x

อย่างที่ทราบกันดีว่า สตาร์ทอัพโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นจากแนวคิดที่ต้องการแก้ปัญหาบางอย่าง และอาจรวมไปถึงการเพิ่มช่องทางหรือเสริมบริการ จากรูปแบบเดิมๆ มาสู่แพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น 
 
SmartFinn คืออีกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่กำลังตอบโจทย์สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ผ่านโมเดลบริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลาง ผ่านแนวคิดของ 3 ผู้ก่อตั้ง (Co-Founder) อย่าง โจ – คงศักดิ์ สุวัชราภิสิทธิ์ CEO, มด-ปฏิมากร ใจอ่อน COO และ อ้อย- ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ CMO ซึ่งทั้ง 3 ท่านต้องการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ 
 
แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร?
 
ปริสุทธิ์: แนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม SmartFinn เกิดจากความต้องการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากแบบเดิมๆ ซึ่งหากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็หมายถึง SmartFinn เปรียบได้กับ Uber แต่เป็นบริการด้านการเงิน ซึ่งเป็น Concept คล้ายๆ กัน โดย Uber เป็นแพลตฟอร์มกลางให้คนที่มีรถและคนที่ต้องการใช้รถมาเจอกัน ขณะที่ SmartFinn เป็นแพลตฟอร์มที่ Matching ระหว่างคนที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์และคนที่ต้องการซื้อหรือผู้ลงทุนนั่นเอง
 
 
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ SmartFinn กลายเป็นทางเลือกของผู้ซื้อ-ผู้ขาย?
 
ปริสุทธิ์: ทั้งนี้ หัวใจในการทำงานของ SmartFinn ต้องการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดย SmartFinn จะช่วยทำให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เกิดดีลราคาที่ดีที่สุดในท้องตลาด ด้วยราคาที่สูงที่สุดถึง 70% ของราคาที่มีการซื้อขายจริงในท้องตลาด และยังสามารถต่อสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญา) ส่วนอัตราดอกเบี้ยขายฝากผ่าน SmartFinn ยังต่ำที่สุด 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยขายฝากทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก 
 
ดังนั้น จากการที่เราอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนมานาน ทำให้เข้าใจถึงความน่ากลัวของการกู้เงินในรูปแบบดอกเบี้ยทบต้นเป็นอย่างดี และจะสร้างปัญหาให้กับฝั่งลูกหนี้อย่างมาก ยกตัวอย่าง ขายฝากแบบเดิมที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ผ่านไปเพียง 2 ปี ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 72% นั่นเท่ากับว่า ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบเท่ากับจำนวนเงินต้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่กู้เงินด้วยดอกเบี้ยสูงๆ จะสามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่องได้ แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ สุดท้ายก็ยิ่งเพิ่มภาระหรือเพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
 
แม้ว่าดอกเบี้ยจากบริการขายฝากผ่าน SmartFinn จะไม่ต่ำเท่ากับการจำนองทรัพย์กับสถาบันการเงิน แต่บางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากกู้เต็มวงเงินแล้ว หรือเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์ แต่หากยังมีทรัพย์ที่สามารถนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ เชื่อว่า SmartFinn จะช่วยให้ผู้ขายฝากไม่ต้องโดนทำร้ายจากการขายฝากที่โดนกดวงเงิน หรือ ดอกเบี้ยสูงๆจากการรับจำนองเองของเจ้าของเงินที่รับขายฝากทั่วไป
 
 
ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้ซื้อฝากหรือผู้ลงทุนนั้น ยังได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุน สูงถึง 9% ต่อปี พร้อมกับได้สิทธิ์ในโฉนดที่ดินด้วย อีกทั้ง SmartFinn ยังลดความเสี่ยง ด้วยทีมประเมินทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยเสริมทัพความอุ่นใจให้เจ้าของเงิน อีกด้วย
 
ในแง่ของหลักการทำงาน ปฏิมากร ใจอ่อน COO ของ SmartFinn ได้แชร์ถึงรายละเอียดอย่างน่าสนใจ
 
ปฏิมากร: รูปแบบบริการ Smart Finn มีความเป็นระบบสูง เริ่มจากเมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามาต้องการจะฝากทรัพย์สิน ในเบื้องต้นจะมีการสัมภาษณ์เจ้าของทรัพย์สินว่า มีหนี้ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ที่อื่นหรือไม่ และหากนำทรัพย์สินมาขายฝากแล้วลูกค้าจะเหลือเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อนำไปปลดภาระหนี้สินหรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน จากนั้นจะมีผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างยุติธรรม เมื่อผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้ว จะนำทรัพย์สินดังกล่าวเสนอให้กับผู้ที่สนใจลงทุนทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางอื่นๆ 
 
สำหรับค่าบริการนั้น ทาง SmartFinn จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 1.95% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 30,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของ SmartFinnได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สินซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ SmartFinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น
 
 
ทั้งนี้ เป้าหมายของในเบื้องต้นของ SmartFinn ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน ส่วนในระยะยาวนั้น จะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น
โดยปัจจุบันจะคงโฟกัสที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน แต่ในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดต่อไป เพราะเป้าหมายหลักของ SmartFinn คือ การช่วยประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก โดยอยู่ในรูปแบบของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่บาลานซ์ระหว่างผู้ขายและผู้ลงทุนในราคาที่ยุติธรรมยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และค่าธรรมเนียมบริการที่ไม่สูงมาก เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถก้าวเดินต่อไปได้ 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.smartfinn.co.th
 
 
Did you know?
 
การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ อะไร?
 
การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งแบบมีเงื่อนไข โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปทำสัญญาซื้อ-ขายต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน เช่นเดียวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามปกติ รวมทั้งกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่มีข้อแม้ว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนี้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตกลงกันขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนได้ (ทั้งนี้ต้องไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 10 ปี)
 
การขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร?
 
การขายฝากมีสิ่งที่แตกต่างจากการจำนอง คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากทันที หากผู้ขายฝากไม่มาใช้สิทธิ์ไถ่ถอนคืนภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์
 
ส่วนการจำนอง เมื่อผู้จำนองผิดเงื่อนไขสัญญาการชำระหนี้ ผู้รับจำนองจะต้องใช้ช่องทางการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อมาชำระหนี้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลานานพอสมควร
 
ค่าใช้จ่ายในการจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน เท่ากับ 1% ของราคาจำนอง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายฝากที่สำนักงานที่ดิน จะมากกว่า คือเท่ากับการซื้อ-ขายจริง (โดยส่วนมากจะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 3-6 % ของราคาซื้อ-ขาย ซึ่งแปรเปลี่ยนตามแต่ราคาซื้อ-ขาย ราคาประเมินของทางราชการ และจำนวนปีที่ถือครองฯ)
 
 
ทำไมต้องขายฝากกับ สมาร์ทฟินน์
  • Smart Saver ลดภาระดอกเบี้ยที่สูงเหลือเพียง 0.75% ต่อเดือน
  • Smart Revenue ราคาขายฝากสูงถึง 70% ของราคาประเมินที่สามารถซื้อขายได้
  • Smart Contract อายุสัญญาขายฝากนานสูงสุดตามกฎหมายถึง 10 ปี (ตามแต่คู่สัญญาตกลงกัน) และสามารถอยู่ในทรัพย์สินได้ตลอดอายุสัญญาขายฝาก
ทำไมต้องลงทุนกับ สมาร์ทฟินน์ (Low Risk-High Return)
  • Smart Choice การลงทุนความเสี่ยงต่ำด้วยการ "ถือครองโฉนดที่ดินในราคาต่ำกว่าท้องตลาด"
  • Smart Return ด้วยอัตราผลตอบแทนสูงถึง 9% ต่อปี
  • Smart Decision อุ่นใจด้วยผลการประเมินทรัพย์สินจากบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต. และยังสามารถทราบข้อมูลผู้ขายฝากได้ก่อนตัดสินใจ