เจค จิลเลนฮาล นักแสดงหนุ่มขวัญใจชาวอเมริกัน ที่มีฝีมือระดับแนวหน้าของวงการการันตีด้วยรางวัล BAFTA สาขานักแสดงสมทบชายจาก Brokeback Mountain ซึ่งได้เข้าชิงออสการ์จากบทบาทเดียวกัน นอกจากนี้เขาเคยเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอีก 2 ครั้งจากภาพยนตร์คุณภาพเรื่อง Night Crawler และ Love & Other Drugs นอกจากฝีมือที่ขึ้นชื่อแล้วความเฟรนด์ลี่ของเขาทำให้ทุกคนในวงการล้วนอยากร่วมงานกับเขา และภาพยนตร์เรื่อง Stronger เป็นผลงานชิ้นแรกของบริษัท Nine Stories Production บริษัทโปรดัคชั่นที่เจคเปิดร่วมกับหุ้นส่วน
 
ในเรื่องนี้เขาต้องรับบทเป็นชายที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา เจฟฟ์ เบาว์แมน หนุ่มวัย 27 ปี ที่กำลังวาดอนาคตกับ อีริน แฟนสาวไว้อย่างสวยงาม แต่ทุกอย่างกลับพังทะลายเมื่อเจฟฟ์กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อที่โดนลูกหลงจากการวางระเบิดที่งานบอสตันมาราธอน เจฟฟ์ตื่นมาในวันอังคารที่ 16 เมษายน 2013 ที่โรงพยาบาลหลังจากทีมแพทย์ผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตเขาแต่ก็ต้องแลกมาด้วยขาทั้งสองข้าง เมื่อเจฟฟ์รู้สึกตัวเขากลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการตามล่า 2 ผู้ก่อการร้ายมารับผิด โดยไม่ทันได้รู้เลยว่าภาพถ่ายของเขาที่ขาห้อยต่องแต่งจะกลายมาเป็นภาพที่เป็นตัวแทนของความโหดร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้ แม้ว่าเจฟฟ์ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างไป แต่คำว่ายอมแพ้ไม่เคยเป็นตัวเลือกของเขาเจฟฟ์ยิ้มรับกับเรื่องที่เกิด มองโลกในแง่ดี และทำทุกอย่างเพื่อให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เรื่องราวของเขาจะมอบแรงใจให้กับคนที่กำลังท้อถอย
 
 
คุณคิดว่าหนังออกมาเป็นไงบ้าง?
เบาว์แมน: ยิ่งผมดูซ้ำเท่าไหร่ มันยิ่งเหมือนภาพเก่าๆ ย้อนกลับมา คุณสัมผัสได้ถึงความพยายามและความทุ่มเททีมงานในการทำมันออกมา ผมเคารพพวกเขาหมดใจ ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ แต่ไม่รู้ว่าผมจะกระตุ้นตัวเองเพื่อดูมันเต็มๆ ได้ไหม
จิลเลนฮาล: นายบอกว่านายชอบนี่นา
เบาว์แมน:  ก็ชอบนะ แน่นอนผมชอบ
 
แล้วสำหรับคุณมันยากขนาดไหนที่ต้องรับบทเป็นชายที่เพิ่งผ่านประสบการณ์เลวร้ายมา?
จิลเลนฮาล: ครั้งแรกที่ผมอ่านบทผมคิดกับตัวเองว่า ‘โอเค นี่มันต้องซึ้งมากแน่ๆ’ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้น แต่มันมีหลายครั้งเหมือนกันครับที่ผมหัวเราะเพราะสิ่งที่เจฟฟ์พูด แล้วการที่ได้พบกับเขาตัวจริง ได้ใช้เวลาร่วมกับเขามันทำให้ผมประทับใจที่ได้รู้ว่าเขาใช้อารมณ์ขันของตัวเองผ่านสถานการณ์นี้มาได้ แต่ยังไงก็ตามความเจ็บปวดของเขามันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผมไม่มีวันเข้าใจ ตอนนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่าผมคงถ่ายทอดตัวตนของเขาออกมาไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซนต์ เหมือนเริ่มการเดินทางโดยที่ผมรู้ว่ามันต้องล้มเหลวในที่สุด ที่แปลกคือมันยิ่งทำให้ผมมุ่งมั่นกว่าเดิม ยิ่งต้องการเข้าใจเจฟฟ์ และโลกรอบตัวเขา คนรอบข้าง ครอบครัว คนที่ดูแลเขา ทุกคนที่ช่วยเขาผ่านมาได้ และเมื่อผมได้เจอพวกเขาทุกคน คุยกับพวกเขา ผมจึงเริ่มได้รู้ว่าการเดินทางนั้นเป็นยังไง ซึ่งมันช่วยพัฒนาการแสดงของผม
 
หลายจุดของหนังมันสื่อว่าตัวเจฟฟ์เองไม่เข้าใจ หรือไม่อยากจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน คุณช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าทำไมเจฟฟ์ถึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหมู่มาก?
จิลเลนฮาล: อย่างแรกผมเข้าใจเลยนะว่าทำไมเขาคิดแบบนั้น เพราะคุณกำลังปรับตัวให้กับชีวิตแบบใหม่โดยไม่มีสิทธ์เลือก คุณพยายามทำความเข้าใจโลกแบบที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งมันเปลี่ยนตัวตนคุณไปไม่ใช่แค่กายภาพแต่รวมถึงสภาพจิตใจ คุณกำลังรับมือกับแผลใจในการหาที่ยืนสำหรับคุณบนโลกนี้อีกครั้งผมเข้าใจอุปสรรคที่เขาเคยเผชิญ ผมว่าปีที่ผ่านมาหลังจากที่เราถ่ายกันจบ จนผมกลายเป็นเพื่อนเจฟฟ์ ปีที่แล้วอาจจะเป็นปีที่สำคัญที่สุดของเขา เขาเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เขาเป็นพ่อคน เขารู้ตัวว่าสามารถเป็นพ่อที่ดีได้ เขาเลิกดื่มมา 13 เดือน 15 เดือน ใช่ไหม
เบาว์แมน: 15 เดือน
จิลเลนฮาล: ผมคิดว่าในที่สุดเขายอมรับว่าตัวเองเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น เพราะจริงๆ แล้วเขาเป็นคนประเภทที่....เราพูดกันตลอดว่าหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่หัดเดินอีกครั้ง และฮีโร่ตัวจริงตามที่เจฟฟ์บอกคือหน่วยแพทย์ฉุกเฉินครับ พวกเขาสุดยอดมาก แต่ผมคิดว่าการเข้าใจว่าเขาต้องแลกอะไรบ้างเพื่อให้ยืนได้อีกครั้ง เดินได้อีกครั้ง มันคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ครับ
 

ตัวอย่างภาพยนตร์ Stronger
 
คุณเริ่มสบายใจมากขึ้นหรือยังในการเป็นคนของประชาชน
เบาว์แมน: ก็ใช่ครับสิ่งที่ผมเรียนรู้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมามันกระทบถึงคนรอบตัวคุณด้วย ทุกคนต้องผ่านช่วงเวลายากลำบาก เผชิญกับความสูญเสีย อย่างผมเสียขาทั้งสองข้างไป คนอื่นเสียก็คนที่พวกเขารัก ผมมาตระหนักได้ว่าพวกเราต้องการกันและกันซึ่งมันเป็นมุมที่ผมชอบนะครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งเขียนหนังสือเรื่องผม แต่ส่วนนึงในใจผมคิดว่า ‘เธอมาเขียนเรื่องฉันทำไมเนี่ย’อีกส่วนหนึ่งกลับคิดว่า ‘จริงเหรอ! มันดีไหม? เขียนว่าไงบ้าง? ฉันอยากรู้มากเลย”
จิลเลนฮาล: เขาเคยพูดสิ่งที่น่าสนใจมากครับ เขาโพสท์มันลงในเพจเฟสบุ๊ก มันมีประโยคนึงที่เขาพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องขึ้นพาดหัวก็เป็นคนแกร่งได้” การที่เขาเองต้องอยู่บนข่าวพาดหัวแต่สิ่งที่เขาแสดงให้พวกเราเห็นคือถ้าเขาเองผ่านมันไปได้ทุกคนก็ทำได้ มันมีประโยคนี้ในหนังด้วยซ้ำ เขาเป็นคนใส่ใจคนอื่นจริงๆครับ เขารับฟังแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ตาม มีอยู่วันนึงที่ผมปวดคอมาก เพราะให้สัมภาษณ์เยอะไป เขาถามว่าผมปวดข้างไหนเพราะเขาจะสลับด้านที่นั่งกับผม ผมจะได้ไม่ต้องหันคอมาก
 
มันคงต้องมีช่วงหนึ่งที่คุณคิดว่าคงกลับมาเดินไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมเจฟฟ์?
เบาว์แมน: แน่นอนครับในช่วงแรก แม้ผมจะเข้าศูนย์ฟื้นฟูสปอลดิ้งแล้วก็ตาม ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าขาเทียมคืออะไร ทำงานยังไง แต่พอผมได้เห็นทหารที่เคยบาดเจ็บจากสงครามมาที่นี่พวกเขาเดินได้สบาย ซึ่งตอนแรกสภาพพวกเขาเละกว่าผมด้วยซ้ำ ผมคิดในใจว่า ‘คนพวกนี้โคตรแกร่ง’ ผมเห็นคนพิการหลายคนที่เขาสู้ผมเลยตระหนักได้ มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมจนผมเชื่อว่าผมต้องเดินได้อีกครั้งซักวัน
 
ทุกวันนี้คุณยังกังวลเวลาที่ต้องอยู่ในที่คนเยอะๆ บ้างไหม?
เบาว์แมน: ผมไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องด้วยซ้ำ ผมชอบคิดกับตัวเองว่า ‘ฉันมาทำอะไรในที่แบบนี้’ ผมยอมรับเลยนะครับว่าผมยังกลัวฝูงชนอยู่ เพราะวันที่เกิดเรื่องคนเยอะมาก ทุกวันนี้ผมยังทำตัวไม่ถูกถ้าต้องอยู่ในฝูงชน มันทำให้ผมกังวลคอยมองหน้ามองหลังตลอดเวลา
 
 
แล้วคุณมีวิธีผ่านคืนวันอันเลวร้ายมาได้อย่างไร?
เบาว์แมน: ผมไม่ค่อยพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากตอนแรกๆ ผมพยายามรักษากับจิตแพทย์แต่ทุกครั้งที่ผมพยายามข่มตาหลับภาพเหตุการณ์วันนั้นมันย้อนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเป็นแบบนี้ตลอด 3 ปีแรก จนผมเริ่มเปิดใจเผยแพร่เรื่องของผมสู่สาธารณะ การที่ผมได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมันช่วยได้มากนะ ผมหลับสบายขึ้นเรื่อยๆ ฝันร้ายมันค่อยๆ หายไป
 
คุณคิดว่าหนังเรื่องนี้มอบอะไรให้กับคนดูบ้าง?
เบาว์แมน:  ผมว่ามันจะพาให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลาลำบาก เมื่อ 4 ปีก่อนผมนอนบนเตียงในโรงพยาบาลมองไม่เห็นอนาคตตัวเอง แต่วันนี้ผมมาอยู่ตรงนี้นั่งตอบคำถามคุณ ผมอยากให้ผู้ชมที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ได้รับความหวังกลับไปครับ
จิลเลนฮาล:  ผมอยากให้คนดูรู้สึกอิ่มเอมหลังออกจากโรง ผมอยากให้คนดูรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ สามารถดีขึ้นได้หากคุณกำลังเผชิญกับเรื่องเลวร้าย ให้พวกเขาโทรหาคนที่พวกเขารักหลังหนังจบด้วยความอบอุ่นเต็มหัวใจ ผมว่านี้แหละเหตุผลที่เราทำหนังเรื่องนี่กันครับ
 
 

***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน