x

       Ford Everest ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีขนาดกลาง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด ผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
 
 
ขุมพลังที่เหนือกว่า
       Ford Everest ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ที่สามารถกระจายแรงบิดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและเร่งความเร็ว ช่วยให้การขับรถบนทางลาดชัน เช่น การขับรถขึ้นภูเขาที่ลื่นและลาดชัน ง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
 
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที
 
       ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม Manual Mode เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่คันเกียร์
 
ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่
       Ford Everest ใหม่ มอบความแข็งแกร่งของรถยนต์อเนกประสงค์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ คุณภาพของอุปกรณ์อันยอดเยี่ยม และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อมอบประสิทธิภาพและความคล่องตัวเมื่อขับขี่ในเมือง แต่ยังคงความแข็งแกร่งสมบุกสมบันอย่างเหนือชั้นเมื่อขับขี่ออฟโรด
 
 
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ของฟอร์ด ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป 
 
 
- ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ทำหน้าที่คอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย
 
 
- ระบบประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ
- กุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และขึ้นลงรถได้สะดวกสบายกว่าเดิม
 
 
- ระบบ SYNC 3 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย โดยระบบซิงค์ 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น
 
- ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ระบบ SYNC® ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธด้วยระบบ SYNC® และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน
 
เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ
       เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะเป็นเอกลักษณ์ของ Ford Everest ใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ได้แก่
- ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
- ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist)
- ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert)
- กล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (Rear View Camera and Sensors)
 
       รวมถึง ระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancellation) ที่มอบห้องโดยสารที่ปราศจากเสียงรบกวน ซึ่งวิศวกรรมออกแบบให้ความสำคัญกับการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์และระบบเกียร์ พร้อมพัฒนาซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย
 
Ford Everest ใหม่ วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น ดังต่อไปนี้
- Titanium+ 2.0 Bi-Turbo 4x4 : 1,799,000 บาท
- Titanium+ 2.0 Turbo 4x2 : 1,599,000 บาท
- Titanium 2.0 Turbo 4x2 : 1,439,000 บาท
- Trend 2.0 Turbo 4x2 : 1,299,000 บาท
 
 
รุ่น Trend 2.0 Turbo 4x2 : 1,299,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐาน ได้แก่ 
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ
- ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม Manual Mode
- ระบบกันสะเทือนหน้า : อิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
- ระบบกันสะเทือนหลัง : คอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกัน
- ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า 
- ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์ 
- ราวหลังคาและบันไดข้าง 
- ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/65 R17 
- กุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท 
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา 
- เบาะหนังสีดำ 
- ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNCTM 3 ภาษาไทย หน้าจอ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อม Bluetooth และ Wi-Fi 
- ลำโพง 9 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟลายเออร์  
 
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ได้แก่
- ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
- ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ / และม่านถุงลมนิรภัย
- กล้องมองหลังขณะถอยจอด 
 
รุ่น Titanium 2.0 Turbo 4x2 : 1,439,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐาน (เพิ่มเติมจากรุ่น Trend) ได้แก่ 
- ไฟหน้าแบบ HID  ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
- ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
- ไฟท้าย LED
- ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี
- อัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง 
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ  
 
 
รุ่น Titanium+ 2.0 Turbo 4x2 : 1,599,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐาน (เพิ่มเติมจากรุ่น Titanium) ได้แก่ 
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมตรวจจับคนเดินถนน
- เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ
- ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ
- ระบบแจ้งเตือนการขับขี่
- หลังคา Panoramic Moonroof
- อัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/50 R20
- เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ
- ระบบแผนที่นำทาง 
 
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ได้แก่
- ระบบตรวจจับลมยาง
- ระบบตรวจจับรถในจุดบอด
- ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด 
 
 
รุ่น Titanium+ 2.0 Bi-Turbo 4x4 : 1,799,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐาน (เพิ่มเติมจากรุ่น Titanium+ 2.0 Turbo 4x2) ได้แก่
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo (เทอร์โบคู่)
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบ Terrain Management
- เฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน
 
 
       Ford Everest ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี รวมถึงสีใหม่ Diffused Silver Metallic และสีมาตรฐาน ได้แก่ Aluminum Metallic / Absolute Black Metallic / Arctic White / Sunset Metallic และ Blue Reflex Metallic โดยพร้อมส่งมอบรถล็อตแรกให้กับลูกค้าเดือน สิงหาคม 2018 เป็นต้นไป