x

Reasons to Read

  • คนเก่งนั้นหาไม่ยาก แต่คนเก่งที่ทำงานกับคนอื่นได้ดีนั้นอาจจะหาได้ยากกว่า มาลองฝึกคิดแบบคนทำงานเป็นทีมกันดีกว่า
  • การลดอคติ การให้เกียรติเพื่อนร่วมทีม และสื่อสารอย่างชัดเจน จะช่วยให้ทีมทำผลงานได้อย่างดี ลองมาปรับมุมคิดและวิธีการทำงานกัน
 

จริง ย้ำเลยว่าเป็นเรื่องจริง แต่มันหมดยุคไปแล้วที่เราจะเห็นใครประสบความสำเร็จมากๆ ด้วยตัวเอง ในแบบที่ไม่มีทีมงานหรือใครคอยสนับสนุน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงความแตกต่างหลากหลายในสังคม ซึ่งสิ่งนี้ก็มีทั้งข้อดีและอุปสรรคนะ

พูดถึงข้อดีของการมีคนที่แตกต่างกันในทีม คือเราจะมีส่วนผสมของความเชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน แน่นอนว่าถ้าแต่ละองค์ประกอบแต่ละความเชี่ยวชาญถ้าสามารถประสานงานกันได้เป็นอย่างดี โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะมากขึ้น

แต่ถ้าคนในทีมที่แตกต่างหลากหลายเกิดตีกันไม่เว้นวันล่ะ ความแตกต่างก็จะกลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มากๆ สำหรับทีม อย่าว่าแต่เดินไปข้างหน้าเลย เผลอๆ จะถอยหลังเข้าคลองเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ภายในทีม

จากการเฝ้าสังเกต #ถนัดค่ะเรื่องสังเกตคนอื่นเนี่ย จากประสบการณ์ในการทำงานหลายๆ องค์กร และจากการอ่านบทความต่างๆ เรื่องการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ ขออนุญาตสรุปแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าการต้องทำงานร่วมกันของคนที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเจเนอเรชันหรือช่วงอายุที่แตกต่างกัน แล้วในทุกวันนี้ก็มีโอกาสมากๆ ที่ในหนึ่งทีมจะประกอบไปด้วยสมาชิกหลายๆ เจนฯ

เพศ ที่ในปัจจุบันนี้มีความยิบย่อยมาก เอาจริงๆ ทุกวันนี้คือแบ่งเพศ ได้ย่อยกว่าแบ่งเจเนอเรชันของคนแล้วอะ ก็มีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะเจอเพื่อนร่วมงานบางคนที่มีค่านิยมหรือความเชื่อส่วนบุคคลเกี่ยวกับเรื่องเพศว่าเพศไหนมีจุดอ่อน จุดแข็งยังไง เราอาจจะไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ถ้าต้องอยู่ในทีมที่มีคนแบบนั้นก็ลำบากใจไม่ใช่น้อย

ลำดับชั้นของตำแหน่ง ฟังดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่ช่องว่างระหว่างตำแหน่งจะกว้างขึ้นไปอีก เช่น ถ้าหัวหน้าอายุน้อยกว่าลูกน้อง และความพีกจะดับเบิลถ้าหัวหน้าที่อายุน้อยกว่าเป็นผู้หญิงแล้วมีลูกน้องผู้ชายที่อายุมากกว่า... แต่ความพีกในพีกคือลูกน้องคิดว่าหัวหน้าไม่เก่ง!!!

เอาสมการความแตกต่างเท่านี้ก่อน เดี๋ยวจะสิ้นหวังเกินไปในการรับมือ 555

สรุปมาให้แล้วววว ว่าคุณสมบัติแค่ 3 ข้อ ที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกันของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ นะ

1. Trust (ความเชื่อใจ) 

ลองคิดดูว่าทุกครั้งที่มีเพื่อนร่วมงานใหม่ ทีมใหม่ โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกใหม่เป็นคนในแบบที่ไม่ตรงกับเรา หรือตรงกับที่เราไม่ชอบ 555 ความคิดแรกในหัวของบางคนคือ จะไหวมั้ย มาช่วยหรือจะมาถ่วง หรือไม่ก็หมดอารมณ์ในการจะทำงานด้วยกัน หนักหน่อยก็จะไปสืบประวัติ สืบเงินเดือน หรือโน่นนี่ เอาจริงๆ ไม่ใช่เพื่อทำให้เรามั่นใจในตัวเขานะ แต่หลายคนทำเพื่อยืนยันความคิดของตัวเองว่าไอ้คนนี้มันไม่เวิร์กหรอก… ปรับวิธีคิดนะ โดยเฉพาะกับคนที่คิดว่าตัวเองอยู่ในจุดที่ถือไพ่เหนือกว่า เช่น ตำแหน่งสูงกว่า อายุมากกว่า หรืออายุงานมากกว่า ต้องให้เกียรติเพื่อนร่วมงานด้วยการเชื่อใจ มั่นใจว่าเขาจะเป็นส่วนประกอบที่ดีของทีม หน้าที่ของเราคือให้การสนับสนุน ผลักดัน ให้โอกาสในการได้แสดงความสามารถของทุกคนในทีม เชื่อเถอะนะคะว่าผลงานที่มาจากทีมยิ่งใหญ่กว่าผลงานของคนคนเดียวเสมอ

แน่นอนว่าความเชื่อใจสร้างยากกว่าอคติ แต่อคติไม่เคยสร้างทีม โดยเฉพาะกับคนในปัจจุบันที่ต้องการการมีตัวตน ต้องการโอกาสในการแสดงความสามารถและการมีส่วนในความสำเร็จ ถึงแม้เราจะยังไม่ไว้ใจเต็มร้อย ก็ต้องมีศิลปะในการติดตามสอบถามความคืบหน้าของงาน ถ้าอยากรู้ความคืบหน้าจริงๆ ให้เริ่มจากหาเรื่องชมก่อน แล้วค่อยๆ ถามสิ่งที่อยากรู้ ถ้ายังไม่ดีก็ให้คำแนะนำ อย่าตำหนิ และสุดท้ายถ้าใครจะเป็นสมาชิกที่ไม่เวิร์กก็ให้เป็นเพราะตัวเขา ไม่ใช่เพราะเรามีส่วนในความล้มเหลวนั้น

2. Credit (ความน่าเชื่อถือ) 

มาในมุมของคนที่อยู่ในจุดที่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับทีม อาจจะเพราะเรามาใหม่ อายุน้อยกว่า หรือเคยทำงานผิดพลาดมาบ้าง แน่นอนว่าถ้าเราต้องการได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่น เราเองก็ต้องสร้างการยอมรับ สร้างความน่าเชื่อถือในการทำงานร่วมกันด้วย แล้วจะทำอย่างไร… ต้องลดความเป็นตัวเองบางอย่างที่คนอื่นเข้าไม่ถึง เชื่อไหมว่าคนเก่งที่นิสัยเข้ากับคนอื่นไม่ได้ จะถูกลดโอกาสในการได้รับการยอมรับลง นั่นรวมไปถึงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในระดับสูงด้วย ที่สำคัญคือเครดิตที่ดีไม่ได้มาจาการทำงานให้สำเร็จเท่านั้น แต่มาจากการแสดงความรับผิดชอบต่องานที่ไม่สำเร็จด้วยนะ

3.Communication 

หรือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง ขอให้เชื่อเถอะว่า หลายๆ ทีมที่มีคนเก่งๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการสื่อสารที่ล้มเหลวระหว่างคนในทีม แล้วการสื่อสารที่ดีคืออะไร การสื่อสารที่ดีต้องครบถ้วนในเรื่องที่ทุกคนต้องรู้ ห้ามคิดไปเองว่าเขาน่าจะรู้แล้ว เรื่องที่ทุกคนควรรู้ เราต้องบอกกัน และอีกข้อที่สำคัญคือ หัวหน้าหรือผู้นำทีมต้องมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเพื่อให้เกิด Trust และ Credit ของสมาชิกในทีม… ผู้นำต้องรู้จังหวะการชง ว่าตอนไหนต้องชงให้ใครเด่น ผู้นำต้องทำตัวเป็นสปอตไลต์ที่รู้ว่าควรส่องไปที่ใครเพื่อให้คนนั้นได้รับการยอมรับจากสมาชิกในทีม ซึ่งไม่ใช่แค่ตอนที่งานสำเร็จ แต่ต้องเป็นตอนที่คนคนนั้นกำลังรับบทบาทสำคัญในทีมอีกด้วย

มั่นใจว่าทุกคนที่อยู่ในวัยทำงานจะรู้ดีว่า เรื่องงานไม่เหนื่อยเท่าเรื่องคน!!! แต่ต้องไม่ลืมว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถทำให้ตัวเองและคนอื่นๆ เป็นได้ทั้งตัวช่วยหรืออุปสรรค คำว่า ‘เริ่มต้นที่ตัวเราเอง’ คงเป็นคำที่คุ้นหูมากๆ จนบางครั้งก็หมดความสำคัญลงไป แต่ไม่มีอะไรจะจริงไปกว่าคำนี้อีกแล้วนะ เริ่มต้นจากการเป็นส่วนผสมที่ดีของทีมที่ตัวเราเอง และเริ่มเลยในตอนนี้… หว่านเมล็ดก่อน ก็มีโอกาสเก็บเกี่ยวได้ก่อน และถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีด้วยแล้วนั้น มั่นใจได้เลยว่าจะได้ผลที่ดีอย่างแน่นอน

#รัก #เจ้าหญิงแห่งวงการHR