x

Reasons to Read

  • Roma งานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน อัลฟอนโซ กัวรอน (Alfonso Cuaron) 
  • Roma คือหนังฮอตฮิตติดตลาดที่ได้รับเชิญไปร่วมฉายในทุกๆ เทศกาลหนัง
  • Roma งานภาพยนตร์สีขาวดำย้อนยุคที่มีความเป็นส่วนตัวสูงของกัวรอนมีประเด็นที่สะท้อนการคาบเกี่ยวกันระหว่างวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์แบบดั้งเดิม และการดูภาพยนตร์แบบสมัยใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่เลือกเสพได้ในทุกๆ ดีไวซ์

กลายเป็นหนังตัวเต็งอันดับหนึ่งในแทบจะทุกเวทีรางวัลประจำปีสำหรับ Roma งานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน อัลฟอนโซ กัวรอน (Alfonso Cuaron) โดยหลังจากได้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสเมื่อต้นเดือนกันยายน และคว้ารางวัลใหญ่อย่างสิงโตทองคำมาได้ตามความคาดหมาย Roma ก็เดินสายฉายในเทศกาลภาพยนตร์ชื่อดังต่างๆ อย่างคึกคัก แม้ว่าจริงๆ แล้วหนังถูกซื้อเพื่อจัดฉายผ่านบริการสตรีมมิงค่าย Netflix ตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 ช่วงที่หนังยังไม่เสร็จดี และมีกำหนดเปิดตัวในสถานีดิจิตอล Netflix ในกลางเดือนธันวาคมนี้อยู่แล้ว

งานภาพยนตร์สีขาวดำย้อนยุคที่มีความเป็นส่วนตัวสูงของกัวรอนเรื่องนี้จึงมีประเด็นที่สะท้อนการคาบเกี่ยวกันระหว่างวัฒนธรรมการดูหนังในโรงภาพยนตร์แบบดั้งเดิม และการดูภาพยนตร์แบบสมัยใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่เลือกเสพได้ในทุกๆ ดีไวซ์ โดยเฉพาะเมื่อ อัลฟอนโซ กัวรอน ตั้งใจทำ Roma ให้ออกมาเป็นหนังสำหรับฉายโรงตั้งแต่ต้น

ทว่าเมื่อ Netflix แสดงความสนใจซื้อสิทธิ์หนังในการจัดฉายผ่านเครือข่าย กัวรอนก็ยอมตกลงปลงใจ ตราบใดที่หนังยังสามารถมีสิทธิ์เข้าร่วมประกวดในเทศกาลใหญ่ๆ อย่างเวนิส (เสียดายที่เทศกาลคานส์ไม่ต้อนรับหนังที่ฉายในระบบสตรีมมิงสู่สายประกวดอีกต่อไป และได้กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ Netflix นับตั้งแต่หนังประกวดสองเรื่องเมื่อปีกลายของค่ายนี้คือ Okja และ The Meyerowitz Stories ไม่สามารถเข้าโรงฉายปกติในฝรั่งเศสได้ในกรอบเวลา) ซึ่งสุดท้าย Roma ก็คว้ารางวัลใหญ่มาได้ และกลายเป็นหนังฮอตฮิตติดตลาดในทุกๆ เทศกาลที่เชิญหนังเรื่องนี้ไปร่วมฉาย

และเพื่อให้หนังมีสิทธิ์ในการประกวดบนเวทีใหญ่ๆ ประจำปีต่อไป และเพื่อตอบสนองคอหนังที่นิยมดูชมความงามในแบบยิ่งใหญ่ สุดท้าย Netflix จึงต้องใช้กุศโลบายยอมฉายหนังลุ้นรางวัลเหล่านี้ในโรงทั่วไปพร้อมๆ กับการฉายแบบออนไลน์ แม้ว่ามันจะดูคล้ายเป็นการทรยศกลุ่มลูกค้าที่ยอมเสียค่าสมาชิกอยู่บ้างก็ตาม

ความได้เปรียบจึงตกถึงมือผู้บริโภคที่สามารถเลือกชม Roma ทั้งในแบบ สตรีมมิงออนไลน์ผ่านหน้าจออุปกรณ์รับข้อมูลตามรูปแบบที่ควรจะดำเนินไป หรือจะยอมจ่ายค่าตั๋วใหม่เพื่อซื้อประสบการณ์การรับชมในโรงใหญ่ซึ่งย่อมต้องให้ความอิ่มเอมหนำใจได้มากกว่าการดูบนจอขนาดเพียงไม่นิ้วอย่างแน่แท้

ในส่วนของเนื้อหา Roma จัดว่าเป็นหนังอิสระขนาดย่อมที่มุ่งเน้นการเล่าเรื่องราวอันเป็นส่วนตัวมากกว่าการผูกเรื่องราวอันแปลกใหม่หวือหวา หรือเป็นหนังขายดาราขาใหญ่ที่นอกจากหน้าตาดีแล้วยังมีความสามารถ เนื้อเรื่องหลักๆ จับไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวชนชั้นกลางที่อาศัยอยู่ ณ เขต Roma ของกรุงเม็กซิโกซิตีกับ Cleo แม่บ้านสาวใช้วัยรุ่นที่มีหน้าที่คอยดูแลความสะอาดเรียบร้อยของตัวบ้าน และการเป็นพี่เลี้ยงบุตรชายหญิงจำนวนสี่รายของเจ้านายชายและหญิงที่ดูจะเมตตาเธอดี เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1971 

ด้วยอายุอานามที่กำลังอยู่ในวัยสาว Cleo ย่อมหนีไม่พ้นที่จะมีเรื่องราวความรักกับชายหนุ่มที่เธอมีโอกาสรู้จัก แต่อนิจจาความรักนั้นกลับไม่จีรัง ชีวิตรักของ Cleo จึงต้องภินท์พัง ในขณะที่เจ้านายสาวของเธอก็กำลังตกที่นั่งเดียวกัน เมื่อฝ่ายพ่อบ้านอ้างว่าต้องเดินทางไปทำงานแล้วไม่หันกลับมาดูแลครอบครัวอีกเลย ภาพรวมของเนื้อหาเรื่องราวใน Roma จึงมีลักษณะยกชูการต่อสู้ของตัวละครเพศหญิงแบบ matriarch อย่างเด่นชัด กับตัวละครหลักสองรายที่ต่างก็ถูกผู้ชายทำร้ายจิตใจ 

โดยไม่ลืมใส่บริบททางการเมืองอันวุ่นวายในการประท้วงและก่อจลาจลครั้งสำคัญระหว่างกลุ่มนักศึกษาที่ไม่พอใจนโยบายรัฐบาล และหน่วยทหาร El Halconazo ที่ถูกฝึกมาให้ปราบจลาจลจนเกิดการทำร้ายร่างกายถึงแก่ชีวิต  ซึ่งถึงแม้ตัวละครหลักจะมีโอกาสได้ผ่านประสบการณ์ทางการเมืองที่สมจริงจนน่าขนลุกนี้ในระยะประชิดกันเพียงใด บทหนังก็ไม่ได้จงใจจะลงลึกในรายละเอียดของเหตุการณ์มากกว่าจะถ่ายทอดภาพความสยองขวัญให้ได้เห็น โดยมีตัวละครของเรื่องตกเป็นเหยื่อโดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ทว่าชะตาชีวิตต้องเปลี่ยนไปหลังไปอยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องพัวพัน สาระสำคัญของหนังจึงมุ่งนำเสนอการรับมือกับมรสุมชีวิตส่วนตัวของตัวละครในครอบครัวใหญ่ในยุคต้นทศวรรษ 1970s ไปพร้อมๆ กับการสะท้อนฉากหลังของความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินไปในประเทศเม็กซิโก อันเป็นดินแดนถิ่นเกิดของผู้กำกับ อัลฟอนโซ กัวรอน นั่นเอง

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากเนื้อหาเรื่องราวทั้งหมดที่คล้ายจะเป็นการเล่าความทรงจำชีวิตในวัยเด็กของกัวรอนเอง โดยเฉพาะกับแม่บ้านพี่เลี้ยงที่เขาผูกพัน ก็อาจไม่ถึงขั้นมีอะไรแปลกใหม่หรือมีรายละเอียดชวนให้ประหลาดใจที่จะตรึงความสนใจได้มากนัก แม้แต่รายละเอียดทางการเมืองเองก็เหมือนเป็นเพียงฉากหลังที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหล่าสมาชิกในครอบครัว องค์ประกอบที่โดดเด่นมากที่สุดใน Roma จึงกลายเป็นงานด้านการกำกับภาพขาวดำที่ทำออกมาได้พิสุทธิ์งดงามสะอาดตา ทว่ายังคงความเป็นธรรมชาติของทุกๆ ฉากตอนจนไม่รู้สึกถึงการประดิษฐ์ 

ลีลาภาพขาวดำเล่นรังสีแสงกับอาการเอียงตะแคงของมุมมองของ อัลฟอนโซ กัวรอน ในหนังเรื่องนี้ได้นิมิตภาพขาวดำในรูปแบบใหม่ที่ต่างสไตล์ไปจากงานหนังขาวดำของผู้กำกับร่วมสมัยหลายๆ ราย ไม่ว่าจะเป็น Bela Tarr, Philippe Garrel, Lav Diaz, Hong Sang-soo หรือแม้แต่ Pawel Pawlikowski แต่ละชอตแต่ละเฟรม ผู้กำกับกัวรอนจัดวางองค์ประกอบอย่างละเอียดประณีต ฉากเอาต์ดอร์ส่วนใหญ่ก็ถ่ายทอดได้สวยใสกระจ่างตา แม้ว่าจะมีส่วนประกอบต่างๆ มากมายอยู่ในเฟรมนั้น ความงดงามอันน่าตะลึงงันเหล่านี้นี่เองที่ท้าทายให้คอหนังทั้งหลายต้องออกจากบ้านไปชมกันในโรงภาพยนตร์ เพราะงานภาพของกัวรอนเขาละเอียดและเก็บทุกเม็ดจริงๆ จนจอดิจิตอลสี่เหลี่ยมเล็กพลิกเอียงได้ไม่ว่าจะสเปกสูงคมชัดถึงเพียงไหน ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดความอลังการทางสุนทรียะแห่งความวิจิตรของงานภาพขาวดำร่วมสมัยได้เต็มศักยภาพเท่าการรับชมจากจอใหญ่ในโรง 

ซึ่งเมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตาตัวเองแล้วก็คงจะเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใด อัลฟอนโซ กัวรอน จึงเลือกใช้ภาพขาวดำถ่ายทอดโลกอดีตของถิ่นบ้านเกิดตัวเองที่ไม่ใคร่จะโสภา ทว่ายังชวนให้ถวิลหาน่าระลึกถึงอยู่นั่นเอง

Roma จึงนับเป็นปรากฏการณ์ทางภาพยนตร์ร่วมสมัยเพียงไม่กี่เรื่องที่เฉลิมฉลองวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ทั้งแบบสมัยใหม่ผ่านการสตรีมมิงแบบออนไลน์สะดวกสบายเต็มจอส่วนตัว และการดูชมแบบคอหนังหัวอนุรักษ์ที่ยังประจักษ์ถึงเสน่ห์แห่งการเสพงานในโรงจนประสบความสำเร็จจากการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างเวนิส แม้มันจะไม่ได้เป็นหนังตลาดที่จะกวาดต้อนคนดูได้เป็นหลักล้าน แต่ Roma ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องราวชีวิตเล็กๆ ง่ายๆ อันบริสุทธิ์จริงใจก็มีสิทธิ์เฉิดฉายเปล่งประกายบนจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์เช่นเดียวกับหนังพันล้านเน้นความอึกทึกคึกโครมเรื่องอื่นๆ

Roma มีกำหนดออกฉายผ่านทั้งบริการสตรีมมิงและโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา