x

     เมอร์เซเดส-เบนซ์ C350 e ปลั๊กอิน ไฮบริด แตกต่างจาก C300 BlueTEC HYBRID ตรงที่ขุมพลังที่เป็นต้นทุนของ C350 e ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 211 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ กับมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 82 แรงม้าพร้อมแรงบิด 340 นิวตัน-เมตร

     กำลังรวมทั้งระบบ 279 แรงม้า กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-TRONIC พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ให้รถคันนี้วิ่งออกตัวใช้เวลา 6.2 วินาที จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้เร็วสูง 246 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรุ่น 4 ประตู จะวิ่งได้เร็วขึ้นกว่านี้เพราะตัวรถมีน้ำหนักเบากว่านี้

     C300 BlueTEC HYBRID เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 27 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร แต่ C350 e เป็นปลั๊กอิน-ไฮบริด มีอแดปเตอร์พร้อมสายไฟสำหรับเสียบปลั๊กไฟชาร์จ ซึ่งจุดชาร์จติดตั้งอยู่มุมกันชนหลังด้านขวา

     C350 e แบบ 4 ประตู ที่มีรุ่น Exclusive กับ AMG และรุ่นราคาเบาหน่อยตกแต่งแบบ Avantgarde ให้ใช้พื้นฐานเดียวกันทั้งตัวเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดเกียร์ รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 6.2 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลัง ซึ่งมีระบบหล่อเย็นจากน้ำ และฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะ ปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด โดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง

     ผู้ขับขี่สามารถเลือกขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพียว ๆ หรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 31 กิโลเมตร

     ตัวรถแบบสเตชั่น แวกอน 5 ประตู ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่าแบบ 4 ประตู แต่ก็ยังตอบสนองได้ดี สมรรถนะดีมาก วิ่งไปข้างหน้าได้เร็วเร้าใจ

     มีโหมดให้เลือกขับขี่ได้ 5 รูปแบบ มี Individual, Sport+ (S+), Sport (S), Comfort (C) และ Economy​ (E)​ และเลือกปรับพวงมาลัย การขับขี่และระบบช่วงล่างได้อีกตามต้องการ

     C350 e Estate AMG รถยนต์นำเข้าแบบสำเร็จรูปทั้งคัน หรือ CBU สำหรับผู้ที่ต้องการรถแบบสเตชั่น แวกอน และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ปลั๊กอิน ไฮบริด เป็นรถยนต์หรูของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จากประเทศเยอรมนี ทำคันนี้มีมาตรฐานสูง

     กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ ก็ดันให้ C250 AMG วิ่งไปข้างหน้าได้อย่างเร้าใจ เพียงพอ และประทับใจ แต่ C350 e เทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 82 แรงม้า พร้อมแรงบิด 340 นิวตัน-เมตร แรงบิดเท่ากับมอเตอร์ไฟฟ้าในเมอร์เซเดส-เบนซ์ S 500e

     อีกมุมคุณจะรู้สึกตื่นเต้น สนุก และแปลกใจ ที่ C350 e Estate AMG เคลื่อนตัวได้คล่องแคล่วในเมืองได้ดี โดยที่เครื่องยนต์ไม่ได้ทำงานเลย ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ในการขับขี่เดินทาง ซึ่งไอเสียจะไม่ถูกปล่อยมาเลย อีกมิติของการขับขี่ที่เปลี่ยนไป วิ่งดี เงียบเชียบ เครื่องยนต์ไม่ทำงานก็วิ่งได้ดีด้วย แต่ทว่ายังคงมาตรฐานความปลอดภัย ขับขี่สบาย นุ่มนวล ห้องโดยสารด้านท้ายพร้อมให้จุสัมภาระได้อย่างมีสไตล์ 

เรื่อง   :   มนต์ชัย สว่างศรี  ,  ภาพ   :   สรรค์ภพ จิรวรรณธร

 

MERCEDES-BENZ C350 e ESTATE AMG DYNAMIC

เครื่องยนต์   เบนซินแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

ความจุกระบอกสูบ   1,991 ซีซี

กำลังสูงสุด   211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด   350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที

กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า   60 กิโลวัตต์/82 แรงม้า

แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า   340 นิวตัน-เมตร

ระบบส่งกำลัง   เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONIC PLUS พร้อมเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.   ในเวลา 6.2 วินาที

ความเร็วสูงสุด   246 กม./ชม.

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน  43.5 กม./ลิตร

อัตราการปล่อย   CO2 54 กรัม/กม.

มิติตัวรถยาวxกว้างxสูง   4,702x1,810x1,457 มม.

ขนาดยาง   225/40 R19 (หน้า) 255/35 R19 (หลัง)

ถังน้ำมันจุ   50 ลิตร

ราคาจำหน่าย   3,690,000 บาท

 

225

วิ่งความเร็ว 90 กม./ชม. ที่ 1,600 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 100 กม./ชม. ที่ 1,800 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 110 กม./ชม. ที่ 2,000 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ 2,150 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 130 กม./ชม. ที่ 2,300 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 140 กม./ชม. ที่ 2,500 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 150 กม./ชม. ที่ 2,650 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 160 กม./ชม. ที่ 2,800 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 170 กม./ชม. ที่ 3,050 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 180 กม./ชม. ที่ 3,200 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 200 กม./ชม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

วิ่งความเร็ว 225+กม./ชม. ที่รอบสูง

 

12.16 

-เติมน้ำมันเต็มปากถังบอกวิ่งได้ระยะทาง 527/534 กิโลเมตร แอร์เปิด 23-24 องศาเซลเซียส

-ขับขี่ในเมืองนอกเมืองไประยะทาง 99.0 กม. บอกวิ่งได้อีก 475 กม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.1 ลิตร/ 100 กม. หรือ 12.34 กม./ลิตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 28.57 บาท/ลิตร ไปจำนวน 8.14 ลิตร เฉลี่ย 12.16 กม./ลิตร 

-ขับขี่ในเมืองไประยะทาง 346.0/469.3 กม. บอกวิ่งได้ระยะทาง 326/137 กม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3/8.5 ลิตร/ระยะทาง 100 กิโลเมตร เฉลี่ย 13.69/11.86 กม./ลิตร

 

C350 e มีโหมดการขับขี่ปลั๊กอิน ไฮบริด 4 รูปแบบ 

HYBRID 

-ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้มากที่สุด ใช้เครื่องยนต์เท่าที่จำเป็น หากกระแสไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเท่านั้น ถ้าปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต (S) หรือ (S+) จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงาน

 

E-MODE 

-ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจนถึงความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางสูงสุด 31 กิโลเมตรโดยไม่มีการคายไอเสีย (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) โดยการขับขี่ในเมืองที่การทำงานของระบบนี้สามารถครอบคลุมการใช้งานได้เป็นอย่างดี ผู้ขับขี่จะต้องไม่กดแป้นคันเร่งจนเกินแรงต้าน หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้านเมื่อใด เครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนทันที

 

E-SAVE

-ในขณะที่เริ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ high-volt ในขณะนั้นจะถูกบันทึกค่าไว้ ระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการขับเคลื่อน ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อยที่สุด เพื่อรักษาระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับตอนเริ่มต้น และถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ว่ากำลังจะต้องเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น  หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ high-volt จนเต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือง เมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE สำหรับการเดินทางในเมืองได้อย่างเต็มที่

 

CHANGE

-ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แบตเตอรี่ high-volt จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ จะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเลยเพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ high-volt อย่างต่อเนื่อง แรงหมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่และจะมีการแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่ เมื่อชาร์จไฟเต็มระบบจะปรับไปที่การทำงานในรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ