x

 

 

 

เกมหนึ่งที่เราชอบเล่นเวลาดื่มได้ที่ คือผลัดกันเปิดเพลง สมมุตินั่งอยู่สี่คน ถึงคิวคนไหนก็ให้ละวางแก้วชั่วคราว และลุกขึ้น เดินไปเลือกเพลงใน YouTube ซึ่งเปิดผ่านลำโพง เสียงดังนุ่มเนียนปลุกเร้าหัวใจ

 

ราวสามปีก่อน ตอนนั้นร้าน The Writer’s Secret ยังอยู่ แมกกาซีนว่าด้วยโลกการอ่านการเขียนนาม WRITER ยังอยู่ และวาระการดื่มกินก็เกิดขึ้นงอกงามราวกับเป็นเงาของงาน ดื่ม คุย แลกเปลี่ยนถกเถียง โดยมีเสียงเพลงโอ้โลมโอบคลุม

 

ใครจะร็อก จะป๊อป เร็กเก ลูกทุ่ง หมอลำ เพื่อชีวิตเก่าใหม่ ว่าไปตามรสนิยม และแข่งขันกันกลายๆ ว่า ผลงานที่นำเสนอของใครจะเด็ดจะโดน

 

เวทีนี้อาวุโสไม่มีอภิสิทธิ์ เล่นแล้วเลือกแล้ว ต่อให้ไม่ชอบแนวเพลงที่รุ่นน้องเปิด ก็ต้องรอคิว รอเวลาของตัวเองในรอบถัดไป

 

อั๋นเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา เดินทางเข้ามาฝึกงาน เขาชอบเล่นเพลงของ Boy Imagine นักร้องนักดนตรีเชียงใหม่ที่ดังอยู่เงียบๆ ในสายทางเลือก ยอดวิวบางเพลงสูงกว่าสิบล้าน ร้านเหล้าหลายๆ แห่งเริ่มนำงานของเขาไปเปิด

 

เหมือนคุณและคนส่วนใหญ่ ผมไม่รู้จักหรอก ไม่เคยฟัง และค่อนไปทางไม่ชอบ

เหมือน Jack Johnson เกินไป--แรกที่ได้ยิน ผมคิดแบบนั้น ทั้งท่วงทำนอง เมโลดี้ วิธีร้อง คล้ายตั้งอกตั้งใจลอกเลียน พยายามทำงานในสาย Surf Music ซึ่งฟังปุ๊บก็คิดถึงคนต้นทาง คิดถึงและขาดเสน่ห์

 

คนเขียนเพลง รวมทั้งศิลปินทุกสาขาน่าจะหาวิธีที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้

 

ใครจะชอบหรือไม่ชอบ อั๋นไม่แคร์ มีจังหวะโอกาสยืนหน้าคอมพ์ เขาเล่นเพลงของ Boy Imagine สม่ำเสมอ นานวันเข้า เพื่อนพี่น้องบางคนเริ่มเคาะนิ้ว ร้องตามเบาๆ แม้ว่ามันไม่ง่ายนัก เพราะแทบทุกเพลงเนื้อยาวเหยียด สัมผัสนอกในน้อยจนน่าจะเรียกว่าความเรียงมากกว่า

 

ไม่เพียงเล่น เขายื่นไอเดียกับบรรณาธิการว่าขอขึ้นเชียงใหม่ เดินทางไปสัมภาษณ์พี่บอย

หนังสือออก ผมอ่านงานของอั๋นและเห็นว่านักร้องนักดนตรีคนนี้น่าสนใจ หน่วยก้านดี นิสัยชอบอ่านหนังสือของเขาโดดเด่น แข็งแรง

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ลืม

 

ต่อให้รักแค่ไหน ผมเป็นคนอยู่เงียบๆ ได้ ไม่ฟังเพลงเลยเป็นปีก็ไม่เป็นไร เราไม่เปิด ไม่เล่น คนอื่นก็เปิดกันสนั่นเมือง ทุกที่ ทุกเวลา หลายเพลงเราไม่ชอบเลย แต่ร้องตามได้คล่อง

 

เหมือนงานของ Boy Imagine ที่อั๋นหมั่นนำเสนอ รู้ตัวอีกทีผมก็มีอาการฮึมฮัมตาม ไม่มีใครเล่นก็กดเล่นเอง ความรู้สึกว่าไม่ชอบหายไปนาน เริ่มได้ยินเสียงและสารในมุมมองใหม่ๆ ที่เขาบอกเล่า ยิ่งฟัง ยิ่งเพลิดเพลินกับเนื้อร้องและเนื้อเสียงที่สอดรับกันลงตัว

 

วงการเพลงไทยแทบไม่เคยมีใครเขียนเพลงแบบนี้เลย

 

แอ๊ด คาราบาว, ธเนศ วรากุลนุเคราะห์, มาโนช พุฒตาล, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์, พราย ปฐมพร ฯลฯ เราเห็นจุดร่วมบางอย่างในวิถีและความคิดสร้างสรรค์ แต่บอยก็คือบอย เขามีรูปและรสเฉพาะตัว แตกต่าง กล้าพูดกล้าเล่า กล้าหยิบเอาเรื่องยากๆ มาย่อย ปล่อยความยาวแบบไม่จำกัดหรือขีดกรอบว่าเพลงต้องอยู่ในขนบสามนาที

 

หยั่งฟ้าถามทะเล, ยินดี, แค่ไหน แค่นั้น, ความรัก และความงาม, Untitle, รอยเขียนบนหาดทราย, โจโฉ, ความรัก ตู้ปลา กับสุราหนึ่งป้าน เพลงเหล่านี้มีเสน่ห์ น่าสนใจ น่าพอใจ

 

หูสำคัญกับอาชีพที่ผมทำ การได้ยินหรือไม่ได้ยินชี้วัดทัศนะ ประสบการณ์ ความตื้นลึก

เสียงเดียวกันนั่นแหละ จากปากคนเดียวกันนั่นแหละ บางทีเป็นคำระดับคีย์เวิร์ดเลยด้วยซ้ำ แต่เราไม่ได้ยิน เป็นเพชรพลอย แต่เราหลับตาเพิกเฉย มองไปทางอื่น

 

ในรถ จากเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่ดอยโป่งแยง ถ้าสุขภาพร่างกายไม่อ่อนล้านักรงค์ วงษ์สวรรค์ มักจะพูดคุยไปตลอดทาง ชี้ชวนให้ดูผู้คน ตลาดร้านค้า ต้นไม้ใบหญ้า เหตุบ้านการเมือง เขาเป็นนักเล่าเรื่องที่มีเรื่องเล่าอัดแน่นเต็มตัว เล่าด้วยชั้นเชิงลีลาของนักเลงชีวิต

 

เครื่องบันทึกเสียงคืออาวุธของนักสัมภาษณ์ นักหนังสือพิมพ์ แต่บางสถานการณ์มันก็ไม่เหมาะ ไม่สะดวก อีกบางทีมันดูเป็นการเป็นงานเกินไป แม้ว่าดีลกันชัดเจนว่ามาทำงาน มาฟังชีวิต ความคิด ความเห็น แต่เรายกเครื่องบันทึกเสียงมาวางทุกครั้งไม่ได้ เรื่องเหล่านี้เป็นศิลปะ ละเอียดอ่อน ผิดพลาดแล้วรสของบทสนทนาจะไม่อร่อย

 

หูเงี่ยฟังด้วยเรดาร์และสมาธิ แยกแยะประเด็นให้ออก อันไหนควรปล่อยผ่าน อันไหนต้องท่องต้องจำ หรือมีโอกาส รีบหากระดาษปากกาจดบันทึก

 

ช่างภาพรุ่นโบราณศรัทธาในแสงแดดถ้อยคำนี้อยู่นอกเทป นอกเวลางาน ซึ่งปกติเราจะนั่งปะทะโต้ตอบกันในห้องเขียนหนังสือของเขาบนสวนทูนอิน ผมไม่คิดว่ารงค์ วงษ์สวรรค์ วางประโยคนี้ไว้ล่วงหน้า เขาว่าของเขาไปเรื่อยๆ ระหว่างทางกลับบ้าน เหมือนอีกหลายสิบหลายร้อยประโยคที่หลั่งไหลต่อเนื่องราวลำน้ำปิงเดือนสิงหาคม

 

จำได้ว่าผมตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ยิน

 

ตื่นเต้นและคารวะ มันเป็นสัจจะละเอียดอ่อน ผู้เยาว์ต่อโลกยากที่จะมองเห็น

 

เหมือนค้นพบเพชรพลอย ผมภาคภูมิใจที่ได้ยิน และจดบันทึกไว้ในหนังสือเสียงพูดสุดท้าย

 

อย่างที่ทราบกันดี หลังทำงานร่วมกันไม่นานรงค์ วงษ์สวรรค์ ก็จากไป

ทิ้งผลงานนับร้อยไว้เป็นที่ระลึก

 

เพลงแรกที่ Boy Imagine เขียนขึ้นมาเล่นเองร้องเองชื่อแสงแดด

 

ผมเพิ่งรู้ว่าเขาเขียนโดยมีแรงบันดาลใจจำนวนหนึ่งมาจากคำว่าช่างภาพรุ่นโบราณศรัทธาในแสงแดด

 

รงค์ วงษ์สวรรค์ พูด

 

ผมฟังและเขียนเล่า

 

Boy Imagine ได้ยินแล้วเกิดแรงพลัง มีไอเดียทำเพลง

 

ประโยคเดียวเกี่ยวโยงกับผู้ชายสามคน มีอิทธิพลส่งมอบต่อยอด

ถ้าในรถบ่ายวันนั้นผมไม่ได้ยิน ปล่อยผ่าน ถ้อยคำนี้ก็ไม่มีอยู่...

 

หนังสือเล่มหนึ่งมีเรื่องเล่าและถ้อยคำมากมาย แน่นอน--ผู้อ่านแต่ละคนได้ยินคนละอย่าง ใครได้ยินคำไหน ก็เดินไปตามเส้นทางนั้น และบางคำมันมีอำนาจอันนึกไม่ถึง

 

8-9 ปีก่อน เชียงใหม่สำหรับผมหมายถึงดอยโป่งแยง สวนทูนอินของพญาอินทรีอยู่ที่นั่น ผมแวะเวียนขึ้นลงหลายรอบ ทั้งการงานและความสนใจส่วนตัวที่ผูกพันอยู่กับศิลปะและวรรณกรรม

รงค์ วงษ์สวรรค์ จากไป เชียงใหม่ของผมเปลี่ยนแปลง

 

ขึ้นมารอบหลังสุดนี้ ตามมาดูการทำงานของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และทีมงานพรรคอนาคตใหม่ เลิกแล้วนัดหมายเพื่อนหนุ่มไปร้าน Imagine House

 

ไม่เคยไป ไม่รู้จักทาง ไม่ได้หาเบอร์โทรฯ ใดๆ ทั้งสิ้น อยากไปก็ขับรถไปแบบสุ่มๆ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างแบงก์กรุงไทย หน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตรงเข้าไปสักสองกิโลเมตร แล้วเลี้ยวอีกที ฟังมาเท่านั้น เลี้ยวทางซ้ายหรือขวาก็ไม่รู้ ขับรถและพยายามมองหาป้าย

ป้ายเล็กนิดเดียว ชี้พิกัดว่าไปทางซ้าย ไปถึงยังมองไม่ออกว่าใช่ไหม ต้นไม้หนาแน่นปกคลุม ต้องหยุดรถ ลงเดินเข้าไปถาม

 

สรุปว่าใช่ สุดท้ายเสียงที่ร่ำร้องอยู่ในใจก็กลายเป็นความจริง

 

นักร้องหนุ่มออกไปวิ่ง กลับมาเลี้ยงลูก ปลูกต้นไม้ ดูประตูหน้าต่างเตรียมก่อสร้างต่อเติม ว่างแล้วเขามานั่งคุยด้วย

 

ทุกอย่างดำเนินไปเป็นธรรมชาติ

 

ผมไม่มีเป้าหมายใด เพียงฟังเพลงแล้วชอบ อยากแวะมาเที่ยว ก็มา และคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี

 

ที่ร้าน The Writer’s Secret มีเสียงเพลงมากมาย จากนักร้องหลายคน โวลุ่มที่ร้านเปิดดังหรือเบาเท่ากัน แต่เราได้ยินเพียงบางเสียง หลงรักเพียงบางคน

 

ตลอดชีวิต มีเสียงพร่ำเพรียกตลอดเส้นทาง ทั้งแผ่วเบาและบางทีก้องอึกทึก ใช่--ส่วนใหญ่เราไม่ได้ยิน ไม่ได้สนใจ เหนืออื่นใดคือแยกแยะไม่ออก ว่าเสียงไหนมีน้ำหนัก เสียงไหนสัมพันธ์สอดคล้องกับเสียงเต้นในหัวใจ

 

คุณภาพของหูส่งผลโดยตรงต่อขา ว่าจะพาเราไปทางไหน

 

ไม่ใช่อยู่ๆ หูจะดี ตาจะดี ทุกอย่างล้วนอาศัยการฝึกฝนบ่มเพาะ

 

ทั้งโดยอาชีพและอายุ ซึ่งผ่านบทเรียนมาไม่น้อย ยอมรับว่าแท้จริงผมก็ยังฟังผิดบ้าง ถูกบ้าง เราต่างเป็นเช่นนี้ สิ่งที่พอจะพึงใจกับตัวเอง ผมเปิดหูรับฟังเสมอ

ทางไหนไพเราะ เดินไปทางนั้น

 

***

 

เรื่อง : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

จากคอลัมน์ ถนนสายหนึ่ง นิตยสาร GM ฉบับเดือนพฤษภาคม 2561