x

Reasons to Read

  •  ไทยถูกจัดอันดับให้เป็น Top 5 ในการทิ้งขยะลงทะเล นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจนัก มันน่าจะถึงเวลาที่เราต้องใส่ใจกับการจัดการขยะให้มากกว่านี้แล้ว
  • การแยกขยะ เรื่องที่พูดกันมานานแสนนานแต่ทำไม่เคยได้จริง เพราะเรายังหลงอยู่ในความคิดเก่าๆ ขยะเปียก ขยะแห้ง แต่ถ้าแยกเป็นขยะอินทรีย์ และพลาสติก เรื่องจะง่ายขึ้นเยอะ

 

Hot Issue ของปีนี้เห็นทีจะหนีประเด็นเรื่องของขยะไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะตลอดปีเราเห็นทั้งการรณรงค์ทิ้งขยะ และผลเสียที่เกิดขึ้นกับสัตว์ทะเลมากมาย จนกลายเป็นเรื่องที่ชวนให้ทั้งโลกฉุกคิดว่าเราควรจัดการกับขยะที่เราสร้างขึ้นกันได้อย่างไร

 

GM Live จึงชวน อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ หัวหน้ากลุ่มวิจัย Circular Economy for Waste-free Thailand (CEWT) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน Chiang Rai Zero Waste มาเคลียร์ให้ชัดกับปัญหาขยะ ที่ไทยถูกจัดอันดับให้เป็นแถวหน้าของตัวการปัญหาในทะเล

 

 

“กว่า 50% ของขยะที่ถูกทิ้งเป็นขยะอินทรีย์ แต่กว่าจะถึงแหล่งน้ำขยะก็ย่อยสลายไปหมดแล้ว ปัญหาคือพลาสติกที่เบาจนลอยได้แล้วไม่ย่อยสลาย อย่างผมอยู่เชียงราย น้ำก็พัดไปลงแม่น้ำโขง ไปออกทะเลที่เวียดนาม ต่อให้ใช้ระยะเวลา 2 ปี จากเชียงรายไปถึงทะเล ถามว่าพลาสติกมันสนใจไหม ก็ไม่ เพราะอยู่ได้อีกเป็น 400 ปี

 

“เพราะฉะนั้น พลาสติกถึงจะเป็นสัดส่วนแค่ 20% แต่เป็น 20% ที่เกิดปัญหาระดับโลกหนักมาก  และมีผลวิจัยจากที่เขาไปเก็บขยะจากทะเลขึ้นมาดู พบว่าอันดับ 1 มาจากจีน แต่ที่เหลือไปดูก็เป็นเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะสหรัฐฯ และยุโรปใช้พลาสติกมีระบบการจัดเก็บที่ดี

 

“ต่อให้มีขยะพลาสติกมีแค่ 20% แต่มันกำลังประจานเราอยู่ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ แต่กำลังประจานทั้งภูมิภาคว่าเราจัดการขยะได้แย่มาก ทำให้ขยะลงทะเล”

 

ขยะลงสู่ทะเลได้อย่างไร

 

“80% ของขยะในทะเลเกิดจากบนบก และมาจากการจัดเก็บที่แย่ กฎหมายของประเทศไทยระบุว่าขยะเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมี 7,777 แห่ง แต่ 40% ของทั้งหมดไม่มีระบบจัดเก็บขยะที่ดี จนทำให้ขยะไหลลงสู่ทะเลได้

“ในอดีตชาวบ้านก็ขุดหลุมโยนกลบเดี๋ยวก็ย่อย แต่เดี๋ยวนี้ขยะพลาสติกมันไม่ย่อย บางบ้านก็จัดการด้วยการเผาบ้าง บางคนก็ใส่ถุงแล้วนำไปทิ้งในที่ที่ตกลงกันว่าเป็นที่ทิ้งขยะหมู่บ้าน ซึ่งความจริงแล้วมันต้องมีการมาตรการฝั่งกลบขยะสุขาภิบาล คือ 1. ชั้นรองน้ำใต้ดิน 2. ระบบจัดการน้ำเสีย และการใช้ดินกลบ แต่พอมันไม่มี ขยะก็กองกันเป็นภูเขา ลมพัดมาก็ปลิว ฝนตกน้ำท่วม น้ำชะขยะลงแม่น้ำ จนไหลออกทะเลในที่สุด”  

จัดการขยะอย่างไรให้ได้ผล

“ตอนนี้มีสูตรการจัดการขยะให้ใกล้ Zero waste มากที่สุด ด้วยการจัดการขยะส่วนใหญ่ก่อน ก็คือขยะอินทรีย์ ที่เป็น 50% ของขยะทั้งหมด ตามชนบทเขาจัดการขยะอินทรีย์ได้ดีมากนะ คุยกับเขาว่าก่อนจะทิ้งลองดูว่าเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีก อันนี้เอาไปเลี้ยงไส้เดือนได้ไหม ให้ปลาได้ไหม หมูกินได้ไหม ทำปุ๋ยกันดีไหม ทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารดีไหม พอได้วิธีแบบนี้เขาจัดการกับขยะอินทรีย์ได้เกือบหมดเลย พอมันหายไป ก็ทำให้ถุงขยะแห้ง แล้วค่อยมาคุยเรื่องขยะรีไซเคิล เพราะที่เหลือในถุงคือของที่ขายได้แล้ว

“ที่ผมไม่เริ่มจากการรีไซเคิล เพราะมองว่าธนาคารีไซเคิลเป็นกับดักของปัญหานี้ เพราะขยะรีไซเคิลมีประมาณ 30% แล้วส่วนใหญ่เขาก็แยกกันอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนที่ขายจากซาเล้งรับซื้อของเก่า มาขายให้ธนาคารหมู่บ้าน ซึ่งธนาคารหมู่บ้านเป็นงานที่ต้องใช้กำลังคนเยอะมากในการคัดแยก ซึ่งเมื่อชุมชนทำเอง ความสามารถในการแยกขยะก็ไม่เท่าร้านขายของเก่าหรอก เวลาก็ไม่มี เงินก็ไม่ได้เยอะ สุดท้ายก็ปิดตัวไป”

การจัดเก็บค่าขยะ กับตัวเลขที่น่าตกใจ

 

“ผมเคยคำนวณการจัดเก็บค่าขยะจริงๆ แล้วต้องเก็บ 200 บาท ถึงจะคุ้มกับต้นทุนการจัดการขยะต่อเดือน บางที่เกือบ 300 บาทด้วยซ้ำ สมมุติว่าเก็บ 200 บาทได้จริง เราก็ไปคุยกับชาวบ้านได้นะ ว่าจริงๆ แล้ว ถ้าลดการทิ้งขยะได้จริงๆ ค่าขยะก็ลดไปด้วยนะ สุดท้ายต้นทุนก็เหลือแค่ 60-90 บาท ซึ่งก็เป็นราคาที่น่าจะคุยกันได้ แต่ต้องตกลงกันด้วยนะว่า แต่คุณก็ต้องลดขยะอย่างต่อเนื่อง

 

“การเก็บค่าธรรมเนียมขยะตามจริง จะสะท้อนถึงคนจ่ายให้ช่วยลดปริมาณลงได้มากเลยทีเดียว บางประเทศถึงขั้นชั่งกิโลขยะที่จะทิ้ง ซึ่งทำให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะ แต่ตอนนี้ในเมืองไทยกลายเป็นว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต้องเอาเงินมาอุดหนุนค่าขยะ แทนที่จะได้โครงการดีๆ”

 

ระบบจัดเก็บของเมืองนอก

 

“ปี 1990 เกาหลีใต้เจอปัญหาเหมือนเราเลย ตอนนั้นเขาเก็บค่าจัดการขยะต่ำๆ ขยะก็กองทิ้งเป็นภูเขา  เขาก็ปรับระบบจัดการขยะ เปลี่ยนการเก็บค่าขยะให้ทุกคนจ่ายเงินตามที่ทิ้งจริง โดยการขายถุงขยะหลายไซซ์ หลายราคา ห้ามทิ้งขยะเกินปริมาณที่กำหนด ถ้าเกินเขาไม่เก็บ ห้ามใช้ถุงอย่างอื่น ทำให้คนต้องคิดก่อนทิ้งว่า ถ้าทิ้งเยอะก็ต้องซื้อถุงเยอะนะ

 

“แต่ทางเกาหลีเขาก็มีทางออกให้นิดนึงว่า ขยะรีไซเคิลไม่ต้องใส่ถุงตั้งแยกไว้ เดี๋ยวมาเก็บให้ฟรี ทำให้ขยะในประเทศลดลง ราคาค่าถุงขยะปกติที่เขาเก็บอยู่ที่ลิตรละ 50 สตางค์ แต่ถ้าเป็นขยะอาหารจะเก็บแพงกว่า เก็บลิตรละ 1.5 บาท  แล้วบังคับให้คนแยกขยะ ถ้าไม่แยกไม่เก็บ ถ้าเอาไปวางหน้าบ้านอื่นก็จะโดนปรับ 30,000 บาท และถ้ามีคนรีพอร์ต คนรีพอร์ตได้รางวัลนำจับ 80% ของเงินค่าปรับ”

 

การจัดการขยะในเมือง

 

“ยอมรับว่าการจัดการขยะในเมืองเป็นเรื่องยากมาก ภาครัฐต้องพร้อมปรับตัว นอกจากนั้นยังต้องดูว่ามีความเป็นชุมชนในบริเวณที่อยู่หรือเปล่า เป็นนิติบุคคลไหม ถ้าแต่ละบ้านรวมตัวกันได้ หรือดึงคนที่ดูแลส่วนกลางมาร่วมได้มันจะง่าย อย่างดูแลพื้นที่สีเขียวของส่วนกลางด้วยขยะอินทรีย์จากลูกบ้าน หรือรวมตัวกันซื้อเครื่องผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์มาใช้ร่วมกันได้

 

“แต่ถ้าไม่มีชุมชน เป็นบ้านเดี่ยวต่างคนต่างอยู่ เป็นคอนโดฯ หรือทาวเฮาส์ก็ยอมแพ้เรื่องขยะอินทรีย์ไปเลย ส่งทิ้งตามปกติ แต่อย่าลืมแยกขยะที่ยังรีไซเคิลได้ แล้วก็ดูว่าใช้ประโยชน์ได้ไหม หรือไม่ก็หิ้วภาชนะไปด้วยแทนการใช้พลาสติก มันก็เป็นเทรนด์ที่ดี”

 

นวัตกรรมเก็บขยะจากต่างประเทศ

 

ที่ต่างประเทศมีวิธีการเก็บขยะที่แปลกใหม่ อย่างเกาหลีใต้ใช้วิธีการขายถุงขยะ สวีเดนก็ใช้วิธีที่คล้ายกัน คือเก็บค่าขยะตามจริง ให้คนใช้ถุงช้อปปิ้งมาเป็นถุงขยะ แต่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยแต่ละบ้านมีถังที่ได้มาตรฐาน มีแท็ก ID แปะอยู่บนถัง เมื่อรถขยะเขามาเก็บก็จะมีแขนกลมายกถังขยะทิ้ง ระหว่างที่ยกมันก็สแกน ID ว่ามาจากบ้านไหน พร้อมกับชั่งน้ำหนักถังไปในตัว แล้วก็บันทึกไว้ ปลายเดือนก็ส่งบิลว่าทิ้งเท่าไหร่ เป็นเงินกี่บาท

 

 

“หรือถ้าเป็นอพาร์ตเมนต์ ก็จะมีพื้นที่ทิ้งขยะร่วมกัน แต่บนฝาจะมีให้ใส่พาสเวิร์ดถึงจะเปิดได้ แล้วมันก็ชั่งน้ำหนัก พร้อมกับรู้ว่าใครที่กำลังทิ้งอยู่ ปลายเดือนก็ส่งบิลเหมือนกัน ซึ่งวิธีนี้ทำให้คนของเขาแยกขยะก่อนเอามาทิ้ง  ไม่อย่างนั้นน้ำหนักขยะก็จะเยอะมาก เสียเงินมากไปตามๆ กัน”

 

มาจนถึงบรรทัดนี้ ทุกคนคงเห็นแล้วว่าปัญหาขยะนั้นแก้ไขได้โดยเริ่มจากตัวเราเอง ด้วยการแยกขยะ เหมือนอย่างที่หลายๆ ประเทศมีมาตรการในเรื่องนี้ และก็เหมือนอย่างที่อาจารย์ปเนตร บอกกับเราเป็นการสรุปทุกประเด็นอย่างชัดเจน

 

“เราไม่มีระบบจัดการขยะที่พัฒนาตามระบบบริโภค คือเราบริโภคเยอะ แต่การจัดการแย่”