x

เรื่อง : ณัฐกร เวียงอินทร์
บทบรรณาธิการ GM Live
 
ผลพ่ายแพ้ของแมนฯ ยูฯ ในการไปเยือนเชลซี 1-0 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ด้วยฟอร์มการเล่นตลอดทั้งเกมที่น่าเบื่อ ทำเอาเราคิดวนลูปเดิม ๆ ว่า “อีกแล้ว คาดหวังอะไรไม่ได้อีกแล้ว”
 
ความเคยชินนี้ เกิดจาก “mindset” ที่ว่า แมนฯ ยูฯ ลงสนามในฐานะ “ผู้ท้าชิง” ไม่ใช่ผู้ป้องกันแชมป์อีกต่อไป
 
...
 
4-5 ปีแล้วที่เราอยู่ใน attitude ของ “ผู้ท้าชิง” พรีเมียร์ลีก ทั้งจากผู้เล่นและจากคนดู
 
แม้ว่าในยุคอเล็กซ์ เฟอร์กูสันเราจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกบ้าง เสียแชมป์บ้าง แต่ก็ติดอันดับ 1-2-3 มาโดยตลอด
 
ทุกครั้งที่ลงสนาม เราจึงลงสนามด้วย attitude ของคนเป็นแชมป์ ของผู้ชนะ นั่นทำให้เรามั่นใจที่จะเล่นบอลอยู่ตลอด
 
แต่นับตั้งแต่ฤดูกาล 2012-2013 เป็นต้นมา เราห่างกันความสำเร็จมานาน จนทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเจอกับทีมใหญ่ เราคือผู้ท้าชิงไม่ใช่ราชันย์อีกต่อไป
 
ช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะมีสัญญาณที่ดีจากการเป็นแชมป์รายการใหญ่(พอสมควร) อย่างยูโรป้าลีก และต้นฤดูกาลนี้ฟอร์มเราดีมาก ๆ ระดับชนะคู่ต่อสู้ด้วยการยิงไป 4 ประตูหลายนัด
 
แต่การต่อสู้ระยะยาว ไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะยืนระยะได้ ยิ่งช่วงแรกเราไม่เคยได้พิสูจน์ตัวเองจากการเจอทีมใหญ่เลย อะไรก็ง่าย
 
แต่เมื่อเราเสมอลิเวอร์พูล ชนะสเปอร์ส แพ้เชลซี แต่ฟอร์มโดยรวมไม่ค่อยน่าประทับใจ ผู้เล่นพลาดกันง่าย ๆ ขาด passion ที่จะสู้กันยิบตา แถมหมดท่าแพ้เด็กเพิ่งเกิดในพรีเมียร์ลีกอย่าง ฮัดเดอร์สฟีลด์อีก
 
มันเหมือนกับทุกอย่างรีรันมาแบบเดิม ๆ กับความล้มเหลวเหมือนหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
 
ชวนให้นึกถึงสิ่งที่พอล สโคลส์ เคยพูดไว้เมื่อปีที่แล้วว่าทีมชุดนั้นจะเป็นที่ถูกลืมภายใน 2 ปี ด้วยเหตุผลง่าย ๆ เพราะมันห่วย
 
มาถึงปีนี้ ก็ยังวนเวียนอยู่กับฟอร์มการเล่นแบบ “มวยรอง” ไม่ต่างจากปีที่แล้ว คือสำหรับคนที่เชียร์แมนฯ ยูฯ ตอนนี้ การเจอทีมใหญ่ ๆ อย่าง แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, เชลซี และสเปอร์ส แค่ลุ้นให้เสมอ ก็ตะโกนดีใจลั่นบ้านแล้ว
 
ไม่ช่แต่ แมนฯ ยูฯ หรอก ที่ติดปลักอยู่ใน attitude ของผู้ท้าชิง แม้แต่อาร์เซนอลเอง หลังจากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลสุดท้ายเมื่อปี 2003-2004 ทีมก็ตกอยู่ในวิธีคิดแบบนี้ ระดับถูกล้อกันว่าเป็นทีม “No.4” มิพักต้องพูดถึง ลิเวอร์พูล ที่ 30 ปีแล้ว ไม่เคยสัมผัสถึงถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ (อันนี้ไม่ได้พูดให้คนรักทีมอื่นเจ็บใจเล่น แต่มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับหลายทีม)
 
ไม่เพียงแต่ฟุตบอลหรอก ไม่ว่าธุรกิจ กิจการใด ๆ หากเราไม่เริ่มต้นจากการคิดแบบทัศนคติของแชมป์ ของผู้ชนะ เราจะพกความมั่นใจไปชนกับธุรกิจของคู่แข่งข้างนอกได้อย่างไร
 
ก่อนทำอะไรต้องเริ่มต้นที่ความมั่นใจและทัศนคติที่ควรจะเป็นนั่นล่ะ...
 
...
 
ไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะเปลี่ยน mindset ของทีมเราให้แฟนบอลเชื่อว่า...
 
Attitude ของเราจะกลายเป็นการเล่นบอลแบบทีมแชมป์