เปิดตัวยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ต แอนด์สปา และพิสูจน์สมรรถนะบนพื้นถนนเปียก ที่สวนนงนุช ชลบุรี โดยมีสื่อมวลชนจากต่างประเทศอีก 8 ประเทศ มาร่วมงานนี้ด้วย รวมสื่อจากประเทศไทย อีก 25 สื่อ ซึ่งจัดกิจกรรมพิเศษนี้ขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ในเขตเมืองพัทยา
 
 
     
     มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก พลิกโฉมตลาดยางรถยนต์ในไทยด้วยการเปิดตัว ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ (MICHELIN Primacy 4) ผลิตภัณฑ์ยางรุ่นล่าสุดในตระกูล ‘ไพรมาซี่’ ที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน”1 (Safe When New, Safe When Worn) ซึ่งตอกย้ำคุณสมบัติเด่นในสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก2 อีกทั้งยางรุ่นนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของยางนุ่มเงียบ3 ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มสบายอย่างแท้จริง
 
 
     เอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C เปิดเผยว่า “สมรรถนะของยางรถยนต์ในการเบรกและการเกาะถนน โดยเฉพาะบนถนนเปียก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย ทุกวันนี้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกใช้ยางรถยนต์โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของยางใหม่แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สามารถรู้ถึงสมรรถนะของยางหลังจากใช้งานไปแล้วว่าจะเป็นอย่างไร แต่มิชลินก้าวไปอีกขั้นด้วยการมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นว่ายางของเราให้ความปลอดภัยยาวนานแม้จะผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอกก็ตาม”
 
 
     มิชลินได้มอบหมายให้ บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการทดสอบระยะเบรกของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ บนถนนเปียก เปรียบเทียบกับยางชั้นนำแบรนด์อื่น ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก2 ผลลัพธ์ที่ได้น่าประทับใจมาก นั่นคือ เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใหม่ด้วยกัน
 
 
 
    
     มิชลิน ไพรมาซี่ 4 มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ 2.5 เมตร และเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใกล้หมดดอก มิชลิน ไพรมาซี่ 4 มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ ถึง 5.1 เมตร ยิ่งกว่านั้นยังพบว่าเมื่อเทียบกับยางใหม่ของแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ
 
 
     ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ที่ใกล้หมดดอกมีระยะเบรกสั้นกว่ายางใหม่ของแบรนด์อื่นๆ ถึง 1.8 เมตร  หรืออาจกล่าวได้ว่า ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกให้ความปลอดภัยมากกว่ายางใหม่บางรุ่นของแบรนด์อื่นๆ
 
 
     ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 มาพร้อม 2 เทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุดเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลินที่ใช้เวลาออกแบบพัฒนานานถึง 3 ปี ได้แก่ เทคโนโลยี EverGrip™ ที่ประกอบด้วย ร่องรีดน้ำแบบใหม่ ที่ออกแบบให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยแม้เมื่อยางผ่านการใช้งานมานานจนใกล้หมดดอก  และสูตรผสมเนื้อยางนวัตกรรมล่าสุด ที่ทำให้การยึดเกาะของซิลิก้ากับโพลิเมอร์เข้ากันได้ดีและสม่ำเสมอมากขึ้น
 
 
     
     
     
     ส่งผลให้มีศักยภาพในการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีขึ้น แม้เมื่อยางผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอก และเทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง ที่ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands)
 
 
     
     ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จึงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สบายตลอดการเดินทาง
 
 
   
     
     ในประเทศไทย ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ จะเริ่มวางตลาดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ศกนี้เป็นต้นไป โดยมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 31 ขนาด (ขอบ 15-19 นิ้ว) ซึ่งครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์ชั้นนำหลายรุ่น อาทิ โตโยต้า แคมรี่, ฮอนด้า แอคคอร์ด, บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5, เมอร์เซเดส อี-คลาส และ ซี-คลาส และรถยนต์รุ่นอื่นๆ อีกมากที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายขณะขับขี่
 
 
 
 
 
1. จากผลการทดสอบระยะเบรกซึ่งวิ่งทดสอบในสวนนงนุช จังหวัดชลบุรี บนพื้นถนนเปียกและแห้งที่อุณหภูมิ 27-32 °C เมื่อเดือนมกราคมและพฤษภาคม 2561 โดยติดตั้งยางมิชลินไพรมาซี่ 4 ขนาด 255/50R17 สี่เส้นใหม่บนรถทดสอบยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแอ็คคอร์ดซึ่งขับขี่ด้วยความเร็ว 0 – 80 กม/ชม เปรียบเทียบกับยางมิชลินไพรมาซี่ 4 รุ่นเดียวกันที่ใกล้หมดดอก
2. คำว่า “ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึง ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร
3. จากผลการทดสอบเสียงภายในห้องโดยสารรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 50 - 70 กม/ชม และผลการประเมินความนุ่มสบายที่ความเร็ว 30-50 กม/ชม ดำเนินการทดสอบโดย บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำขอของมิชลิน
4. จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อ 1) เปรียบเทียบระหว่างยางใหม่ของมิชลิน ไพรมาซี่ 4 และยางใหม่ของคู่แข่งชั้นนำ 
5. จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อ 1)  เปรียบเทียบระหว่างยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ใกล้หมดดอกกับยางของคู่แข่งชั้นนำในสภาพเดียวกัน
 
 
 
 
 
     ด้วย 2 เทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุด ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 (MICHELIN Primacy 4) ไม่เพียงสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านความปลอดภัยภายใต้สโลแกน “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน”1 (Safe When New, Safe When Worn) ซึ่งตอกย้ำคุณสมบัติเด่นในสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก2 แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของยางนุ่มเงียบ ให้ประสบการณ์ที่นุ่มสบายอย่างแท้จริงแก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
 
 
 
 
เทคโนโลยี EverGrip™ ที่ประกอบด้วย 
 ▪ ร่องรีดน้ำแบบใหม่ โดยออกแบบให้ร่องดอกยางเป็นทรงเหลี่ยมมากขึ้นและกว้างกว่าเดิมเมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า ทำให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้
หมดดอก และแม้ร่องรีดน้ำจะกว้างขึ้นแต่กลับมีพื้นที่หน้าสัมผัสมากขึ้นด้วย
 
 
 
▪ สูตรผสมเนื้อยางสมรรถนะสูงนวัตกรรมล่าสุด เนื้อยางสูตรพิเศษคุณภาพสูงที่เพิ่ม Active Bonding Element ทำให้โมเลกุลของซิลิก้ากับโพลิเมอร์ยึดเกาะกันได้ดีและสม่ำเสมอกว่าสูตรเนื้อยางธรรมดาทั่วไป ทั้งยังส่งผลให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นกว่าและเกาะบนถนนเปียกได้ดีกว่า
 
 
 
เทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง ลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands)  ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จึงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สบายตลอดการเดินทาง
 
 
 
ผลการทดสอบยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก
     ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 สะท้อนความมุ่งมั่นของมิชลินในเรื่องความปลอดภัยของยางทั้งตอนใหม่และเมื่อผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอก2 และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านความปลอดภัย ได้มีการทดสอบสมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก
 
 
     
     บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทดสอบยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 บนถนนเปียก เปรียบเทียบกับยางชั้นนำแบรนด์อื่น ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก ผลลัพธ์ที่ได้น่าประทับใจมาก นั่นคือ
• ยางใหม่ด้วยกัน: มิชลิน ไพรมาซี่ 4 มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ 2.5 เมตร
• ยางใกล้หมดดอก: มิชลิน ไพรมาซี่ 4 มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ ถึง 5.1 เมตร
• เมื่อเทียบกับยางใหม่ของแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ  ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ที่ใกล้หมดดอก มี
ระยะเบรกสั้นกว่ายางใหม่ของแบรนด์อื่นๆ ถึง 1.8 เมตร  หรืออาจกล่าวได้ว่า ยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ที่ใกล้หมดดอกให้ความปลอดภัยมากกว่ายางใหม่บางรุ่นของแบรนด์อื่นๆ
 
 
 
 
 
     ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ได้ที่เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th
 
 
   
 
 
 
     มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิตอล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร  กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ในกว่า 171 ประเทศ โดยมีพนักงาน 114,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิต 70 แห่งใน 17 ประเทศ ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 190 ล้านเส้นในปี 2560 คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.com