x

Reasons To Read 

- ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตเมื่อปี 2560 พบว่าคนไทย 1,500,000 คน เป็นโรคซึมเศร้า

มีคนเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายตลอดเวลา มากถึง 1,300,000 คน เพราะคนมักเข้าใจอาการของโรคผิด กว่าจะรู้ตัวก็แสดงอาการรุนแรงไปแล้ว เราจึงควรต้องทำความเข้าใจโรคนี้กันใหม่ 

เช็คให้แน่ใจว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ถ้าใช่ การรักษาให้ไวที่สุดคือเรื่องดี 

 
ต้นเหตุแท้จริงมาจากสารเคมีในสมอง
 
แม้โรคซึมเศร้าฟังดูจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากอารมณ์และความรู้สึก แต่ที่จริงแล้วเกิดจากสารเคมีในสมองที่ชื่อเซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความอารมณ์และความรู้สึก เมื่อสารเคมีทั้งสองตัวลดลงจะทำให้เกิดอาการป่วยทั้งร่างกาย จิตใจ และความคิด จะรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่สนุก ไปจนถึงนอนไม่หลับ
 
สาเหตุที่ทำให้มีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ  ทั้งจากกรรมพันธุ์ การพัฒนาจิตใจ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ต้องประสบพบเจอ อย่างการสูญเสียบุคคลสำคัญ ความเครียดที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลให้สารเคมีในสมองนั้นเกิดความไม่สมดุลขึ้นได้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการใช้สารเสพติดที่มีฤทธิ์ต่อสมอง
 

สิ่งที่เปลี่ยนไป

การเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้หลายๆ อย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไป 

1. อารมณ์ 

โรคซึมเศร้าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ง่ายขึ้น ในบางราย อาการซึมเศร้าทำให้กลายเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว หดหู่ สะเทือนใจ แต่สำหรับผู้ชายหลายๆ คน การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์จะเป็นในลักษณะที่ก้าวร้าวขึ้น โมโหง่ายมากขึ้น และรวมไปถึงความรู้สึกเบื่อหน่ายทั้งกับตัวเอง และสิ่งที่เคยชอบทำ

2. ความคิด

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวที่สุดเพราะนำไปสู่ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ อาการแรกเริ่มคือมองอะไรก็ไม่สดใส รู้สึกแย่ โดยเฉพาะกับการย้อนมองชีวิตตัวเอง ทำให้กลายเป็นคนไม่มั่นใจตัวเอง กลัวสังคม มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เป็นภาระให้กับคนอื่น ซึ่งเป็นชุดความคิดที่น่ากลัว เพราะเป็นการจุดประกายความคิดให้ทำร้ายตัวเองในเวลาต่อมา

3. สมาธิและความจำ

สมาธิสั้นลง ไม่สามารถทำอะไรต่อเนื่องได้นาน ในขณะที่ความจำก็จะแย่ลง โดยเฉพาะกับความจำระยะสั้น เช่น อาหารที่ทานไปเมื่อเที่ยง แว่นตาที่วางไว้ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นเหตุผลมาจากการที่สมองทำงานได้แย่ลง

4. ร่างกาย

ผู้ที่มีอาการโรคซึมเศร้ามักจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งนำไปสู่อาการขี้เกียจได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ในขณะที่ร่างกายก็จะรู้สึกปวดเมื่อย ท้องผูก เบื่ออาหาร 

5. ความสัมพันธ์

เป็นอาการป่วยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์จริงๆ เนื่องจากทำให้อารมณ์ซึมเศร้า จนกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่พูดจากับใคร รวมไปถึงอ่อนไหวง่าย คนรอบข้างจึงต้องทำความเข้าใจอย่างมากในการอยู่ร่วมกัน 

เช็กลิสต์กันดูสักที 

เดี๋ยวนี้เราสามารถทำแบบสอบถามภาวะอารมณ์เศร้า (Patient Health Questionnaire; PHQ9) ด้วยตนเองได้แล้ว ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งไม่เพียงบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ยังสามารถบอกระดับของอาการได้อีกด้วยว่าเป็นมากน้อยเพียงใด ไม่เพียงเท่านั้น การทำแบบทดสอบนี้ยังช่วยให้แพทย์สามรถวัดความคืบหน้าการรักษาได้อีกด้วย 

ประเมินตัวเอง

นอกจากการทำแบบสอบถามแล้ว เรายังประเมินตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ด้วยการตอบคำถาม 9 ข้อ โดยตอบตามความจริง และหากพบว่ามีอาการ 5 ใน 9 ข้อ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

1. มีอารมณ์ซึมเศร้า (หรือหงุดหงิด ก้าวร้าว ในเด็กและผู้ชาย)

2. เบื่อกับสิ่งต่างๆ และกิจกรรมที่เคยทำมา

3. ไม่มีสมาธิจดจ่อเวลาทำสิ่งต่างๆ

4. อ่อนเพลียตลอดเวลา

5. ทำอะไรก็ช้า รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น

6. มีปัญหากับการกิน ถ้าไม่กินมากขึ้นก็รู้สึกเบื่ออาหาร กินน้อยลง

7. นอนมากขึ้น หรือนอนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

8. เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น จะตำหนิตัวเองเป็นอันดับแรก

9. พยายามฆ่าตัวตาย

หากว่าทำทั้งแบบสอบถาม และประเมินตนเองแล้วพบว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้า ก็อย่าอายที่จะไปพบแพทย์ เพราะยิ่งรักษาได้ไวเท่าไหร่ ก็จะกลับมามีความสุขได้ไวเท่านั้น 

*ลองทำแบบสอบถามภาวะอารมณ์เศร้า (Patient Health Questionnaire; PHQ9) คลิกที่นี่

 

อ้างอิง : 

- https://news.thaipbs.or.th/content/268858
- https://www.benarnews.org/thai/news/TH-health-depression-11062017153047.html
- https://www.honestdocs.co/most-common-psychiatric-disorders
- https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017
- https://www.honestdocs.co/most-common-psychiatric-disorders
- https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/major-depressive-disorder