หลังจากที่ แอ็ปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการลดประสิทธิภาพไอโฟนรุ่นเก่าด้วยซอฟต์แวร์ iOS จริง เนื่องจากต้องการแก้ปัญหาเครื่องดับเองในไอโฟนรุ่นเก่าที่แบตเตอรี่เสื่อม จากนั้นไม่นานก็ตามมาด้วยกระแสดราม่าอีกหลายระลอกจนทำให้แอ็ปเปิ้ลต้องออกโรงมาชี้แจงในรายละเอียดอยู่หลายครั้งหลายครา 
 
ล่าสุดพวกเขาได้ออกมาเผยรายละเอียดในส่วนของประสิทธิภาพที่ตั้งใจให้ถูกลดลงด้วยซอฟต์แวร์ระบบจัดการพลังงานใน iOS เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องดับ และประสิทธิภาพด้านใดบ้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ระบบจัดการพลังงานที่ว่านี้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถประเมินได้เองว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอโฟนของตัวเอง และไม่โทษทุกสิ่งว่าเกิดขึ้นเพราะซอฟต์แวร์ระบบจัดการพลังงานของ iOS
 
 
ซอฟต์แวร์ระบบจัดการพลังงานใน iOS จะอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกันไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิของเครื่อง, ระดับพลังงานในแบตเตอรี่ และค่าความต้านทานภายในตัวแบตเตอรี่ (หรืออีกนัยหนึ่งก็คือความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ) ระบบจัดการพลังงานนี้จะทำงานแบบไดนามิก (ปรับแต่งไปตามสถานการณ์) เช่น การกำหนดประสิทธิภาพสูงสุดของหน่วยประมวผผลกลางและหน่วยประมวลผลกราฟฟิก ผลลัพธ์ที่ได้คือ สมดุลของการใช้พลังงาน ที่ช่วยให้การใช้งานในภาพรวมมีความราบรื่นต่อเนื่อง ไม่ใช่การใช้พลังงานอย่างเต็มที่เพียงชั่วขณะ ในบางกรณีผู้ใช้อาจไม่ทราบได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เลยตลอดเวลาการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเกิดขึ้นไม่เท่ากันแต่ละเครื่อง ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องนั้น ๆ จะถูกจัดการพลังงานในระดับใด (เนื่องจากเครื่องเก่าแต่ละเครื่องมีสภาพแบตเตอรี่ไม่เท่ากัน)  
 
ในกรณีที่ระบบจัดการพลังงานนี้เข้าไปมีผลมาก ผู้ใช้จะสามารถสังเกตได้ถึงผลกระทบใน 7 ส่วน ดังต่อไปนี้
  1. ใช้เวลาเปิดแอปฯ นานกว่าปกติ หมายถึงการเปิดแอปฯ ที่ปิดอยู่โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แอปฯ ที่ยังทำงานอยู่เบื้องหลัง
  2. เฟรมเรทตกเมื่อมีการเลื่อนหน้าจอ เช่น การเลื่อนดูแอปฯ บนหน้าโฮม หรือการเลื่อนหน้าเวบไซต์ แล้วมีอาการกระตุกหรือสะดุด
  3. จอมีความสว่างลดลงจนสังเกตได้ชัด
  4. เสียงลำโพงในตัวไอโฟนมีความดังลดลง 3 dB จากปกติ
  5. เฟรมเรทของภาพลดลงอย่างสังเกตได้ในการใช้งานแอปฯ บางตัว เช่น เกมที่มีเฟรมเรทสูง ๆ
  6. ในกรณีที่ระบบจัดการพลังงานทำงานเต็มที่ แฟลชในแอปฯ กล้องถ่ายรูปจะใช้งานไม่ได้
  7. แอปฯ ที่มีการรีเฟรชตัวเองอยู่เบื้องหลังเช่น อีเมล ไม่ทำการรีเฟรชข้อมูลใหม่เองตามปกติ

นอกจากผลกระทบทั้ง 7 ส่วนดังกล่าว ทางแอ็ปเปิ้ลยังเปิดเผยว่า ส่วนใดบ้างที่ไม่เกี่ยวกับระบบจัดการพลังงานใน iOS เลย หมายความว่า ถ้าหากเกิดความผิดปกติในส่วนต่อไปนี้ขอให้ทราบว่ามันมีที่มาจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่เพราะระบบจัดการพลังงานใน iOS ที่เข้าไปจัดการกับไอโฟนที่แบตเตอรี่เสื่อม 
  1. คุณภาพการโทรและการรับสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
  2. คุณภาพของภาพนิ่งและภาพวิดีโอที่ถ่ายได้
  3. ประสิทธิภาพของภาครับ GPS
  4. ความแม่นยำของการระบุตำแหน่ง
  5. การทำงานของเซ็นเซอร์ gyroscope, accelerometer, barometer
  6. ฟังก์ชั่น Apple Pay