x

Reason To Read :

  • ประเด็นทางการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดสำหรับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ที่คุณต้องอ่านจนจบก่อนตัดสินใจ… เตือนแล้วนะ!

 

นี่ขนาดยังไม่ได้ปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อก้าวสู่การเลือกตั้งในปี 2562 อย่างเป็นทางการ พรรคการเมืองต่างๆ ยังสร้างกระแสกันได้ครึกครื้นขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหลังปลดล็อกแล้วจะแรงใส่กันขนาดไหน ?

อะ เรื่องแรงชัดจัดเต็มเพื่อชิง ‘อำนาจ’ ก็เรื่องหนึ่ง แต่คุณสังเกตหรือไม่ว่า เลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีพรรคการเมืองกล้าประกาศสนับสนุนกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) อย่างเป็นทางการ แต่มันจะเป็นความจริงใจที่พวกเขาหยิบยื่นมาให้ หรือเป็นเพียงวาทกรรมที่เอาไว้หลอกเกย์ให้ออกัสซัม ครั้นพอเข้าสภาได้ก็ตีมึน เตะถ่วงไปเรื่อยๆ? ดูอย่างกรณีของไต้หวันเป็นตัวอย่าง หลอกให้ดีใจมาตั้งนาน สุดท้ายก็โหวตกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันไม่ให้ผ่านอยู่ดี (กรณีไต้หวันต้องเข้าใจว่า อย่างไรเสีย เขายังมีวัฒนธรรมแบบจีนอยู่ในสายเลือด คนรุ่นเก่าก็ยังมีอยู่ไม่น้อย ฉะนั้น เรื่องบริบท กับความก้าวหน้าทางสังคม บ่อยครั้งที่มันก็สวนทางกันเสมอ)

แล้วกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในไทยจะโดนหลอก เหมือนที่คนจีนไต้หวันโดนมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ?

ตั้งคำถามนี้ไว้ ไม่ได้เจตนายุยงให้เกลียดนักการเมือง แต่ชาว LGBTQ+ ต้องมีสติในการพิจารณานโยบายสาธารณะที่พวกเขามีต่อเราอย่างจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมันมีเรื่องละเอียดอ่อนที่มีผลต่อชีวิตอยู่หลายข้อที่ต้อง ‘ใส่ใจ’  ไม่ใช่แค่การเลือกปฏิบัติและเหยียดเพศ แต่ พ.ร.บ. คู่ชีวิต และ พ.ร.บ. เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ก็ควรมีได้แล้ว ถ้าคุณจะแหกปากป่าวประกาศว่า ‘อยากเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง’ ก็ต้องไม่มองข้ามความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นแค่คำประดิษฐ์ที่พ่นออกมาเพียงแค่สร้างภาพให้ตัวเองดูดีไปวันๆ

เหลียวกลับไปมองพรรคการเมืองบ้าง พรรคไหนเคยกล่าวถึงกลุ่มคนหลากหลายทางเพศบ้าง? นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยให้สัมภาษณ์ในงาน IDAHOT เมื่อกลางปีที่ผ่านมาว่า “พร้อมจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต ให้ผ่าน เพราะมองว่าเป็นความก้าวหน้าทางกฎหมาย และกล่าวถึงความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน บลา...บลา...บลา...” ส่วน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็กล่าวถึงความสำคัญของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอยู่หลายครั้ง โดยอ้างประเด็นเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความเสมอภาค และสิทธิมนุษยชน พร้อมกันนี้ ธนาธรยังได้พาทีมงานลงพบปะประชาชนย่านสีลม เพื่อสอบถามความเห็นเพื่อนำมาออกแบบนโยบายอีกด้วย 

พรรคการเมืองอื่นล่ะ เท่าที่ตรวจสอบข่าวสารย้อนหลังไปถึงต้นปี… ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ! 

จะสรุปว่ามีแค่สองพรรคการเมืองจริงๆ ก็ได้นะ ณ เพลานี้ แต่เราจะด่วนตัดสินใจและฟันธงไปเลยว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอนาคตใหม่เลยได้หรือไม่ คำตอบคือ หยุด ครับ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง หยุด ครับ

บอกให้ หยุด ไม่ได้บอกว่าไม่ให้เลือกนะ สิ่งที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศต้องพิจารณามากกว่าคำพูดของนักการเมืองก็คือ ‘นโยบายที่เป็นรูปธรรม’ เพราะทั้งสองพรรคก็ยังไม่มีเลยสักนิด แต่ถึงจะมี ก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดลึกๆ ด้วย เป็นอย่างไร ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน (เดี๋ยวใกล้เลือกตั้งจะมาชำแหละประเด็นนี้กัน) 

ข้อควรพิจารณานโยบายธาธารณะสำหรับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศมีอะไรบ้าง เอาเฉพาะประเด็นสำคัญๆ นะครับ พ.ร.บ. คู่ชีวิต (ร่าง 3) เป็นประเด็นแรกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ร่างเสร็จแล้ว แต่มีความไม่สมบูรณ์อยู่มาก เกย์เองเริ่มเสียงแตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งบอกให้รับๆ ไปก่อน แล้วค่อยไปเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลเอาทีหลัง ส่วนอีกกลุ่มบอกว่า ถ้าจะเสนอร่างฯ นี้ในคณะรัฐมนตรี อย่าเสนอเลย เสียเวลา เพราะการไปแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลเป็นเรื่องที่ยากพอๆ กับการแก้รัฐธรรมนูญ (จะทั้งฉบับหรือบางมาตราก็ตาม) อย่างไรก็ดี เขากำลังรับฟังความคิดเห็นกันอยู่ และน่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ รีบแสดงความคิดเห็นกันก่อนก็ดีนะ 

ความไม่สมบูรณ์ของ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ร่าง 3 (2561) มีอะไรบ้าง? ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้สิทธิแค่จดทะเบียนสมรส จัดการทรัพย์สิน, รับมรดก (ในฐานะคู่สมรส), ทำนิติกรรมและจัดการหนี้สินร่วมกัน แค่นี้จ้ะ ส่วนหน้าที่ในการเลี้ยงดูกันและกัน ไม่จำเป็นต้องระบุก็ได้ เพราะคนที่ใช้ชีวิตคู่กันในฐานะผัวเมีย เขาก็ดูแลกันอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม 

ส่วนสิ่งที่ พ.ร.บ. นี้ไม่รับรองสิทธิ ได้แก่ การได้รับสวัสดิการอื่นๆ ทั้งของรัฐและเอกชนในฐานะคู่สมรส, การตัดสินใจรักษาพยาบาลหรือเซ็นเอกสารยามฉุกเฉิน กรณีป่วยหนัก (ข้อนี้ขอใช้คำว่า ‘งี่เง่า’ มาก ลองคิดดูนะครับ ผัว-เมียกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา แต่เซ็นให้ผ่าตัดไม่ได้ ต้องรอแม่หรือญาติมาเซ็น เกิดญาติอยู่เชียงใหม่หรือสงขลาแล้วมาไม่ทันล่ะ เราจะปล่อยให้คนรักของเราที่จดทะเบียนสมรสตายในอ้อมแขนเราหรือ?) พอตายก็ไร้สิทธิในการจัดการศพ ลดหย่อนภาษีก็ไม่ได้ รับบุตรบุญธรรมหรืออุ้มบุญก็ไม่ได้ หากแต่งงานกับต่างชาติ ก็เปลี่ยนสัญชาติมาใช้สัญชาติไทยไม่ได้ ฯลฯ แล้วจะจดทะเบียนมันทำไมวะ จริงๆ เรื่องรักษาพยาบาลและการจัดการศพนี่เป็นหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนะ มันควรได้รับการรับรองด้วยซ้ำ ส่วนข้ออื่นๆ เข้าใจได้ว่ามันต้องไปแก้กฎหมายลูกเยอะแยะมากมาย ซึ่งอาจจะวุ่นวายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่ง 90% มักเป็นคนขี้เกียจ

นอกจาก พ.ร.บ. คู่ชีวิต แล้ว พ.ร.บ. เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อก็เป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยจะพูดถึงกัน ถ้าคุณเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พ.ร.บ. นี้ ควรมี ทำไมหรือ ปัจจุบัน ‘คนข้ามเพศ’ (transgender) มีจำนวนมากนะครับ ทั้งหญิงข้ามเพศและชายข้ามเพศ ลองนึกภาพเวลาที่หญิงข้ามเพศแต่งตัวสวยงามไปต่างประเทศ แต่คำนำหน้าในพาสสปอร์ตยังเป็น ‘นาย’ อยู่สิ เพศสภาพปัจจุบันมันไม่ตรงกับเพศกำเนิดแล้ว ทำไมเราไม่คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พวกเขาล่ะ? 

ง่ายๆ แค่นี้ แต่มันอาจจะยากสำหรับนักการเมือง (ร้อยทั้งร้อยกลัวโดนโจมตี) แต่ถ้าไม่มีในนโยบายหลักของพรรค ก็เทเสียง No Vote เถอะ ต้องแคร์มั้ยล่ะ?