x

• หลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2558 คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้าเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศร่วมทดสอบขับแคลิฟอร์เนีย T‏ ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย บนเส้นทางไฮเวย์ในจังหวัดภูเก็ตไปแล้ว ซึ่งก็สามารถสะท้อนความแรงให้สัมผัสกันอย่างเหนือระดับ สมชื่อยนตรกรรมระดับโลกที่หลายคนฝันอยากเป็นเจ้าของ

         แคลิฟอร์เนีย T ไม่เพียงเป็นซูเปอร์คาร์ซึ่งเต็มไปด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย สามารถตอบโจทย์ความสนุกความเร้าใจเมื่อได้สัมผัสเท่านั้น ทีมออกแบบยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความความสะดวกสบายหรูหรา และสามารถขับใช้งานได้ทุกวันอย่างคล่องตัว

         แคลิฟอร์เนีย T ได้รับการออกแบบโดยการผสมผสานความปราดเปรียวและดีไซน์อันสง่างาม ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลงตัว ชูความโดดเด่นด้วยหลังคาแข็งพับได้ (RHT) พร้อมเบาะนั่งแบบ 2+2 ขณะเดียวกันก็คงเอกลักษณ์รูปลักษณ์ด้วยด้านข้างของตัวรถสไตล์เดียวกับ 250 GTO อันเลื่องชื่อ 

         ด้านหน้าออกแบบโดยเน้นเส้นสายอันเฉียบคม ทั้งนี้เพื่อลดแรงต้านอากาศ และเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับตัวรถ และเพิ่มช่องอากาศในฝากระโปรงเพื่อให้การระบายความร้อนของหม้อน้ำด้านหน้าทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

 

         ด้านภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างหรูหรา เย็บขลิบริมด้วยหนังฟอก พื้นที่ในห้องโดยสารมีความยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนเก็บสัมภาระและที่นั่งด้านหลัง จึงตอบสนองไลฟ์สไตล์ การใช้งานได้อย่างหลากหลาย

         นับเป็นครั้งแรกของเครื่องยนต์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อกำจัดอาการรอรอบของเครื่องยนต์เทอร์โบ โดยการลดแรงเฉื่อยและนำเพลาข้อเหวี่ยงแบบแฟลตเพลนจากรุ่น F1 มาใช้ ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นบล็อกเดียวกับที่ใช้ในมาเซราติ ควอทโทรปอร์เต้ และมาเซราติ กิบลี โดยตัวเลขกำลังที่ต่างกันนี้ เป็นผลมาจากการจูนของวิศวกรเฟอร์รารี่ เมื่อเปรียบเทียบกับแคลิฟอร์เนียรุ่นก่อน มีระยะทางการขับได้ไกลเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ 

         เพิ่มความเร้าใจในแบบฉบับของรถแข่ง ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของพวงมาลัย จากกระปุกพวงมาลัยใหม่

         การตั้งระบบกันสะเทือนใหม่ ด้วยโช้กอัพแม่เหล็กไฟฟ้า Magnaride รุ่นล่าสุด (ตอบสนองเร็วกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์) ส่งผลให้การควบคุมรถได้แม่นยำขึ้น

         หยุดยั้งความแรงอย่างมั่นใจด้วยชุดเบรกคาร์บอน-เซรามิก จากความเร็ว 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ระยะเบรกทางเพียง 34 เมตร และยังอัพเกรดระบบป้องกันล้อหมุนฟรีอย่าง F1-Trac traction control เวอร์ชั่นใหม่

         ได้เวลาสัมผัสอีกครั้งกับการใช้งานที่แตกต่าง ซึ่งจุดประสงค์ของการทดสอบครั้งนี้ ทางคาวาลลิโน มอเตอร์ อยากให้เห็นคุณสมบัติอันโดดเด่นกับการใช้งานในเมืองซึ่งมีสภาพจราจรอันหลากหลาย 

         สิ่งแรกที่สัมผัสได้ชัดเมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร คือความสะดวกสบาย ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น ทำให้ผู้ขับไม่รู้สึกว่ามีความอึดอัด รวมทั้งตำแหน่งของสวิตช์และอุปกรณ์ควบคุมระบบต่าง ๆ ก็ใช้งานง่าย 

         ทันทีเมื่อรถเคลื่อนตัวลงสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สภาพจราจรโดยรวมไม่แน่นขนัดเท่าไรนัก สามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อย ๆ โดยในจังหวะเปลี่ยนเลนหรือการกลับรถ รู้สึกได้ทันทีว่าการควบคุมพวงมาลัยทำได้ค่อนข้างง่ายและเบามือ ทำให้รถเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการอย่างคล่องตัวแม้รถมีมิติที่ค่อนข้างใหญ่

         ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการออกแบบ ทัศนวิสัยในการมองอันยอดเยี่ยม ทำให้ลบภาพความคิดเดิม ๆ ว่าเฟอร์รารี่เป็นรถที่ขับได้ยาก หรือเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีทักษะการขับสูงเท่านั้น ขณะเดียวกันก็คงสมรรถนะอันเร้าใจไว้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเสียงแผดและอัตราเร่งแบบหลังติดเบาะ ที่ถ่ายทอดมาจากเครื่องยนต์ขณะที่กดคันเร่งลงไป  

         อีกหนึ่งความโดดเด่นคือ ระบบช่วงล่างในโหมดการขับปกติ ก็ถูกเซ็ตให้มีความนุ่มนวล จึงช่วยให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายและสะดวกสบายเมื่อขับในเมือง 

         จากคุณสมบัติโดยรวมกับการขับในเมือง พิสูจน์ได้ว่าแคลิฟอร์เนีย T คือซูเปอร์คาร์ที่มีความคล่องตัว สามารถใช้งานได้ทุกวันบนท้องถนน พร้อมให้ความสะดวกสบายอย่างแท้จริง 

         สิ่งสำคัญคือ ลดคำจำกัดความว่าเฟอร์รารี่ต้องเป็นรถที่เหมาะกับการขับด้วยความเร็วบนแทร็คหรือบนไฮเวย์เท่านั้น ทำให้ผู้ที่หลงใหลในแบรนด์เฟอร์รารี่ที่รู้สึกกังวลกับการขับ สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

 

เรื่อง : ระพี มาประสพ  ภาพ : สรรค์ภพ จิรวรรณธร

 

 

560

• ขุมพลัง 3.9 ลิตร วี8 สูบ จ่ายเชื้อเพลิงตรง ไดเร็กอินเจ็กชั่น (เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบ Twin-scroll ขนาดเล็ก ควบคุมด้วยระบบ Variable Boost Management ลดอาการรอรอบ (turbo lag) สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุด 560 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที (145 แรงม้าต่อลิตร) สูงสุดในกลุ่มนี้ สร้างแรงบิดได้สูงสุด 755 นิวตัน-เมตร ที่ 4,750 รอบต่อนาที

 

0.44

• เมื่อแรงบิดสูงสุดในเกียร์ 7 อัตราการปล่อยไอเสียลดลงเหลือเพียง 250 กรัมต่อกิโลเมตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 0.44 กรัมต่อกิโลเมตร 

 

70

• เมื่อเปรียบเทียบกับแคลิฟอร์เนียรุ่นก่อน อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลดลง 15 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 70 แรงม้า

 

47:53

• ตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยนต์ต่ำลง 40 เปอร์เซ็นต์ กระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 47:53 

 

315

• ในตำแหน่งเกียร์ 7 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 3.6 วินาที เร่งความเร็วได้สูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง