x

Reasons to Read

  • ฝุ่นละอองมีทั้งขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และขนาดใหญ่แบบฝุ่นทรายที่มองเห็นได้สบายๆ
  • แหล่งที่มาของฝุ่นละอองมีทั้งเกิดขึ้นตามธรรมชาตและมนุษย์สร้าง
  • หน้ากากกันฝุ่นละอองแบบไหน ใช้กับฝุ่นละอองระดับไหนให้เหมาะสม

 

"ฝุ่นละออง" เป็นมลพิษทางอากาศที่กำลังเป็นปัญหาในช่วงนี้ กระจายตัวอยู่ในบรรยากาศรอบๆ ตัวเรา ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่ามีขนาดตั้งแต่ 0.002 ไมครอน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มของโมเลกุลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าไปจนถึงขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นทรายขนาดใหญ่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แหล่งที่มาของฝุ่นละอองในบรรยากาศ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (Natural Particle) ได้แก่ ดิน ทราย หิน ละอองไอน้ำ เขม่าควันจากไฟป่า และฝุ่นเกลือจากทะเล เป็นต้น
  2. ฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Particle) ได้แก่ ฝุ่นจากการคมนาคมขนส่งและการจราจร, ฝุ่นจากการก่อสร้าง, ฝุ่นจากการประกอบการอุตสาหกรรม และฝุ่นจากการประกอบกิจกรรมอื่นๆ 
แต่ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากแหล่งที่มาใดๆ ก็ตาม ณ วันนี้ เมื่อค่าฝุ่นละอองพุ่งปรี๊ด ทางป้องกันที่สามารถทำได้พร้อมๆ กับการใช้ชีวิตประจำวันคือ สวมหน้ากากกันฝุ่นละออง แต่แบบไหนที่เหมาะสมกับการใช้งาน GM Live มีข้อมูลมาบอกให้รู้
 
1. หน้ากากอนามัยแบบทั่วไป
 
หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ฝุ่น หรือควันในระดับทั่วไปได้ดี นิยมใช้เพื่อป้องกันการติดโรคจากการไอและจามด้วย หน้ากากชนิดนี้หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ไม่ควรใช้ซ้ำ และที่สำคัญหน้ากากชนิดนี้จับฝุ่นละอองได้เล็กสุดที่ 3 ไมครอน ทำให้ ‘ช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้’ 
 
2. หน้ากากอนามัยแบบผ้า
 
หน้ากากแบบผ้าเป็นที่นิยมเนื่องจากมีหลายรูปแบบ หลายสีสัน จึงนิยมใส่เป็นแฟชั่นเสียมาก ข้อดีหนึ่งของหน้ากากชนิดนี้คือสามารถซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ส่วนเรื่องคุณสมบัติแทบไม่ต่างจากหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป แต่ประสิทธิภาพการทำงานอาจไม่ดีเท่าเพราะหน้ากากแบบผ้าไม่มีชั้นตัวกรอง ทำให้ดักจับฝุ่นละอองและควันได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่าหากไม่ใช่ละอองฝุ่นทั่วไป หน้ากากนี้เอาไม่อยู่แน่นอน
 
3. หน้ากากอนามัยพร้อมชั้นกรองคาร์บอน
 
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป แต่มีจุดประสงค์เพื่อกรองคาร์บอนจากมลพิษในอากาศที่มาจากท่อไอเสียของยานพาหนะโดยเฉพาะ หน้ากากชนิดนี้มีชั้นกรองสีดำที่มีคุณสมบัติช่วยกรองคาร์บอนจากควันรถ เชื้อแบคทีเรีย กลิ่นไม่พึงประสงค์ และมลพิษในอากาศต่างๆ โดยป้องกันอนุภาคเล็กสุดได้เพียง 3 ไมครอนเท่านั้น (PM 2.5 ลอยผ่านได้อยู่ดี)
 
4. หน้ากากอนามัยชนิด N95
 
หน้ากากอนามัยที่ยอมรับกันว่าสามารถป้องกันเชื้อโรคและฝุ่นละอองได้ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะสามารถดักจับอนุภาคเล็กสุดได้ถึง 0.3 ไมครอน เท่ากับว่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะไม่สามารถลอยผ่านหน้ากากอนามัยชนิดนี้ได้ โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 3 สัปดาห์ แต่แนะนำว่าหากอยู่ในเมืองที่มีฝุ่นหนาแน่นก็ควรเปลี่ยนให้บ่อยขึ้น เพราะฝุ่นที่ดักจับได้นั้นก็ติดอยู่ในหน้ากากนั่นเอง
 
5. หน้ากากป้องกันมลพิษ
 
เป็นหน้ากากที่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันมลพิษโดยเฉพาะ สามารถดักจับฝุ่นควันในอากาศได้ดี แถมมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้หลากหลายตามความเหมาะสม มีทั้งเป็นแบบเยื่อกระดาษ หรือเป็นเนื้อผ้าที่สามารถเปลี่ยนชั้นกรองได้ เป็นที่นิยมในผู้ขี่จักรยานและจักรยานยนต์ หากเป็นชนิดที่ระบุว่าสามารถดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 3 ไมครอนก็จะใช้ป้องกัน PM 2.5 ได้ ส่วนข้อเสียคือ ไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรค 
 
6. หน้ากากป้องกันสารเคมี
 
หน้ากากชนิดนี้มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบครอบธรรมดาและแบบที่มีตลับกรองช่วยฟอกอากาศ หน้ากากชนิดนี้สามารถกรองได้ตั้งแต่ฝุ่นไปจนถึงกรด ก๊าซอันตรายต่างๆ นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม ตลับกรองสามารถเปลี่ยนให้เข้ากับลักษณะการใช้งานได้เนื่องจากมลพิษหรือสารเคมีต่างๆ มีคุณสมบัติต่างกัน ยิ่งอนุภาคเล็กมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้ตลับกรองที่หนาแน่นมากเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้หายใจได้ลำบากขึ้นด้วย และหวังว่าอากาศบ้านเราคงไม่แย่จนถึงขั้นต้องซื้อหน้ากากชนิดนี้มาใส่เดินกัน 
 

อ้างอิง :

  • กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (http://www.pcd.go.th/)