x

 
เรื่องราวของลัทธิในญี่ปุ่นที่เพิ่งมีประหารสมาชิกไปยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเกิดความบาดหมางขึ้นในงานเผาศพของ “เจ้าลัทธิโอมชินริเกียว” ระหว่างครอบครัวกับเหล่าสาวกนักบูชาลัทธิโอมชินริเกียว เรื่องการให้ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายได้รับกระดูกไปดูแล
 
 
“มัตสึโมโตะ” ได้ถูกบัญญัติข้อหาก่ออาชญากรรมขึ้นโดยมีพวกสาวกร่วมกระทําการโจมตี ด้วยการปล่อยแก๊สประสาทในเมืองโตเกียวปีพศ. 2538 และตัวเจ้าลัทธิอย่างเขาได้ถูกประหารชีวิตและถูกเผาในเมืองหลวงในเช้าวันที่ 9 กรกฎาคม
 
ก่อนที่เขาจะถูกแขวนคอที่เรือนจำโตเกียว “มัตสึโมโตะ” ขอให้ซากศพของเขาถูกมอบให้กับลูกสาวคนที่สี่ ซึ่งไม่ได้นับถือลัทธิของเขา และเหล่าสมาชิกในครอบครัวของเขา ซึ่งเขาไม่ได้คิดจะมอบให้กับเหล่าสาวกของเขาแต่อย่างใด 
 
 
โดยทางเหล่าสาวกโต้เถียงว่า "เป็นไปไม่ได้" สำหรับศพ “มัตสึโมโตะ" ต้องอยู่ที่ลัทธิเพื่อให้เป็นที่พึ่งจิตใจของพวกเขา
 
ครอบครัวของนาย “มัตสึโมโตะ” ร่วมกันยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อขอให้พวกเขาได้รับการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ในระหว่างที่พวกเขาจะนําศพเจ้าลัทธิไปเก็บไว้ที่บ้าน
 
หลังจากนั้น สำนักข่าวกรองด้านความมั่นคงสาธารณะ และสำนักงานความยุติธรรมกระทรวงกลัวว่ากระดูกที่เหลือจะกลายเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ในหมู่นักบูชาที่ศรัทธาในมัตสึโมโตะ ถึงแม้จะก่อให้เกิดอาชญากรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990
 
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม “ทาโร่ ทาคิโมโตะ” ทนายความของลูกสาวคนที่สี่บอกว่า เธอจะไม่ยอมรับศพนั้นไว้ ทางกระทรวงจึงตั้งใจที่จะตอบสนองความต้องการของมัตสึโมโตะ และลูกสาวของเขา โดยจะเก็บไว้ศพที่เรือนจำโตเกียวแทน
 
ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ เดือนพฤศจิกายน ปีพศ. 2560 ลูกสาวได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศว่าเธอได้ละทิ้งความเชื่อมั่นของเธอในลัทธินี้ และตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับครอบครัวและกลุ่มที่นับถือลัทธินี้
 
สรุปคือ เรือนจำจะเผาศพตามคำร้องขอทางครอบครัว ก่อนที่จะส่งมอบเข้าสู่เรือนจําต่อไป