ย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไททานิค ภาพยนตร์ระดับตำนานของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับที่ 1 กว่า 12 ปี โดยทำเงินเป็นมูลค่ามากถึง 2,187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งยังกวาดรางวัลออสการ์ไปครองถึง 11 สาขา จากการเข้าชิง 14 สาขา รวมถึงรางวัลใหญ่ของงานอย่าง สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ความประทับใจในตัวละคร แจ็คกับโรส ยังคงตราตรึงอยู่ในใจใครหลายคน 
 
ปัจจุบัน เจมส์ คาเมรอน ที่กำลังวุ่นอยู่กับโปรเจ็คภาคต่อของหนัง อวตาร ได้นำ ไททานิค กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งในรูปแบบ Dolby Vision format ในโอกาสนี้ คาเมรอน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Vanity Fair เกี่ยวกับเรื่องราวมากมายตลอด 20 ปีของไททานิค ร่วมถึงประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับโปรเจ็คที่เขากำลังทำอยู่ 
 
 
คุณคิดว่าในปี 2017 สตูดิโอภาพยนตร์จะทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อสร้างหนังเรื่องหนึ่งเหมือนสมัยที่คุณทำไททานิกไหม?
 เจมส์ คาเมรอน: ผมว่าตอนนี้พวกเขาก็ทำกันอยู่นะ น่าจะทุ่มมากเป็นสองเท่าซะด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้ไฟเขียว ในทุก ๆ เรื่องจากค่าย แต่ส่วนตัวผมไม่คิดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เปลี่ยนไปมากนักตลอด 20 ปีมานี้  ตอนนี้เทรนด์การทำหนังที่ทุกคนพูดถึงก็มีแค่ “เฮ้ย, เราจะมาทำหนังแฟรนไชส์กันนะ แล้วก็ต้องเอามาจากคอมมิค บุ๊ค ด้วย” คุณรู้อะไรไหมมันไม่ได้เป็นการฉลาดเลยที่จะทำอะไรแบบนี้ มีแต่จะทำให้วงการถอยหลังลงเท่านั้น
 
คำถามหนึ่งที่ผมถูกถามมาตลอด 20 ปีเกี่ยวกับไททานิคคือ ตอนจบของหนังทำไมโรสถึงไม่แบ่งที่ว่างให้กับแจ็ค จนสุดท้ายทำให้แจ็คต้องตาย 
เป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายมาก ๆ คำตอบอยู่ที่บทหนังบนหน้าที่ 147 ง่ายมาก ๆ แจ็คตาย.... มันชัดเจนอยู่แล้วว่าการจบแบบนี้ มันจะทำให้หนังดูมีความเป็นศิลปะ บางสิ่งอาจจะใหญ่พอสำหรับช่วยเธอ แต่อาจจะไม่พอสำหรับช่วยเขา ผมคิดว่าการเถียงกันเรื่องนี้มาตลอด 20 ปี เป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แต่การจบแบบนี้ทำให้แจ็คกลายเป็นที่รักของคนดู มันน่าเจ็บปวดที่ต้องเห็นเขาตาย แต่ถ้าเขายังอยู่ตอนจบของหนังเรื่องนี้อาจจะไม่มีความหมายอะไรเลย หนังเรื่องนี้พูดถึงความตายและการจากลา เพราะฉะนั้นมันเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาต้องตาย ถ้าไม่จบแบบนี้ สุดท้ายเขาก็คงโดนปล่องควันเรือทับใส่ แล้วก็จมลงทะเลไปอยู่ดี อะไรแบบเนี่ยเขาเรียกว่าศิลปะ ! บางสิ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุผลด้านศิลปะ ไม่ใช่เหตุผลด้านฟิสิกส์
 
 
งั้น..แล้วคุณเป็นคนยึดติดกับหลักฟิสิกส์ หรือเปล่า
ผมเป็น ผมเคยอยู่ในน้ำลอยตัวกับท่อนไม้ ผมเคยทดสอบให้คนอยู่บนไม้นั้นกว่าสองวัน มันทำให้รู้ว่าไม้เต็มแผ่นลอยบนน้ำอย่างนั้นจะสามารถรองรับคนได้แค่คนเดียว นั่นหมายความว่า เธอจะไม่จมลงไปในน้ำที่มีอุณหภูมิ 28 องศาแล้วเธอก็จะรอดก่อนที่อีก 3 ชั่วโมงต่อมาเรือกู้ชีพจะเข้ามาช่วย ตอนนั้นแจ็คเองก็คงไม่รู้หรอกว่าในอีกชั่วโมงต่อมาโรสจะถูกช่วยไว้ ยังไงเขาก็ตายอยู่ดี ในเวลานั้นผมเชื่อที่จะทำแบบนั้น และตอนนี้ถ้าย้อนเวลากลับไป ผมก็ยังคงทำแบบเดิมอยู่ดี ยังไงก็ต้องมีแค่คนเดียวที่รอดชีวิต
 
คุณจำค่ำคืนในวันที่ ไททานิค ได้รางวัลออสการ์ ได้ไหม
ผมจำได้เกือบหมดนั่นแหละ โดยเฉพาะตอนที่ผมเอาออสการ์ที่ได้ ตีเข้าที่หัวของฮาร์วีย์ ไวน์สตีน
 
 
คุณทำ ไททานิค กับ อวตาร ให้กับค่ายทเวนตี้ท์เซ็นจูรีฟ็อกซ์ เป็นเวลามาอย่างยาวนาน ตามรายงานของสำนักข่าว ตระกูลเมอร์ด็อก ต้องการขายบริษัทในส่วนของค่ายหนัง เรื่องนี้มีความหมายกับคุณมากแค่ไหน 
มันก็ไม่ได้มีผลมากนัก ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฟ็อกซ์ ถ้าฟ็อกซ์ขายบริษัทให้ดิสนีย์มันก็คงแย่หน่อย เพราะดิสนีย์ ณ จุดนี้ต้องลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดกับ อวตาร เพราะมันเป็นหนังที่ใช้จ่ายเยอะ
 
หลายคนบอกว่า อวตาร เลื่อนตลอดเวลาคุณมีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร
ผมไม่เรียกว่าเป็นการ ดีเลย์ หรืออะไรเลยนะผมแค่รอให้บทมันพร้อมที่สุดเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีบท ก็ไร้ซึ่งทุกอย่างถูกไหม เราใช้เวลาเขียนบทกว่าสี่ปี จนกว่าจะถึงวันที่พร้อม ตอนนั้นเราก็แค่กดปุ่มเริ่ม ทุกอย่างจะพร้อมและลงตัวที่สุด คุณจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าดีเลย์ก็ได้ แต่อย่างที่ผมบอกหลายอย่างขึ้นอยู่กับเวลา
 
พูดถึงโปรเจ็ค เทอร์มิเนเตอร์ หน่อยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
เรากำลังบ้ากับมันอยู่ เรื่องราวในตอนที่หนึ่งจากสามตอน ได้ถูกวางเอาไว้แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราทำเงินไม่ได้มากพอ การที่จะทำภาคสองหรือสามตามมาก็คงเป็นเรื่องยาก เราไม่ได้คิดจะทำแค่สามภาคเท่านั้น เราคิดไปถึงภาคสี่ถึงห้าด้วย ซึ่งถ้าไม่มี เทอร์มิเนเตอร์ ต้นฉบับ ภาคหนึ่งกับภาคสอง หนังเรื่องนี้ก็คงไม่ถูกหยิบถึงมาเป็นประเด็นหรอก