กลายเป็นเพลงที่ถูกพูดถึงอย่างมากในสังคมตอนนี้ ไม่แพ้เพลงคุกกี้เสี่ยงทายเลย สำหรับเพลง ‘ใจเพชร’ เพลงใหม่ล่าสุดจากการแต่งเนื้อ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพลงนี้มีเนื้อหาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับบุคคลที่เสียสละทำความดี เพื่อชาติบ้านเมือง หลังจากที่มีการเผยแพร่เพลงนี้ทาง Youtube ก็มีคนจำนวนมาก เข้ามาสร้างปรากฏการณ์กดดิสไลก์ กว่านับหมื่นคน 
 
ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงที่ออกมาเพื่อกลบกระแสต่อต้านรัฐบาล คสช. ยุคคะแนนถดถอย หรือเป็นเพราะนึกครึ้มอกครึ้มใจในอารมณ์ศิลปินของตนเองก็ตาม พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โชว์ฟอร์มให้เห็นฝีมือการแต่งเพลงอีกครั้ง ด้วย "ใจเพชร" บทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่บุคคลที่มุ่งทำความดีเพื่อสังคม ซึ่งเพิ่งปล่อยออกมาหมาดๆ ในบรรยากาศของเดือนแห่งความรัก 
 
ด้วยฝีมือการแต่งเพลงระดับนี้ มีคำแนะนำว่า ในสมัยเลือกตั้ง หากท่านเล่นการเมืองไม่รุ่ง ขอให้ผันตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลงอาชีพ อาจมีสิทธิลุ้นตำแหน่งศิลปินแห่งชาติก็เป็นได้
 
หลังจากใช้ Hard Power อันได้แก่กระบอกปืนในการทำรัฐประหารมาก่อนหน้า จะเห็นได้ว่า เพลงหลายเพลงที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาล คสช. เป็นตัวอย่างของการใช้เพลงเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรม ในลักษณะของ Soft Power ที่มุ่งโฆษณาชวนเชื่อถึงเป้าหมายและเจตนารมย์ของคณะผู้มีอำนาจได้อย่างแยบยล
 
ไม่ว่าจะเป็น "คืนความสุขให้ประเทศไทย" ที่นายกฯ ใช้เวลาในการแต่งเพียง 1 ชั่วโมง ซึ่งด้วยพลังความถี่ที่ออกอากาศในแบบ "กรอกหู" บ่อยครั้ง แม้กระทั่งลูกเด็กเล็กแดงจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ต่างร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง จนมาถึง "ใจเพชร" เพลงล่าสุด เป็นที่คาดหมายกันว่า เพลงนี้อาจจะเป็นเพชรเม็ดงามของวงการเพลงยุคตกต่ำ ด้วยภาษาที่ใช้ที่มีความกระชับ ตรงประเด็น ผนวกกับรูปแบบทางดนตรีที่มีความสนุกสนาน น่าจะสื่อสารชุดความคิดของท่านผู้นำได้อย่างชัดเจน
 
เอาเข้าจริงๆ การใช้เพลงในบริบททางการเมือง ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนมองกลับไปในประวัติศาสตร์ บทเพลงเป็นเครื่องมือที่มีการนำมาใช้ต่อเนื่องยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงแห่งการปฏิวัติฝ่ายซ้าย อย่าง L'Internationale (แลงแตร์นาซิยองนาล) ที่ใช้ปลุกใจชนชั้นกรรมาชีพของฝรั่งเศส ในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส หรือจะเป็นบทเพลงปลุกใจของฝ่ายขวา ที่หลวงวิจิตรวาทการแต่งเพลงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น "เลือดสุพรรณ" "รักเมืองไทย" "ตื่นเถิดชาวไทย" ฯลฯ ล้วนหวังผลในการโฆษณาชวนเชื่อทางอุดมการณ์ทั้งนั้น 
 
"ใจเพชร" เป็นเพลงสนุกในรูปแบบ Verse-Chorus Form ดนตรีอิงกลิ่นอายความเป็นร็อก เพลงนี้ พลเอกประยุทธ ประพันธ์คำร้อง โดยมี วิเชียร ตันติวิมลพันธ์ เรียบเรียงคำร้องและทำนอง เสียงประสานโดย พ.ต.ธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล และ จ่าสิบเอก พงศธร พอจิต เป็นผู้ขับร้อง องค์ประกอบโดยภาพรวม นับเป็นเพลงที่ทำได้กลมกล่อม ลงตัว และมีชั้นเชิง ซึ่งคาดหมายว่าน่าจะฮิตได้ไม่ยาก 
 
มองในเชิงทฤษฏีดนตรี
 
‘ใจเพชร’ มาในสไตล์เพลงโพรเกรสซิฟร็อก (Progressive rock) เพลงนี้อยู่ในคีย์ G Major ท่อนอินโทรขึ้นมาอย่างฮึกเหิม ด้วยเสียงกีตาร์ลีดนำขึ้นมา มีการดึงคอร์ดเปลี่ยนคีย์เล็กน้อยให้พอสะดุ้ง ก่อนจะเข้าท่อนเวิร์สของเพลงด้วยคอร์ด G ยาวไปจนถึงท่อนพรีคอรัสที่ใช้คอร์ด IV และ V (เลขโรมัน เป็นสัญลักษณ์กำกับตำแหน่งคอร์ดในแต่ละคีย์) ของคีย์ ที่โดยปกติสองคอร์ดนี้จะทำหน้าที่ ‘เป็นตัวส่ง’ ให้ดนตรีพุ่งไปข้างหน้ามากขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะคอร์ด V ที่จะเป็นคอร์ดส่ง 
 
ท่อนคอรัสของเพลงมีการใช้ การดำเนินคอร์ดแบบเพลงร็อกทั่วไป เบสเดินแบบโน้ตเขบ็ตหนึ่งชั้น (เครื่องหมายกำหนดความสั้นยาวของตัวโน้ตในระบบดนตรีสากล) ตามสไตล์เพลงร็อก ท่อนเบรคดาวด์กลองตีแพทเทิร์นชาวร็อก ก่อนเข้าท่อนคอรัสสุดท้าย พร้อมทั้งมีการโซโล่กีตาร์ควบคู่ไปด้วย เพลงนี้มีการใช้เสียงเครื่องสาย (จากคีย์บอร์ด) ประกบตลอดทั้งเพลง โดยมีเสียงแตกจากกีตาร์ เป็นพระเอกของเพลง การใช้ดนตรีร็อกเป็นตัวเล่าเรื่องถือว่าสอดคล้องกับเนื้อหาที่พยายามจะสื่อ เพราะร็อก คือดนตรีที่แข็งแรงและหนักแน่นอยู่แล้ว เข้ากับคำว่า ‘ใจเพชร’ ที่เป็นชื่อเพลงพอดี
 
ภาคดนตรีก็สร้างสรรค์ตามหลักดนตรีร็อกทั่วไป ไม่โดดเด่น ไม่แย่ มีการดึกเอกลักษณ์ของดนตรีร็อกแบบโปรเกรสซีฟออกมาอย่างพวกเสียงเครื่องสายที่เป็นสังเคราะห์จากคีย์บอร์ด การยืมคอร์ดจากคีย์อื่นมาช่วยเพิ่มสีสัน ซึ่งอะไรแบบนี้มันก็เป็นสิ่งที่ดนตรีแนวนี้ต้องมีอยู่แล้ว 
 
ความเห็นเกี่ยวกับ ‘เนื้อเพลง’ ในมุมมองของนักแต่งเพลง โดย ตุล ไวฑูรเกียรติ จากวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า 
 
“ผมเชื่อว่าเพลงนี้มีการตั้งโจทย์ไว้อยู่แล้ว ผมคิดว่าคงไม่ได้มาจากอินเนอร์ที่อยากจะแต่งขึ้นมาเวลานั้น ผมเองเป็นนักแต่งเพลงผมก็ต้องทำตามโจทย์แบบนี้แหละเวลาทำเพลงให้องค์กรใหญ่ ๆ ผมว่าเพลงนี้ก็มีการแต่งเนื้อที่ดีนะ ไม่ผิดแปลกอะไร ทั้งการสัมผัสของคำ หรือวรรณยุกต์ ใช้คำเข้าใจง่ายอย่างท่อน ‘ทำใจให้เป็นเพชรแท้ ’ นี่ก็เล่าแบบตรงไปตรงมาดังความหมายที่ต้องการเลย คือการเล่าถึงการทำใจตัวเองให้เข้มแข็งดังเพชร ซึ่งโดยรวม เนื้อเพลงก็เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น 
 
แต่สิ่งที่ผมแปลกใจและรู้สึกเซอร์ไพรส์ก็คือ ไม่คิดว่าท่านนายกจะทำเพลงออกมาเป็นร็อกแบบนี้ ถ้าผมมองผลงานชิ้นนี้ในฐานะนักแต่งเพลงด้วยกันมอง ก็รู้สึกว่ามันไม่แปลกอะไร ถ้าผมแต่งเองก็คงออกมาประมาณนี้แหละครับ”
 
ในฐานะนักแต่งเพลงด้วยกันมีอะไรจะแนะนำท่านนายกไหมครับ
 
“รู้สึกดีใจที่ท่านนายกทำออกมาได้โอเค ไม่มีอะไรผิดแต่ก็คงไม่ฮิตเท่าเพลง ก่อนหน้านี้ (เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย) ซึ่งเพลงนั้นมันฮุคถูกที่ถูกเวลาพอดี ผมรู้สึกดีใจที่ท่านนายก ของเราเป็นชาวร็อก นะครับ”
 
ถือเป็นผลงานที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย ถ้าพูดถึงคำว่า เพชร เอาไปใส่ไว้ที่ไหน คำเหล่านั้นก็มักจะมีค่าขึ้นมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น มาใส่ในแหวนก็กลายเป็นแหวนเพชรที่มีคุณค่า แม้อยู่ในที่ลับ ๆ ก็มีค่าได้...หืมม แต่ในบริบทนี้ คำว่าเพชรมาอยู่ที่ ใจ แทน เรียกได้ว่าเป็นการเลือกใช้คำจากหัวใจโดยแท้ 
 
อย่างที่พูดไว้ตอนต้นหากท่านเล่นการเมืองไม่รุ่ง ถ้าผันตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลงอาชีพ อาจมีสิทธิลุ้นตำแหน่งศิลปินแห่งชาติก็เป็นได้ ลองคิดกันเล่น ๆ ดูว่าจะมีนายกรัฐมนตรีกี่ประเทศในโลกนี้ ที่สามารถแต่งเพลงได้แบบนี้ ปัดโธ่ !
 

ปล. ก่อนที่จะจบบทความนี้ หากท่านอยากหาอะไรล้างหู แนะนำให้ฟังเพลง "คุกกี้เสี่ยงทาย" ของน้อง ๆ BNK48 
 
และหากอยากทำความเข้าใจว่า ในทางทฤษฎีดนตรี หากอยากเข้าใจว่าทำไมเพลงนี้ถึงฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง อ่านได้ในบทความนี้ ไขปริศนาเพลง ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ ตามทฤษฎีดนตรี เหตุใดฟังแล้ว ‘earworm’ หลอนติดหู (คลิกที่นี่) เขียนโดยคนเขียนคนเดียวกัน เจ้าเก่าเจ้าเดิม
 
เรื่อง : อนันต์ ลือประดิษฐ์, วิทวัส ปัญญาเลืศวุฒิ