านหลังแบบจานเดี่ยว ขนาด 240 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ ของ Nissin

         โดยรวมการเบรกหน้าอาจจะทำได้ไม่ดีมากเท่าไหร่ แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ ยางติดรถที่ได้มาคือ Dunlop Sportmax Qualifier ล้อหน้าไซส์ 120/70/ZR17 ล้อหลัง 160/60/ZR17 ใหญ่ตามมาตรฐานแถมหนึบด้วย

         ส่วนระบบกันสะเทือนค่ายนี้เลือกใช้โช้กอัพคู่หน้าแบบ Telescopic ขนาดแกน 41 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นแบบ Link Type พร้อมโช้กอัพเดี่ยววางแนวตั้ง ปรับได้ 4 ระดับ จากการทดสอบการขับขี่ในเมืองถือว่าไม่มีปัญหา และคิดว่าการขับขี่ทางไกลก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเช่นกัน แม้จะมีคนซ้อน 

         สำหรับขุมกำลังและการควบคุม เนื่องจาก SV650 ถูกออกแบบรถมาให้คันไม่ใหญ่มาก ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงการควบคุมที่ดูเหมือนสั่งได้ ซึ่งก็จริง เพราะเครื่องยนต์ถูกเซตมาให้เราควบคุมได้ง่าย ไม่เจออาการพยศโผล่มาให้เห็น

         ขุมกำลังของ SV650 ก็คือ เครื่องยนต์ V-Twin 90 องศา 2 สูบ 645 ซีซี 76 แรงม้า ให้พละกำลังหนักแน่นตั้งแต่ออกตัวตามประสารถทอร์คหนักในแบบสูบวี แม้จะเป็นเกียร์ 2 ก็ยังทำงานได้ดีในยามออกตัว รอบต่ำแค่ไหนก็เรียกพละกำลังได้เสมอ 

         คันเร่งตอบสนองอย่างดี บิดสั่งได้ดั่งใจ จังหวะทำความเร็ว และจังหวะเร่งเพื่อแซง หมดปัญหา จะทำความเร็วแตะ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ทำได้ไม่ยาก แต่ในถนนเมืองไทยเราคงไม่อยากให้ใครขี่เร็วขนาดนั้น เอาแค่พอดี ๆ ดีกว่า 

         จากการทดสอบโดยรวม SV650 มีสปีดต้นและกลางถือว่าทำได้ดีกว่ารถสองสูบในพิกัดเดียวกัน ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากการทดสอบขับขี่ในเมือง และขับขี่ชานเมือง พบว่า 21 กิโลเมตรต่อลิตร SV650 สามารถทำได้ ซึ่งก็ถือว่าน้อยกว่าค่ายคู่แข่งเช่นกัน

         อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือท่วงท่าการนั่งขับขี่ เนื่องจากแฮนด์เป็นแบบแฮนด์บาร์ที่เกือบจะตั้งตรงให้อารมณ์คล้ายการขี่รถทัวริ่ง ก็เลยทำให้การขับขี่ SV650 ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือออกนอกเมืองก็ไม่เมื่อย หากขี่ในเมืองแม้เจอรถติดก็ซอกแซกได้สบาย ประมาณว่ารถเล็กไปได้ เราก็ไปได้

         ที่น่าชมเชยสำหรับรถค่ายซูซูกิเลยก็คือความเนี้ยบของงานประกอบ ซึ่งทุกรุ่นที่เราเคยทดสอบมา รวมไปถึง SV650 งานประกอบของน้องตากลมคันนี้ก็ยังเนี้ยบอยู่ ไม่เห็นจุดตำหนิ หาจุดงานประกอบไม่เนียนไม่เจอเลย และตัวรถดูมีความแข็งแรงทนทาน ไม่เปราะบาง ซึ่งคุ้มค่ากับราคาที่เปิดมาได้อย่างน่ารักค่าคบหา

         แม้โดยรวมมิติของ SV650 อาจจะเล็กในสายตาคนทั่วไป หรือกระทั่งสายตาไบเกอร์ด้วยกันเองก็ยังรู้สึกว่า SV650 คันนี้เล็กไปสักนิดสวนทางกับขนาดของเครื่องยนต์ แต่ถ้าได้ลองขับขี่ดูแล้วคุณจะเข้าใจว่าความเล็กไม่ใช่อุปสรรค แต่ความดุดัน ความมั่นคง เท่แบบโมเดิร์นกึ่งคลาสสิก และความสนุกที่ได้จากการขับขี่ต่างหากที่เป็นตัวตัดสินว่าคุณจะรัก SV650 หรือไม่

 

เรื่อง : พลสัน นกน่วม , ภาพ : สรรค์ภพ จิรวรรณธร

 

 

289,000

• SV650A ราคา 289,000 บาท

 

197

• ตัวรถไม่รวมของเหลว SV650A มีน้ำหนักรวม 197 กิโลกรัม

 

785

• ความสูงของเบาะวัดจากพื้น 785 มิลลิเมตร