x

ไอดับเบิลยูซี ชาฟฟ์เฮาเซน (IWC Schaffhausen) เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติก้าวเข้าสู่โลกแห่งไพลอทส (Pilot's) ณ งานนิทรรศการเรือนเวลาพิเศษ ที่จัดขึ้นบริเวณเอเทรียม ชั้น M สยาม พารากอน ของกรุงเทพฯ ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2016 – 3 มกราคม 2017 กับการคัดสรรเรือนเวลาหาชมยากของไพลอทส วอทช์ (Pilot's Watches) จากคลังประวัติศาสตร์แห่งโรงงานการผลิต ที่จะมาปรากฏโฉมภายในนิทรรศการครั้งพิเศษนี้ ร่วมไปกับทายาทเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุดของคอลเลคชั่น ไพลอทส วอทช์ ปี 2016

ด้วยความหลงใหลที่มีมาอย่างยาวนานต่อการบิน ไอดับเบิลยูซี ชาฟฟ์เฮาเซน ได้เฉลิมฉลองอีกหนึ่งปีในฐานะผู้บุกเบิกอย่างแท้จริงแห่งการสร้างสรรค์นาฬิกานักบิน กับคอลเลคชั่นที่เปี่ยมด้วยประเพณีอันเก่าแก่ นับย้อนกลับไปกว่า 80 ปี และประกอบไปด้วยเรือนเวลาคลาสสิคร่วมสมัยที่เป็นตัวแทนถึงมรดกอันเป็นต้นตำรับของแบรนด์ เมื่อในปี 1936 ไอดับเบิลยูซี ได้เปิดตัว "สเปเชียล วอทช์ ฟอร์ ไพลอทส" (Special Watch for Pilots) ขึ้นเรือนแรกซึ่งออกแบบเฉพาะให้กับเหล่านักบิน พร้อมด้วยคุณสมบัติของการติดตั้งด้วยเอสเคปเม้นท์ต้านทานแม่เหล็ก และขอบตัวเรือนปรับหมุนได้ บรรจุเครื่องหมายหัวลูกศรที่สามารถใช้ในการบันทึกเวลาการบินขึ้นได้ และนับจากนั้นเป็นต้นมา นาฬิกา ไพลอทส วอทช์ ก็ยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ทางเทคนิค และกลายเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของงานออกแบบอันบริสุทธิ์ ร่วมสมัย สง่างาม เปี่ยมด้วยมรดก และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ดึงดูดความสนใจของผู้มาเยือนได้ตั้งแต่แรกเห็น กับบู๊ธนิทรรศการที่ออกแบบขึ้นพิเศษและเป็นครั้งแรกของ ไอดับเบิลยูซี ชาฟฟ์เฮาเซน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแบบภายใต้รูปทรงของโรงเก็บเครื่องบินแบบเปิด กับด้านหน้าตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมชุบสังกะสีโทนสีเทาอ่อน ตัดกับผนังภายในซึ่งตกแต่งด้วยไม้มาแคสซาร์ (Macassar) เนื้อดี โดยบู๊ธนิทรรศการนี้เตรียมที่จะจัดแสดงเรือนเวลากว่า 50 เรือน รวมไปถึงคอลเลคชั่น ไพลอทส วอทช์ ของปี 2016 ทั้งหมด ซึ่งแบ่งตามสี่รุ่นหลักของคอลเลคชั่น – นั่นคือ คลาสสิค (Classics), ท็อป กัน (TOP GUN), สปิตไฟร์ (Spitfire) และแซ็งแตกซูเปรี/เลอ เปอติต ปรินซ์ (Saint Exupery/Le Petit Prince) มองเห็นได้ง่ายดายจากทุกๆ ชั้นของศูนย์การค้าแห่งนี้ ผ่านด้านข้างแบบเปิดของโรงเก็บเครื่องบินซึ่งมอบความรู้สึกของความวินเทจให้กับบู๊ธนิทรรศการ และเสริมด้วยงานตกแต่งภายในกับบรรดาเฟอร์นิเจอร์สุดคลาสสิคเหนือกาลเวลาของทั้งโซฟานวมเชสเตอร์ฟีลด์ (Chesterfield sofa), เก้าอี้สไตล์คลับ, ลูกโลก และภาพประวัติศาสตร์แห่งการบินจากคลังเอกสารสำคัญของไอดับเบิลยูซี

ส่วนไฮไลท์ของนิทรรศการครั้งนี้ คือการคัดสรรเรือนเวลาประวัติศาสตร์หาชมได้ยากจากคลังเอกสารสำคัญของไอดับเบิลยูซี ที่เดินทางมาสู่ภูมิภาคและยังนับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บรรดาแฟนๆ ของเรือนเวลาไพลอทส วอทช์ ของไอดับเบิลยูซี จะได้มีโอกาสอันหายากในการชื่นชมไปกับเหล่าเรือนเวลาประวัติศาสตร์ทั้งเก้าเรือน – โดยเรือนแรกคือ "สเปเชียล วอทช์ ฟอร์ ไพลอทส" ผลิตขึ้นในปี 1936, นาฬิกา บิ๊ก ไพลอทส วอทช์ (Big Pilot's Watch) รุ่นแรกของปี 1940, ไพลอทส วอทช์ มาร์ก 11 (Pilot's Watch Mark 11) จากปี 1948, ไพลอทส วอทช์ มาร์ก 11 จากปี 1952, ไพลอทส วอทช์ มาร์ก 12 (Pilot's Watch Mark XII) จากปี 1994, เลดี้ มาร์ก 12 (Lady Mark XII) จากปี 1995, ไพลอทส วอทช์ ยูทีซี (Pilot's Watch UTC) จากปี 1998, บิ๊ก ไพลอทส วอทช์ (Big Pilot's Watch) จากปี 2002 และไพลอทส โครโนกราฟ ท็อป กัน (Pilot's Chronograph TOP GUN) รุ่นแรก

ชมเรือนจริงของนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์หายากและทายาทนาฬิการุ่นใหม่เหล่านี้ได้ที่ นิทรรศการไพลอทส วอทช์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 11.00น. - 19.00น. ทุกวัน ระหว่างวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2016 ถึงวันอังคารที่ 3 มกราคม 2017