x

Reasons to Read

  • เวทีประกวดนางงามไม่ใช่แค่การประชันขาอ่อนอีกแล้ว 
  • เธอที่มีมงกุฎและตำแหน่งเหล่านี้ก็เหมือนได้รับการการันตีมาแล้วว่ามีทั้งความสวยควบคู่ไปกับความรู้

หลายคนมองว่าการประกวดนางงามเป็นเรื่องของผู้หญิงสวย บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่วันนี้ ฐิตารีย์ เกษร รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 พิสูจน์ให้เราเห็นว่า การประกวดเป็นมากกว่านั้น และให้อะไรที่มากกว่ามิตรภาพอย่างที่เราเคยได้ยินมานักต่อนัก อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เธอคนนี้ลบปมในใจตัวเอง และกล้าเป็นตัวเองมากกว่าที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต

แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเข้ามาประกวดนางงาม

นุ๊กสนใจการประกวดนางงาม จากการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ ว่าใครจะได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มติดตามการประกวดอย่างจริงจัง พอดูมากๆ เข้าก็เหมือนแฟนนางงามคนอื่นๆ มีอารมณ์ที่ว่าการประกวดจบคนไม่จบ คิดสมมติว่าถ้าเราได้คำถามแบบนี้จะตอบอย่างไร ศึกษาว่ากรรมการชอบการตอบแบบไหน จนลองตั้งคำถามเอง หัดพูด หัดตอบอยู่หน้ากระจก ประจวบเหมาะกับช่วงที่ใกล้เรียนจบมีโอกาสเข้ามา นุ๊กเห็นว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เมื่อมาแล้วก็เลยคว้าไว้แล้วทำให้เต็มที่ โดยที่ยังไม่ได้บอกที่บ้านเลยด้วยซ้ำ 

คิดไหมว่าสักวันเราจะมาประกวดนางงาม 

ไม่เลย ถึงแม้ตอนดูทางทีวีจะรู้สึกชอบและอินแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยคิดจะมาประกวด ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีศักยภาพในการประกวดนางงามได้ด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย คือเมื่อก่อนนุ๊กมักจะคิดว่าตัวเองแย่กว่าคนอื่นเสมอ ยิ่งเราตัวสูงกว่าเพื่อนๆ ก็จะยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ ตอนนั้นนุ๊กบุคลิกแย่มาก หลังค่อม ห่อไหล่ ซึ่งเป็นบุคลิกที่ห่างไกลจากคำว่า ‘นางงาม’ มากๆ

อะไรที่เปลี่ยนคนที่ไม่มั่นใจ ให้พร้อมขึ้นสู่เวทีประกวด

เป็นเพราะการเตรียมตัวก่อนประกวดเลยค่ะ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติที่มีต่อตัวเอง ที่ต้องมีนักจิตวิทยาเข้ามาปรับเปลี่ยนความคิดของเราไปพร้อมๆ กับเปลี่ยนพฤติกรรมการแสดงออกต่อคนรอบข้าง ซึ่งบางครั้งเขาก็จะดึงปมภายในใจของเราออกมาจนร้องไห้หนักมากๆ แต่ก็แลกกับความมั่นใจที่ค่อยๆ มากขึ้นตามมาด้วย 

อย่างแค่เรื่องของการกอดกันมันก็แสดงถึงอะไรได้มากมาย เมื่อก่อนนุ๊กเป็นคนที่กอดใครก็จะย่อตัวเองให้ต่ำ แล้วเป็นฝ่ายกอดจากด้านล่าง ครูก็จะบอกว่าทำไมไม่กอดในระดับที่เราเสมอกัน ในเมื่อเราเสมอภาคต่อกัน ครูไม่เพียงสอนตัวนุ๊ก แต่ยังสอนคนรอบๆ ตัวให้เปลี่ยนวิธีคิดวิธีพูด ให้พูดแต่สิ่งดีๆ มันเหมือนเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ และเราก็ค่อยๆ มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำมากขึ้น

นอกจากเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดแล้ว ก็ยังมีเรื่องการออกกำลังกาย และฝึกบุคลิกภาพอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการใส่รองเท้าส้นสูงที่เมื่อก่อนไม่เคยใส่เลย เพราะนุ๊กเองก็เป็นคนตัวสูงอยู่แล้ว ก็ต้องมาหัดเดินกันใหม่ตั้งแต่แรก เหมือนเป็นเด็กเลยค่ะ

ก้าวแรกบนเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 

ตื่นเต้นมาก แต่ก็ได้คำครูที่สอนเอาไว้ว่าในเวลาที่ตื่นเต้นบนเวที ให้เราอยู่กับตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าคนจะมากน้อยแค่ไหน แค่เรามั่นใจแล้วทำออกมาให้ดีที่สุด เพราะนั่นคือความประทับใจแรกที่คนจะเห็นเราบนเวที ก็ต้องทำให้คนเห็นแล้วประทับใจที่สุด

คิดไหมว่าเราจะได้ใส่ชุดที่ออกแบบเองบนเวที 

ตอนแรกไม่ได้คิดเลยค่ะ แต่พอทุกคนรู้ว่านุ๊กเรียนด้านแฟชั่นมา ก็จะมีคนรอดูว่านุ๊กแต่งหน้าทำผมยังไง เพราะเราเปลี่ยนลุกส์ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน และไม่ใช่แค่คนอื่นที่มองเราแล้วแปลกตา แม้แต่ตัวนุ๊กเองก็รู้สึกแปลกตากับตัวเองเลย เพราะปกติก็ใส่เสื้อผ้าแค่สีขาวกับดำ แต่พอมาประกวดก็เปลี่ยนแปลงตัวเองมาใส่เสื้อผ้าสีสันมากขึ้น ทาลิปสติกสีแดง ทาตาแบบสโมกกี้อาย มันก็สนุกดีนะคะที่เห็นตัวเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น 

เมื่อเราพูดอยู่ตลอดว่าเราเรียนด้านแฟชั่นมา ทำธีสิสเกี่ยวกับผ้าไทย ก็เลยคุยกับทีมงานว่าทำไมเราไม่เอาสิ่งที่เราพูดมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่สมัครว่าเราเรียนทางด้านนี้มาทำให้ทุกคนเห็น แล้วนุ๊กเองก็อยากสนับสนุนผ้าไทย แล้วทำไมเราไม่เอาผ้าไทยมาออกแบบทำชุดราตรีเองเลยล่ะ ในเมื่อรอบนั้นกองประกวดให้เราจัดหาชุดมาใส่เองได้ 

ตอนที่คุยว่าเราจะออกแบบชุดเอง มีความไม่มั่นใจไหม 

ไม่เลย เพราะว่านุ๊กมีทีมงานที่ดีแม้เวลาจะน้อยมากก็ตาม คือนุ๊กได้ฟิตติ้งโครงชุดแค่ครั้งเดียวก่อนที่นุ๊กจะเดินทางไปเก็บตัวที่กระบี่ พอกลับจากกระบี่ก็ลองชุดอีกครั้งก่อนขึ้นเวทีจริงแค่วันเดียว แต่ตลอดเวลาที่อยู่ที่กระบี่ก็คุยกับกองประกวดตลอด พอกลับมาก็ต้องเอาชุดไปให้กองประกวดตรวจสอบก่อนว่าผ่าลึกไปไหม โป๊ไปหรือเปล่า

ความรู้สึกในวันที่ใส่ชุดของตัวเองบนเวที

รู้สึกมั่นใจที่สุดค่ะ เพราะเราออกแบบมาเอง เลือกสีที่เราชอบ แล้วเราก็มั่นใจที่จะใส่ชุดนี้ เวลาเดินก็ทำให้มั่นใจกว่าใส่ชุดอื่น 

แผนการในอนาคตที่ตั้งใจไว้

นุ๊กยังไม่ได้กำหนดว่าตัวเองจะต้องเป็นอะไร เพราะอยากลองทำทุกอย่างที่มีโอกาส ยังรู้สึกสนุกกับการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และคิดว่าตอนนี้คือโอกาสที่ดีที่จะได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่เองก็รู้สึกดีที่ได้เห็นเราในลุกส์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น เลยกลายเป็นแฟนนางงามกันไปแล้ว

ประกวดครั้งนี้ได้อะไร

ได้เห็นตัวเองในมุมที่ดีขึ้น จากตอนแรกที่เราไม่มั่นใจตัวเองเลย เราก็ไม่รู้หรอกว่าทำอะไรได้บ้าง แต่เมื่อมาประกวดแล้วก็ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จากวันที่เริ่มต้นจากศูนย์มาจนถึงวันนี้มันมาไกลมากสำหรับนุ๊ก แล้วทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา เราได้เห็นว่าตัวเองมีพัฒนาการอยู่ตลอด ยิ่งได้เห็นแฟนนางงามที่เขาให้กำลังใจเราหลังการประกวด ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเอง ว่านี่คือตัวนุ๊กเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น 

นุ๊กดีใจมากที่ตัดสินใจมาประกวด ไม่อย่างนั้นตอนนี้นุ๊กก็ยังคงเป็นเด็กที่กำลังจะเรียนจบ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง มีชีวิตตามเส้นทางเดิมๆ แต่ตอนนี้นุ๊กได้เดินบนเส้นทางที่เราคิดและเลือกเอง ถือว่าครั้งนี้เป็นการออกนอกเส้นทางที่ทำให้นุ๊กได้เติบโตขึ้นเป็นนุ๊กคนใหม่ ที่มีความมั่นใจ ได้รับโอกาสดีๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ค่ะ 

 

ขอขอบคุณ เครื่องแต่งกาย : Milin