x

Reasons To Read

  • วันที่ 10 มกราคม เป็นวันที่ร็อกเกอร์ชื่อดัง เดวิด โบวี จากโลกนี้ไป แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงไม่ลืมเสียงร้องเปี่ยมเอกลักษณ์และความสามารถของศิลปินร็อกเจ้าของบทเพลง Space Oddity ในตำนานคนนี้

เดวิด โบวี (David Bowie) ศิลปินแกลมร็อกชาวอังกฤษผู้โด่งดังในฐานะผู้บุกเบิกและสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้แก่วงการดนตรี รวมถึงรสนิยมด้านแฟชั่นที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการใช้สีฉูดฉาด แต่งหน้าทาปาก และทำผมสีแสบ แม้ตอนนี้ เดวิด โบวี ตำนานร็อกเกอร์ชื่อดังจะจากโลกนี้ไปกว่า 3 ปีแล้ว ทว่าผลงานและความสร้างสรรค์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังยังคงไม่จางหายไปไหน

เดวิด โบวี ขณะทำการแสดงสด เมื่อปี พ.ศ. 2519

เดวิด โรเบิร์ต โจนส์ คือชื่อเดิมของ เดวิด โบวี สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อก็เพื่อไม่ให้คนสับสนเขากับนักร้องนักแสดงคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น โดยนามสกุล โบวี ได้แรงบันดาลใจมาจากมีดยี่ห้อหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เมืองบริกซ์ตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เดวิดเริ่มสนใจด้านดนตรีจากการเล่นแซกโซโฟนในวัย 13 ปี ก่อนกลายเป็นศิลปินหลังเรียนจบชั้นมัธยมในฐานะหัวหน้าวงดนตรี ‘Davy Jones and the Lower Third’ ทว่ายังไม่เป็นที่สนใจแม้จะปล่อยออกมาหลายซิงเกิล จนกระทั่งโบวีตัดสินใจออกมาทำเพลงในฐานะนักร้องเดี่ยว และแจ้งเกิดในปี พ.ศ. 2512 กับอัลบั้มที่ 2 ด้วยซิงเกิลในตำนานอย่าง ‘Space Oddity’ ที่เขาได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง A Space Odyssey เพลงนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเนื่องจากสำนักข่าวบีบีซีนำเพลงไปใช้ประกอบภาพขณะยานอพอลโล 11 ลงจอดบนผิวดวงจันทร์ 

เดวิด โบวี และ ซิกกี้ สตาร์ดัสท์

นอกจากความแปลกใหม่ของแนวเพลงที่โบวีปล่อยออกมาในทุกอัลบั้ม อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้โบวีกลายซูเปอร์สตาร์ชื่อดังก็คือ การสร้างตัวตนที่สองที่มีชื่อว่า ‘ซิกกี้ สตาร์ดัสท์’ (Ziggy Stardust) พร้อมอัลบั้ม ‘The Rise and Fall of Ziggy Stardust and the Spiders from Mars’ โดยแมงมุมจากดาวอังคารในชื่ออัลบั้มนั้นก็หมายถึงวงแบ็คอัพของเขานั่นเอง อัลบั้มนี้ถือเป็นจุดเริ่มยุค ‘แกลมร็อก’ ของโบวี ด้วยการแต่งตัวสุดล้ำ มีการแต่งหน้าทาปาก สร้างกระแสเพลงร็อกจนเป็นที่คลั่งไคล้แก่แฟนเพลง

หลังจากโบวีเลิกสวมบทบาทเป็นซิ้กกี้ สตาร์ดัสท์ เขาก็ยังคงคีพความแกลมร็อกไว้ด้วยการปล่อยอัลบั้ม ‘Aladdin Sane’ ในปี พ.ศ. 2516 พร้อมภาพปกอัลบั้มที่กลายเป็นไอคอนนิกสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาด้วยลายสายฟ้าพาดผ่านใบหน้า

ต่อมาเดวิด โบวีก็เปลี่ยนภาพลักษณ์อีกครั้งด้วยการหันมาแต่งกายแบบหรูหราและประณีต ในช่วงปีนี้เองที่เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับ ‘จอห์น เลนนอน’ เขียนเพลง ‘Fame’ ขึ้นมาพร้อมกับมือกีต้าร์อีกคนหนึ่ง ซึ่งเพลงนี้กลายเป็นซิงเกิลฮิตของโบวีในฝั่งอเมริกา นอกจากความรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีแล้วโบวียังมีโอกาสได้รับบทบาทในฐานะนักแสดง พร้อมคว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไปครองด้วยภาพยนตร์เรื่องแรก ‘The Man Who Fell to Earth’ เมื่อปี พ.ศ. 2519 กับบทบาทบุรุษผู้มาจากต่างดาว 

เดวิด โบวี มีชื่อในหอเกียรติยศของวงการร็อก แอนด์ โรล เมื่อปี พ.ศ. 2539 ก่อนจะเงียบหายไปจนกระทั่งปล่อยอัลบั้ม The Next Day ในปี พ.ศ. 2556 พร้อมครองอันดับที่ 2 ในชาร์จบิลบอร์ด จนกระทั่งผลงานสุดท้ายกับอัลบั้ม Black Star ที่ปล่อยเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559 ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของโบวี ก่อนไม่กี่วันต่อมาในวันที่ 10 มกราคมปีเดียวกัน ทั้งโลกจะได้ยินข่าวร้ายว่าร็อกสตาร์ขวัญใจมหาชนได้จากโลกนี้ไปในวัย 69 ปี ด้วยโรคมะเร็งในที่เขาพยายามต่อสู้มานานกว่า 18 เดือน

เดวิด โบวี สร้างสีสันใหม่ให้แก่วงการเพลง ดึงความแปลกใหม่เข้ามาผสมผสานกับดนตรีร็อกได้อย่างสร้างสรรค์จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง การจากไปของโบวีทำให้ศิลปินดังมากมายออกมาแสดงความนับถือกับความสามารถและเสียใจต่อการจากไปของเขา เราเชื่อว่า เดวิด โบวี จะกลายเป็นตำนานร็อกเกอร์ที่หลายคนจะเล่าขานและจดจำไปอีกนาน

 

อ้างอิง :

  • https://www.biography.com/people/david-bowie-9222045 

ภาพ : 

  • www.davidbowie.com