x

Honda HR-V นับว่าเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนกระแสตลาดรถยนต์ประเภท Crossover ในประเทศไทย ให้มีการแข่งขันอย่างดุเดือด เข้มข้น เป็นอย่างมาก โดยนับตั้งแต่กการเปิดตัว HR-V ครั้งแรกเมื่อปี 2015 จวบจนถึงปัจจุบันในปี 2018 ก็สามารถสร้างยอดจำหน่ายสะสมเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มพิกัดดังกล่าว ด้วยตัวเลขกว่า 66,000 คัน 
 
 
จนกระทั่ง เมื่อช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2018 ระหว่างงาน Fast Auto Show 2018 ที่ผ่านมา ก็ถึงวันเวลาที่ HR-V จะต้องมีปรับเปลี่ยนเพิ่มความสดใหม่ของตัวรถ ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกันแล้ว ทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ฤกษ์ในการเปิดโฉม HR-V (Minorchange) รุ่นปรับโฉมใหม่ เพิ่มเอกลักษณ์ความเป็น Sport Crossover ระดับพรีเมียม ด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ด้วยการเสริมทัพรุ่นย่อยใหม่ RS และสีใหม่ สีแดง (Passion Red Pearl)
 
 
Exterior – ไฟหน้า Full LED พร้อมการตกแต่งแบบใหม่ สปอร์ตเร้าใจในรุ่น RS
HR-V ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน โฉบเฉี่ยวด้วยกันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และที่พิเศษจากรุ่นก่อน ยังได้เพิ่มความสปอร์ตเร้าใจด้วยรุ่นย่อยใหม่ RS ที่ใช้การดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ทั้งในส่วนของ กันชนหน้า-หลังสไตล์สปอร์ต / กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โครเมียมรมดำแบบสปอร์ต / โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED / ไฟท้ายรมดำแบบ LED Tube / ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต / มือจับเปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ / กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต / แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต / ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต และสัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย 
 
 
Interior – เบาะคู่หน้าใหม่ดีไซน์ใหม่ นั่งสบายกว่าเดิม
ภายในยังคงมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเหมือนที่เช่นเคย แต่ได้เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ สามารถสัมผัสได้ถึงความโอบกระชับพอเหมาะกับสรีระที่ดีขึ้นกว่าใน HR-V รุ่นก่อน พร้อมติดตั้งระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ด้านคนขับ และอีกอย่างหนึ่งที่ถูกใจเลยก็คือ พวงมาลัยในรุ่น RS ที่วัสดุหนังแท้คุณภาพดีห่อหุ้มนั้น ให้ผิวสัมผัสนุ่มเนียนละมุนมือดีมาก และมีขนาดที่กระชับฝ่ามือเวลาควบคุมได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย / ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย ไว้สำหรับเล่นเกียร์ในการขับขี่แบบสปอร์ตอีกด้วย 
 
 
และแน่นอนว่า ในรุ่น RS ซึ่งเป็นตัวท็อปสุดตัวใหม่สำหรับการปรับโฉมครั้งนี้ ก็ต้องมาพร้อมกับหลังคาแก้ว Panoramic Sunroof แบบเต็มพื้นที่ ในลักษณะเดียวกับตัวท็อปรุ่นก่อน ซึ่งช่วยให้ห้องโดยมีความปลอดโปร่ง ไม่อึดอัดเมื่อต้องเดินทางติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
 
อีกทั้งความเจ๋งของ HR-V ที่ยังคงความโดดเด่นไว้ก็คือ การตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบ ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ และพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ มาพร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการขนย้ายสัมภาระที่หลากหลาย
 
 
ด้านระบบความบันเทิง มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Bluetooth พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI ทำงานได้ลื่นไหล แต่ก็มีแอบขัดใจกับดีไซน์ของหน้าจอชุดนี้ ซึ่งดูไม่ค่อยเนียนเข้ากับดีไซน์ภายในของรถเท่าไรนัก ส่วนระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนคือ ไม่มีระบบฮีตเตอร์มาให้
 
 
Powertrain – เครื่องยนต์ เกียร์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ลงตัวอยู่แล้ว
ขุมกำลังเครื่องยนต์ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือบล๊อก เบนซิน 1.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที รองรับเชื้อเพลงสูงสุด E85 โดยทำงานร่วมกับ ระบบเกียร์ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม มีเรี่ยวแรงเกินพอสำหรับลักษณะและน้ำหนักของตัวรถ
 
 
Safety – Honda LaneWatch และ City Brake เข้ามาเสริม ทำให้รถน่าสนใจ
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน HR-V ใหม่ ถูกยกระดับไปอีกขั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) / ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อยยังมีระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน ได้แก่ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อมระบบ Auto Brake Hold / ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) / ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) / ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) / สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) / กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS และ EL)
 
 
Test Drive
เส้นทางการทดสอบของเราในทริปนี้ เป็นการเดินทางออกไปกับการผจญภัยในบรรยากาศขุนเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นก็คือที่ จ.นครนายก โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่บริเวณสันเขื่อนขุนด่านปราการชล 
 
 
การออกสตาร์ททริปทดลองขับ HR-V ใหม่ เริ่มต้นกันที่ศูนย์ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ถ.ศรีอยุธยา มุ่งหน้าออกไปขึ้นมอเตอร์เวย์เพื่อเบี่ยงลงบริเวณคลอง 5 ถ. รังสิต-นครนายก หลังจากนั้นเราก็วิ่งมุ่งตรงเข้า จ.นครนายก โดยระยะทางรวมไป-กลับของการทดสอบ อยู่ราวๆ 300 กิโลเมตร ก็เพียงพอที่จะทำให้เราพบความเปลี่ยนแปลงในการขับขี่ที่แตกต่างออกไปจากตัวรถรุ่นก่อนบางประการ
 
 
สิ่งที่พบและพอจะสัมผัสได้ก็คือ ระบบกันสะเทือน โดยขณะรถยุบตัวเข้าโค้ง รับรู้ถึงความหนึบแน่นที่มากขึ้นและตัวรถไม่ยุบมากจนเกินไปเหมือนเซ็ตอัพของรุ่นก่อน แต่ถ้าให้บอกว่า มันต่างกับตัวก่อนชัดเจนขนาดนั้นไหม? คงให้ค่าความต่างเป็นตัวเลขประมาณ 10% แต่อย่างไรก็ดี ก็ถือว่า มีการปรับปรุงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
 
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารจากบริเวณพื้นรถเงียบขึ้น จากการเพิ่มวัสดุซับเสียงลงไปในจุดนี้ อีกส่วนหนึ่งที่อาจจะเปนผลกันคือเรื่องของ ยางติดรถจากโรงงานที่คราวนี้ให้มาค่อนข้างดี เป็นของ Yokohama BluEarth E70 ซึ่งสวมเข้ากับล้ออัลลอย 17 นิ้ว ของรุ่น RS ส่วนการเก็บเสียงลมบริเวณกรอบประตู อยู่ในระดับเท่าๆเดิม
 
 
นอกเหนือจากนั้น ทั้งในส่วนของ ฟีลลิ่งของพวงมาลัยยังให้การบังคับควบคุมที่แม่นยำ และมีน้ำหนักความหนืดพอเหมาะ ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม รวมทั้งระบบเบรก ที่สามารถหน่วงความเร็วรถได้ดี และมีน้ำหนักแป้นเบรกที่เหมาะสม เป็นมิตรกับผู้ใช้รถโดยทั่วไปทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง
 
 
Conclusion
ถ้าให้ว่ากันด้วยเรื่องการขับขี่ ก็คงต้องยอมรับว่า มันอาจจะยังไม่ใช่รถยนต์ที่ขับได้ดีที่สุดของกลุ่มในช่วงเวลานี้ แต่ถ้าเรามอง HR-V ใหม่ ในภาพรวมๆแล้ว มันคือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องของ ความกว้างขวางและความอเนกประสงค์ ด้วยความเก่งของ Honda ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตามคอนเซ็ปท์ Man Maximum Machine Minimumไว้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้นี่คือจุดแข็งหลักของรถยนต์คันนี้ที่เอาไว้มัดใจไลฟ์สไตล์ของคุณประเภทชอบขนของ เปรียบรถเสมือนห้องเก็บของที่บ้าน มีอะไรก็โยนเข้าไว้ในนี้ก่อน
 
นอกจากนี้ การปรับโฉมใหม่โดยเพิ่มรุ่น RS ซึ่งมาในแนวสปอร์ตพรีเมียม ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ จึงถูกนำเสนอผ่านการสื่อสารทางการตลาดด้วยคอนเซปท์ What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน...ตามไปให้สุด ซึ่งสะท้อนชีวิตอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการออกไปใช้ชีวิตตามที่หัวใจเรียกร้อง
 
 
อย่างไรก็ดี ภาพรวมจอง HR-V ใหม่ จะใช่รถยนต์ที่ใจของคุณต้องการมันอยู่หรือเปล่า? ก็คงไม่มีใครตอบได้ เท่ากับคุณได้ลองสัมผัสมันแล้วว่าบอก ชอบหรือไม่ชอบด้วยตัวของคุณเอง
 
'Honda HR-V' รุ่นปรับโฉมใหม่
- 1.8 E : 949,000 บาท
- 1.8 EL : 1,059,000 บาท
- 1.8 RS : 1,119,000 บาท
 
มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดง (Passion Red Pearl) ใหม่ / สีขาว (White Orchid Pearl) / สีดำ (Crystal Black Pearl) / สีเงิน (Lunar Silver Metallic) และ สีเทา (Ruse Black Metallic)
 
 
ขอขอบคุณ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดูแลเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางในครั้งนี้