x

Reasons to Read 

  • จะไปทำงานต่างประเทศต้องรู้ ประเทศไหนอยู่ดี หรือ อยู่ยากสำหรับ expat 
  • แล้วประเทศไทยเราในสายตาคนทำงานชาวต่างชาติเป็นอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ 

 

การทำงานในต่างแดนถือเป็นเรื่องท้าทาย แต่การปรับตัวให้เข้ากับดินแดนที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ยิ่งเป็นเรื่องท้าทายกว่า Expat Insider 2018 เป็นรายงานประจำปีของ InterNations GmbH บริษัทสัญชาติเยอรมันที่เสนอตัวเป็นตัวกลางเชื่อมโยงบรรดา expat (expatriate) หรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศต้นกำเนิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันผ่านแพลตฟอร์มขนาดใหญ่

Expat Insider เป็นรายงานที่เริ่มทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2014 จากสมาชิกกว่า 13,000 คน 166 เชื้อชาติ เพื่อสรุปเป็นข้อมูลให้เห็นแนวโน้ม ชีวิตความเป็นอยู่และการทำงานของคนต่างชาติในประเทศต่างๆ ทุกภูมิภาคของโลก

รายงานประจำปี 2018 ระบุ 68 ประเทศในโลกที่ชาว expat ให้คะแนนทั้ง ‘สูงสุด’ จนถึง ‘ต่ำสุด’ และ 10 ประเทศที่ได้คะแนน ‘คุณภาพชีวิต’ ดีที่สุด ได้แก่...

  • บาห์เรน
  • ไต้หวัน
  • เอกวาดอร์
  • เม็กซิโก
  • สิงคโปร์
  • โปรตุเกส
  • คอสตาริกา
  • สเปน
  • โคลอมเบีย
  • สาธารณรัฐเช็ก

บาห์เรน ประเทศในอ่าวเปอร์เซียแซงหน้าขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในใจของชาว expat เหตุผลหลักเพราะเป็นประเทศที่ส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ไม่รู้สึกผิดแผกเป็นคนแปลกหน้าที่นั่น 72% ของผู้ลงความเห็นรู้สึกอุ่นใจกับการใช้ภาษาอังกฤษ-ภาษากลาง-ในการสื่อสาร และความเป็นมิตรของคนท้องถิ่น นอกเหนือจากนั้นเป็นความพอใจกับเงื่อนไขเวลาการทำงาน และความมั่นคงของอาชีพ

ไต้หวัน กลับเข้ามาเป็นอันดับสองหลังจากครองอันดับสี่ในปี 2017 ที่นั่น expat รู้สึกพอใจกับคุณภาพชีวิต ความมั่นคงในงานอาชีพ แม้ว่า 70% จะมีรายได้น้อยลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับประเทศต้นกำเนิด แต่ดูเหมือนเงินจะไม่ใช่ปัญหา เพราะค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังจัดอยู่ในระดับ ‘ยอมรับได้’ อีกอย่างคือ “ชาวไต้หวันแสดงความเป็นมิตรดีมาก แม้ว่าคุณสื่อสารกับพวกเขาได้เพียงการยิ้มและพยักหน้าก็ตาม”

เอกวาดอร์ ก้าวกระโดดขึ้นมาจากอันดับ 25 เมื่อปี 2017 การปรับตัวใหม่ของประเทศทำให้แรงงานต่างชาติรู้สึกสะดวกสบายขึ้น อีกทั้งค่าครองชีพที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ expat ส่วนใหญ่รู้สึกชื่นชมกับความมีน้ำใจของคนท้องถิ่นเอกวาดอร์ แต่อีก 41% เช่นกันที่รู้สึกว่า การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นค่อนข้างยากลำบาก หากพูดภาษาสแปนิชไม่ได้

จากท็อป 10 จะเห็นว่ามี 4 ประเทศอยู่ในลาตินอเมริกา คือ เอกวาดอร์ (3) เม็กซิโก (4) คอสตาริกา (7) และโคลอมเบีย (9) เป็นสิ่งสะท้อนเสถียรภาพทางการเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค อีกทั้ง expat ส่วนใหญ่มีความรู้ด้านภาษาสแปนิช จึงใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างปราศจากอุปสรรค

ในโซนยุโรป โปรตุเกส (6 จากอันดับ 1 เมื่อปี 2017) สเปน (8) และสาธารณรัฐเช็ก (10) ยังคงมาตรฐานและมีบรรยากาศที่ดีสำหรับการทำงาน ควบคู่ไปกับสภาพอากาศ และอาหารการกินที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ต้องปรับตัวมากนัก

ส่วนเอเชีย ไต้หวัน (2) และสิงคโปร์ (5) ที่อยู่ในอันดับต้นๆ นั่นเพราะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมถึง ‘คุณภาพชีวิต’ ที่ได้มาตรฐาน

สำหรับเมืองไทย เมื่อปี 2015 เคยก้าวกระโดดจากประเทศน่าอยู่อันดับ 22 ในปีก่อนหน้าขึ้นมาที่อันดับ 7 ด้วยเหตุผลหลักๆ คือค่าครองชีพต่ำ ผู้คนมีไมตรีจิต และสภาพภูมิอากาศ ก่อนจะไต่อันดับลงในปีถัดๆ มา และอยู่ในอันดับ 18 ของปี 2018 ในรายงานและการสำรวจนี้ ทำให้รู้ด้วยว่า expat ที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในเมืองไทยส่วนใหญ่มีอาชีพที่เกี่ยวกับการศึกษา และงานวิจัย จำนวนมากที่สุดได้แก่ชาวอเมริกัน ซึ่งมีอยู่ถึง 17% ของประชากร expat ทั้งหมด รองลงมาคืออังกฤษ จำนวน 15% และออสซี่ 12%

สุดท้ายเป็น 10 ประเทศที่บรรดา expat ไม่ปลื้ม ได้แก่...

59. สหราชอาณาจักร

60. กรีซ

61. อิตาลี

62. เปรู

63. อียิปต์

64. ตุรกี

65. บราซิล

66. อินเดีย

67. ซาอุดีอาระเบีย

68. คูเวต

ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่าล้วนมีเหตุผลหลักจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร ที่ไต่อันดับลงต่ำเรื่อยมาหลังจากประชามติ Brexit 

 

อ้างอิง :

  • https://www.internations.org/expat-insider/