x

Reasons to Read

  • เรื่องจริงที่น่าเหลือเชื่อ ของนักกอล์ฟผู้เปรียบเสมือนเทพนิยายในโลกแห่งความจริง จะทำให้คุณอยากลุกขึ้นมาตั้งใจทำอะไรเพื่อสร้างความภูมิใจให้ตัวเองสักครั้ง
  • นอกจากความมุ่งมั่นตั้งใจ มิตรภาพของคู่หู นักกอล์ฟมือใหม่และแคดดี้แก่แดด จะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน

จะพูดได้ว่ามันเป็นดั่งเทพนิยายก็ไม่ผิดเพี้ยนนักสำหรับเรื่องราวชีวิตของ ฟรานซิส อุยเม็ต (Francis Ouimet) เด็กชายผู้เติบโตมาในชนชั้นล่างสุดของอเมริกา เขาเติบโตมาโดยที่มีลูกกอล์ฟตกใส่หลังคาบ้านแทบทุกวัน เพราะบ้านเขาอยู่ตรงข้ามกับสนามกอล์ฟสุดหรูที่เหล่าผู้รากมากดีพากันมาตีลูกกอล์ฟใส่หลังคาบ้าน อันเป็นเหตุให้อาร์เธอร์ พ่อของเขาหัวเสีย จากที่มีอคติกับกีฬาของพวกคนรวยอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว การได้เห็นอากัปกริยาของลูกชายที่มีต่อกีฬากอล์ฟ ยิ่งทำให้พ่อกลุ้มใจไปกันใหญ่

ทว่าความคิดคร่ำครึของพ่อก็มิอาจกั้นขวางทางระหว่างเขาและกีฬากอล์ฟได้ ฟรานซิส อุยเม็ต ก็มีท่าทีเอาจริงเอาจังกับมันอยู่ดี ราวกับหลงมนต์เสน่ห์กีฬาของคนรวยเข้าอย่างจัง ในตอนกลางคืน เขามักแอบซ้อมพัตต์ลูกอยู่ในห้องนอนคนเดียว ไอ้เรื่องการที่จะได้ไปตีในสนามหญ้าจริงๆ นั้นอย่าได้หวังว่าจะเกิดขึ้น มีเพียงแมรีผู้เป็นแม่เท่านั้นที่รับรู้ จนเด็กชายเติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มและเขาก็ยังคงชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ โดยที่ไม่ได้มีโอกาสลงไปตีในสนามจริงๆ จังๆ

"ผมทำได้เพียงจดจำในสิ่งที่นักกอล์ฟเขาทำกัน ท่าทางต่างๆ และกฎกติกา ผมเรียนรู้เองคนเดียวบนห้องนอนโดยไม่ให้พ่อรู้ แต่แม่ผมรู้ พ่อบอกว่าผมอย่าได้คิดที่จะเล่นกอล์ฟ มันอยู่หน้าบ้านเราก็จริง แต่นั่นมันแค่ความฝัน ฝันที่อยู่ไกลเกินไป"

อาร์เธอร์บอกเด็กชายให้สำนึกว่า

"ถ้าแกเอาชนะได้ ผู้คนจะห้อมล้อมแกแค่ชั่วครั้งชั่วคราว คนพวกนั้นลมหายใจพวกเขาคือกอล์ฟ พวกเขาซ้อมกันวันละหลายๆ ชั่วโมงได้ ทำไมน่ะเหรอ เพราะพวกเขาไม่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งเหมือนแกยังไงล่ะ และถ้าแกแพ้ แกก็ไม่ต่างจากหญ้าในสนามให้เขาเหยียบย่ำนั่นแหละ"

มันเป็นทั้งคำห้ามปรามและการขู่บังคับไปในตัว แต่ทว่ามันไม่อาจหยุดยั้งความแน่วแน่ของเด็กชายได้ ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อมั่นในสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาให้ นั่นคือพรสวรรค์ เขามั่นใจว่ากอล์ฟสำหรับเขาไม่ได้เป็นเพียงฝันอย่างที่คุณพ่อดูถูกไว้ ในวันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจเดินดุ่มๆ เข้าไปในคันทรีคลับ เพื่อลงสมัครแข่งยูเอสโอเพน 1913 การแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ที่มันกำลังจะเกิดขึ้นที่สนามตรงข้ามบ้านเขานั่นแหละ แต่เขาไม่มีเงินค่าสมัครสักแดงเดียว

แต่ทว่าด้วยความรักและความเชื่อมั่น พระเจ้าได้ส่งเศรษฐีขี้เล่นคนหนึ่งมาให้ ฟรานซิส อุยเม็ต เขาท่าทางดูใจดี และยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายในการสมัครให้ เนื่องด้วยความหมั่นไส้คนรวยด้วยกัน เป้าหมายคือจะส่งไอ้หนุ่มอุยเม็ตไปกำราบความโอหังของนักกอล์ฟผู้ดีเหล่านี้เสีย เมื่อได้ค่าสมัครแล้ว ปัญหาอีกอย่างที่เขาคิดไม่ตกคือยังไม่มีแคดดี้คู่กาย และแน่นอนว่าเขาไม่มีเงินจ้าง นั่นเองทำให้เขาได้พบกับ ไอ้เด็กบ้ากอล์ฟวัยสิบขวบนามว่า Eddie Lowery (เอ็ดดี้ โลเวอรี) หมอนี่... ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า เจ้าหนูนี่เป็นเด็กที่ลูกบ้าค่อนข้างเยอะ เขาคลั่งไคล้กีฬากอล์ฟ และสามารถอ่านไลน์กอล์ฟได้ทะลุปรุโปร่งตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งคู่ทำสัญญาผลประโยชน์ร่วมกันคือ เอ็ดดี้ จะโดดเรียนมาถือถุงให้ฟรานซิส แลกกับการที่เขาจะได้อยู่ในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่รายการนี้แบบชิดใกล้

"ผมแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะหมอนี่ออกจะเพี้ยนๆ ไปหน่อย เด็กอะไรคำพูดคำจาไม่เหมือนเด็กเอาซะเลย"

ฟรานซิส อุยเม็ต พูดถึงแคดดี้คู่กายตัวเปี๊ยกของเขา

เมื่อวันแข่งขันจริงได้มาถึง เด็กหนุ่มวัย 20 ปีที่แทบไม่เคยตีกอล์ฟแข่งกับใครเลย กับแคดดี้ตัวน้อยวัย 10 ขวบ พวกเขาทั้งคู่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างฮึกเหิม แต่มันกลับเป็นภาพที่คนดูในสนามรวมถึงผู้แข่งขันคนอื่นๆ พากันขบขัน แต่ทว่าเมื่อเครื่องของ ฟรานซิส อุยเม็ต เริ่มร้อน เสียงหัวเราะขบขันนั้นก็ได้เปลี่ยนมาเป็นเสียงฮือฮาทั้งสนาม เพราะ ฟรานซิส อุยเม็ต สามารถทำคะแนนได้สูสีกับนักกอล์ฟอาชีพชื่อดังอย่าง Harry Vardon (แฮรี วาร์ดอน) หรือ Ted Ray (เท็ด เรย์)

ราวกับปาฏิหาริย์ หรือเป็นเพราะความแน่วแน่ของ ฟรานซิส อุยเม็ต ที่อยากพิสูจน์เรื่องนี้ให้พ่อของเขาเห็น ถ้วยรางวัลไม่ได้สำคัญเท่ากับการที่ทำให้พ่อยอมรับ แต่ทว่าในขณะแข่งขัน เขาก็ยังไม่สามารถบอกให้พ่อรับรู้ได้อยู่ดี ทั้งที่สนามกอล์ฟอยู่แค่หน้าบ้าน

ข่าวเด็กหนุ่มที่บังอาจท้าชิงกับนักกอล์ฟชื่อดัง ระแคะระคายถึงหูพ่อของอุยเม็ตจนได้ ยิ่งเป็นที่ฮือฮา ยิ่งทำให้ ฟรานซิส อุยเม็ต มีแฟนคลับตามเชียร์มากขึ้น เขาและแคดดี้คู่ใจกำลังถูกจับตา จนกระทั่งมีข้อเสนอจากแคดดี้มืออาชีพหลายรายแสดงความต้องการจะถือถุงให้ ฟรานซิส อุยเม็ต แต่ทว่าเขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะเลือกใครให้ถือถุงให้เขาต่อ

"ขอโทษที ผมมีแคดดี้ส่วนตัวเป็นเด็ก 10 ขวบแล้ว"

นั่นเองทำให้เอ็ดดี้ซึ้งใจในคู่หูมาก เพราะถ้าหากฟรานซิสเลือกให้แคดดี้มืออาชีพมาถือให้ ก็อาจจะดีกว่าเอ็ดดี้ถือก็เป็นได้ เขามีสิทธิ์ชนะได้สบายๆ เลย แต่กลับกลายเป็นว่าฟรานซิสเชื่อมั่นในตัวเอ็ดดี้คนเดียวเท่านั้นที่คู่ควร เขาเลือกให้เอ็ดดี้ถือต่อเพราะเอ็ดดี้ไม่ใช่แค่คนถือถุง แต่เอ็ดดี้คือ ‘เพื่อน’

ฟรานซิส อุยเม็ต กับ เอ็ดดี้ โลเวอรี ช่วยกันสร้างตำนานผงาดคว้าแชมป์ยูเอสโอเพน 1913 ในปีแรกที่ลงแข่งได้ มันคือแชมป์ที่สั่นสะเทือนวงการกอล์ฟ เด็กหนุ่มลูกคนงาน กับแคดดี้ข้างกายตัวน้อย ช่วยกันคว้าแชมป์ที่ใหญ่ที่สุดในวงการกอล์ฟโลก หลังจากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันไล่ล่าแชมป์ต่างๆ มาได้อีกมากมาย นั่นคือตำนานที่ราวดั่งเทพนิยายก็มิปาน

"ผมไม่ได้อยากคว้าแชมป์อะไร ผมแค่อยากตีกอล์ฟ ถ้าผมไม่ได้แชมป์วันนั้น ผมกับกอล์ฟคงจบกัน เพราะพ่อของผมคงไม่ยอมแน่ๆ"

หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นนักกอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์มามากมาย คุณพ่ออาร์เธอร์ ก็มองกีฬากอล์ฟด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นแค่กีฬาของคนรวย แต่มันคือกีฬาแห่งความเป็นสุภาพบุรุษ มันสามารถพลิกฝ่ามือให้คนคนหนึ่งเป็นที่จดจำของโลกได้ และคนคนนั้นคือลูกชายคนงานอย่างเขา

ฟรานซิส อุยเม็ต กับ เอ็ดดี้ โลเวอรี ต่างเป็นเพื่อนรักกันจนแก่เฒ่า เอ็ดดี้ เติบโตมาแล้วกลายเป็นเศรษฐีจากการทำธุรกิจต่างๆ

"ผมไม่แปลกใจเลยที่เอ็ดดี้จะประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะในขณะที่เด็กคนอื่นวิ่งเล่นตอนอายุ 10 ขวบ เอ็ดดี้เขาได้ถือถุงกอล์ฟในการแข่งขันกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว เขาฉลาดและความคิดโตเกินวัยจริงๆ "

ฟรานซิส อุยเม็ต กล่าวชื่นชมเพื่อนรัก

เรื่องราวของพวกเขามันดีเกินกว่าที่ค่ายหนังจะปล่อยให้ผ่านไป เราจึงได้ร่วมลุ้นไปกับทั้งคู่ผ่านภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Game Ever Played หนังที่สร้างจากเรื่องจริงของ ฟรานซิส อุยเม็ต และ เอ็ดดี้ โลเวอรี ออกฉายใน ปี 2005

ฟรานซิส อุยเม็ต เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กันยายน 1967 รวมอายุ 74 ปี

เอ็ดดี้ โลเวอรี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1984 รวมอายุ 82 ปี

ทั้งคู่ทิ้งตำนานเทพนิยายบนผืนหญ้าไว้เบื้องหลัง