เรื่อง : ณัฐกร เวียงอินทร์
ภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม
 
ว่าไปแล้ว ชื่อหัวเรื่องเป็นอะไรที่ตลกมาก เพราะใส่คำว่า “ออฟไลน์” ทั้งที่ความเป็นจริง บทสัมภาษณ์ที่เราอ่านอยู่นี้ มันคือการนำเสนอบทสัมภาษณ์ผ่านโลก “ออนไลน์”
 
ดูย้อนแย้งสิ้นดี...
 
แต่ในความหมายนี้ หมายถึงว่า ทางทีม GM Live ได้เดินทางมาสัมภาษณ์ “จ่าพิชิต” เจ้าของเพจ Drama Addict ซึ่งเป็นเพจใหญ่ที่คอยติดตามข่าวสารต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะประเด็นร้อน ประเด็นดราม่า
 
ภาพของ “จ่าพิชิต” บนโลกออนไลน์ คือ Influencer ที่มีคนติดตามมากมาย คือคนที่มั่นใจตัวเองสูงมาก ในระดับที่หลายคนบอกว่า “อีโก้” เขาสูงมาก หลายครั้งก็ไม่ฟังความเห็นอื่น
 
ยิ่งมีตัวตนมาก คนรักมาก คนชังมาก สัจธรรมมนุษย์ แปลกที่ไหน
 
แต่เมื่อถอยมาสู่โลก “ออฟไลน์” การใช้ชีวิตของจ่าพิชิต หลังจากทำงานหนักเป็นหมอที่เกาะลันตามาเสียนาน ดูเหมือนตอนนี้ ชีวิตเริ่มลงตัวขึ้นกับบ้านชานเมืองกับครอบครัวแถว ๆ บางใหญ่
 
“ตอนเป็นหมอผมเป็นเบาหวาน น้ำตาลขึ้นสูงถึง 500 ตอนนี้ลดลงเหลือ 100 เพราะผมออกกำลังกายทุกวัน” จ่าพิชิตบอกกับเราด้วยหน้าตาแจ่มใส ขนาดเราชวนไปทานข้าวเที่ยง จ่าบอกว่าไม่สะดวกเลยเพราะตอนบ่ายไปฟิตเนส
 
โลกออฟไลน์ของจ่าจึงเป็นเรื่องชิลล์ ๆ ฟิน ๆ ตามประสาหนุ่มเนิร์ดวัย 33 ที่ทำงานที่บ้านได้ อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น เลี้ยงแมว 5 ตัว หมา 1 ตัว ซึ่งถ้าใครไปเยี่ยมบ้านจะหลงรักหมาแมวแก๊งนี้แน่นอน
 
ไปที่ห้องของจ่า เต็มไปด้วยหนังสือ หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องโปรดของจ่าคือการ์ตูนอย่าง Kingdom ผลงานของยาสุฮิสะ ฮาระ ที่มีทั้งเป็นมังงะและอะนิเมะ รวมไปถึงฟิกเกอร์การ์ตูนต่าง ๆ ที่สำหรับคนสะสม ถ้าไปเห็นฟิกเกอร์ที่เขาสะสม หลายคนก็คงจะคิดในใจว่า เราก็อยากได้เหมือนกันนะ
 
และที่น่าสนใจคือ โต๊ะทำงานของจ่า เบื้องหลังการโพสต์สเตตัสมัน ๆ มาจากโต๊ะทำงานทรงสูงที่สั่งทำพิเศษ ไม่มีเก้าอี้ จ่าบอกว่า ยืนทำงานจะช่วยให้เราได้เคลื่อนไหวร่างกาย ป้องกันการเป็นออฟฟิศซินโดรม
 
ก่อนที่จ่าพิชิตจะออกไปฟิตเนสบ่ายนี้ เรามาคุยกับเขาแบบ “ออฟไลน์” กันดีกว่า
 
GM Live : เริ่มจากการอัพเดตกันก่อน ตอนนี้มีโปรเจ็กต์อะไรบ้าง
จ่าพิชิต : เป็นหนังสือ เอาความรู้เกี่ยวกับทางการแพทย์มานำเสนอ ความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิด การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เรื่องเกี่ยวกับทางเพศที่สังคมไม่กล้าพูด เปิดเผย เราเอามาทำเป็นการ์ตูนตลกๆ รอดูสิ น่าจะเสร็จปีหน้า ออกกับสำนักพิมพ์มะนาวเหมือนเดิม ครับ 
 
GM Live : ทราบว่าซีรีส์นิทานอีสัสที่ออกมาขายดีมากๆ ผมเคยไปคุยกับสำนักพิมพ์ เขาเคลมว่าเป็นหนังสือที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในงานหนังสือแต่ละรอบ พอจะพูดถึงได้ไหม 
จ่าพิชิต : เฉพาะในงานหนังสือ ถ้านอกงานแต่ละ edition แต่ละเล่มก็สักสามสี่หมื่นประมาณนั้น แต่ผมว่ายังน้อยนะ จริงๆ ผมตั้งเป้าว่าอยากให้เด็กไทยอ่านกันเยอะๆ เราตั้งใจให้ตรงนี้มาแก้ไขความรู้เรื่องเพศศึกษา
 
GM Live : คิดอย่างไรกับการมาทำหนังสือ ขณะที่คนหันไปอ่านเพจ
จ่าพิชิต : คนยังอ่านหนังสือกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์อะไรก็ตาม เพียงแต่ว่าเราต้องทำเนื้อหาที่ดึงดูดใจคนอ่าน และใช้รูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม ไม่ใช่นำเสนอแบบเดิมๆ เหมือน 10-20 ปีก่อน มันก็ขายไม่ออก เพราะรูปแบบพฤติกรรมการเสพสื่อของคนเปลี่ยนไป ที่คนบอกว่าตลาดไม่โต ตลาดตาย ผมว่ามันไม่ใช่ มันอยู่ที่เราหารูปแบบการนำเสนอที่เหมาะกับรสนิยมของคนอ่านในปัจจุบันอย่างไร
 
GM Live : เราอยากให้ความรู้ด้านสุขภาพกับผู้คน ทีนี้ถ้าถามสุขภาพจ่าว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่สองปีที่แล้วเบาหวานขึ้น 500 
จ่าพิชิต : ตอนนี้ 100 กว่า ใช้ยาตัวเดียว Metformin ใช้ยาน้อยแหล่ะ จริงๆ พื้นฐานของโรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยการออกกำลังกาย ก็ทำให้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพื่อให้ความไวต่ออินซูลินของร่างกายมีมากขึ้น ซึ่งช่วยให้อาการเบาหวานดีขึ้นได้ จริงๆ นี่เป็นการรักษาที่ต้นเหตุเลยนะ เพราะแค่ยาอย่างเดียวมันไม่ได้ช่วยอะไรนะ มันต้องออกกำลังกาย 
 
GM Live : ตารางแต่ละวันทำอะไรบ้าง
จ่าพิชิต : เขียนหนังสือ ทำเพจ ออกกำลังกาย 
 
GM Live : เรามานั่งไล่กันดีกว่า วันนี้เรามาบ้าน อยากรู้ว่าจ่าทำอะไรในแต่ละวัน ตื่นกี่โมง 
จ่าพิชิต : เก้าโมงประมาณนั้น 
 
GM Live : แสดงว่านอนดึก 
จ่าพิชิต : ใช่ เมื่อก่อนแทบไม่ได้นอน ตอนทำงานประจำ ตอนนี้เวลาพักผ่อนมากขึ้นแต่ก็ยังติดนิสัยการนอนดึกเหมือนสมัยก่อน ก็จะนอนตีสอง ตื่นเก้าโมงประมาณนี้ พอทำหนังสือก็จะเตรียมข้อมูล หาหนังสืออ้างอิง แล้วหนังสือเล่มต่อไปต้องเขียนสตอรีบอร์ดด้วย แล้วก็ทำเพจ ไปฟิตเนส ประมาณนี้ ไปฟิตเนสประมาณ 1 ชั่วโมง แถวนี้แหละในห้างใกล้ๆ แล้วก็จ้างเทรนเนอร์ไว้ 
 
GM Live : Personal Trainer เขาให้ทำอะไรบ้าง 
จ่าพิชิต : มันก็อยู่ที่แนว ตอนนี้ผมเล่น Muscle Hypertrophy เพิ่มขนาดของมวลกล้ามเนื้อ เล่นแบบแยกส่วน อย่างวันนี้เล่นขา เล่นอก ไหล่ ก็แยกวันเล่นไป ตอนนี้เล่นแบบซูเปอร์เซ็ต (Superset) คือเล่นสองท่าต่อเนื่องแบบไม่ต้องพักเลย อย่างเล่นท่า Bench Press (นอนบนม้าแล้วยกเวต) แล้วก็ต่อด้วยท่า Dumbbell Fly การทำแบบนี้ก็เพื่อให้ร่างกายทนต่อการออกกำลังกายมากขึ้น แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มความถี่ขึ้นไป ก็ออกกำลังมาปีครึ่งแล้ว
 
GM Live : วันแรกที่ออกกำลังเป็นไงบ้าง 
จ่าพิชิต : เกือบตาย แต่เทรนเนอร์ก็จะค่อยๆ ปรับตาราง คือเริ่มจากเบาๆ ก่อน ไม่ใช่ไปถึงปุ๊บหักโหมเลย ตายกันพอดี เขาจะค่อยๆ เทรนกล้ามเนื้อเราทีละส่วน ตอนแรกๆ ผมมีปัญหาเรื่องไหล่บาดเจ็บด้วย เลยยกหนักไม่ได้ เลยต้อง rehab ใช้บาร์เบลในน้ำ 
 
GM Live : คุณออกกำลังตอนบ่าย แล้วพอบ่ายสองบ่ายสาม บ่ายแก่ๆ ทำอะไร
จ่าพิชิต : ทำเพจ แล้วก็อ่านหนังสือ บางทีว่างๆ ก็ไปดูอาร์ตแกลเลอรีที่มาบุญครอง (หอศิลป์กรุงเทพฯ) บางทีก็ไปกินกาแฟข้างๆ รานคิโนะ แพงชิบเป๋งแต่กาแฟอร่อย 
 
 
GM Live : เรารู้สึกว่าชีวิตคุณตอนนี้ดี๊ดี ถ้าเทียบกับตอนเป็นหมอ ชีวิตคุณเป็นไงบ้าง   
จ่าพิชิต : เหนื่อยนะ ตรวจคนไข้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อยู่เกาะลันตานะ ไกลก็จริง แต่เป็นเกาะท่องเที่ยว บางทีก็มีคอนเสิร์ต ตีรันฟันแทงกัน มีเคสโดนยิงบ้าง บางทีมีคนไข้มาตี 4 ตี 5 เคสโรคหัวใจบ้างไรบ้าง บางทีเดินทั้งคืน ตอนเช้าไปตรวจต่อ บางทีเดินสะโหลสะเหล การทำแบบนี้บ่อยๆ ทำให้สุขภาพย่ำแย่ พวกหมอ พยาบาล เป็นกันทุกคน เพราะการอยู่เวรกะดึก ต้องลุกมาดูคนไข้กลางคืน ทำให้โรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันถามหา ถ้ายังหนุ่มๆ อ่ะทำได้ พออายุมากขึ้นไม่ไหวหรอก สังขารมันก็ร่วงโรย 
 
GM Live : พอมาใช้ชีวิตตอนนี้ มันต่างกันคนละแบบเลยนะเท่าที่ดู 
จ่าพิชิต : เราก็ยังทำเหมือนเดิมนะ ของเดิมคือรักษาคนใช่มะ เป้าหมายเราตอนนี้ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เพราะเราอยากทำแบบมหภาค ก็คือถ้าเราอยากให้ความรู้เกี่ยวกับยาลดความอ้วน หรืออาหารเสริมที่หลอกลวง ซึ่งเราไม่ได้ช่วยแค่คนกลุ่มเดียว แต่เป็นการให้ความรู้แบบกระจายทั้งประเทศ อันนี้แนวคิดเดียวกับตอนที่น้ำตาลผม ผมบอกว่าขอลาพักผ่อน เพราะร่างกายไม่ไหว ฉี่ไม่หยุดเลยนะ มดขึ้น คือเขาให้ลานะ แต่ลาได้สัปดาห์เดียว ลาแล้วต้องกลับมาอยู่เวรต่อ เดือนนั้นต้องอยู่เวร 13 วัน ผมก็ไม่ไหว 
 
GM Live : คุณมีสกิล (skill) การสื่อสารที่ดีมาก อาจจะไม่ได้กลับไปเป็นหมอ แต่เป็นอาจารย์ได้ไหม 
จ่าพิชิต : ไม่รู้นะ แต่ก็มีหลายมหาวิทยาลัยชวนไปเป็นวิทยากรอยู่เรื่อย เอาจริงๆ นะผมไม่อยากให้ใครมาเรียนคณะนี้เท่าไร คือถ้าไปเรียนคณะอื่นได้ก็ดีกว่า
 
GM Live : ทำไมล่ะครับ 
จ่าพิชิต : มันห่วยมากเลย ไม่ว่าจะวัฒนธรรมภายในองค์กร หรือการบริหารจัดการของภาครัฐ ผมว่ามันทำให้ชีวิตคนในระบบเลวร้ายนะ แล้วปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันดูติงต๊อง ซึ่งส่วนใหญ่มันเกิดจากวัฒนธรรมภายในและระบบบริหารจัดการที่แย่ อย่าง ถ้ามีกรณีหมอลาออก แทนที่เขาจะแก้ไขปัญหาจากตัวระบบ เขากลับแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มการผลิตหมอขึ้นจากเดิม 2 เท่า คือนี่มันไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการสร้างปัญหาตามมา เพราะมันจะทำให้เด็กรุ่นหลังๆ เขาต้องแบกรับปัญหาเยอะ อย่างเช่น พอเพิ่มการผลิตหมอทำให้บางทีปกติที่เราเรียนหมอเราจะเรียนจากเคสของคนไข้ แต่เมื่อปริมาณนักศึกษามากขึ้นเคสเริ่มตามไม่ทัน ทำให้บางทีน้องๆ จบมา เขาไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำคลอด บางคนไม่เคยใช้เครื่องมือต่างๆ 
 
GM Live : แต่พูดถึงในแง่เศรษฐศาสตร์การมีหมอเพิ่มขึ้นมันไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ดีเหรอ
จ่าพิชิต : เพิ่ม Supply แต่สเป็กมันลด เพราะว่าคุณภาพการผลิตมันด้อยลง ปริมาณก็สำคัญ แต่คุณภาพก็สำคัญด้วย ผมถึงบอกว่าเขาแก้ผิดจุด แทนที่จะไปแก้ตรงที่ว่าทำไมหมอถึงลาออก ไม่มีแรงจูงใจที่จะอยู่ในภาครัฐอีกต่อไป แต่ไม่มีใครพูดถึงตรงนี้เลย ไม่มีใครพูดถึงปัญหาภายในองค์กร วัฒนธรรมองค์กรที่ย่ำแย่ ทุกอย่างมันบีบให้หมอต้องลาออกเพื่อไปเรียนต่อ อย่างเช่นหมอที่เป็นหมอทั่วไปตามโรงพยาบาลชุมชน บางทีคนในระบบไม่ค่อยเห็นค่านะ ดูถูกด้วยซ้ำ บางครั้งชาวบ้านก็สงสัยว่าคุณเป็นหมอทั่วไปจะรักษาผมได้เหรอ เขาก็จะแห่ไปหาหมอเฉพาะทางกัน แล้วพอหมอทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ามาก เขาก็ต้องหาทางออกไปเรียนต่อเฉพาะทางในที่สุด 
 
GM Live : ถ้าเราจะวิเคราะห์เคสของตูน บอดี้แสลม ที่ต้องไปวิ่งเพื่อขอรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ คุณมองกรณีนี้อย่างไร
จ่าพิชิต : ผมว่ากรณีนี้มันชัดเจนนะ พอเขาออกมาวิ่งทุกคนก็ออกมาพูด จากตอนแรกที่อ้อมแอ้มๆ มีออกมาบอกว่าพอแล้วเพียงแต่ไม่พอต่อความต้องการ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการเล่นคำแบบศรีธนญชัย อย่างสมัยผมอยู่ที่โรงพยาบาล งบที่จะเอามาสร้างตึกคนไข้ใหม่ เขาไม่มีนะ คือผมกับเจ้าหน้าที่ต้องไปคุยกับผู้ประกอบการในเกาะเพื่อไปขอทุน อย่างเครื่อง X-Ray แพงๆ บางทีได้รับบริจาคมาจากต่างประเทศ บางทีถ้าเรารองบจากภาครัฐอย่างเดียวไม่มีทางทัน ซึ่งสิ่งที่พี่ตูนทำถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดมาก เราควรออกมาทำให้ประชาชนตระหนักตั้งนานแล้ว ว่ามันมีปัญหานี้อยู่จริง
 
GM Live : เราเห็นปัญหาตรงนี้แล้ว และด้วยความที่คุณเป็น Influencer ของสังคมคุณคิดว่าจะเปลี่ยนอะไรข้างในได้ไหม
จ่าพิชิต : มันยากอยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้าเราย้ำถึงบ่อยๆ มันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ ยกตัวอย่างมีเคสหนึ่ง เรื่องยาลดความอ้วน มีผู้เสียหายท่านหนึ่งเขามาติดต่อ คือน้องสาวของเขาไปกินยาลดความอ้วนแล้วมีปัญหารื่องจิตเวช หมอเขียนเอกสารมา เขาไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ละหน่วยงานก็โยนกันไปมา สุดท้ายเขาไม่รู้ทำไง ก็เลยมาปรึกษา แล้วก็ไปคุยกับรายการ “เป็นเรื่อง” พิธีกรก็เอาเรื่องนี้ไปขยี้ในรายการ พิธีกรโคตรเด็ดอ่ะ เหมือนเอาขี้มาขยี้หน้าช้าๆ เหลืองอร่ามทั่วหน้า คือมันประจานให้เห็นเลยว่าระบบในบ้านเราเป็นอย่างไร วันต่อมาเจ้าหน้าที่ อย. ก็โทรมาคุยและไปประสานงานกับผู้เสียหาย ตอนนี้น่าจะคุยกันเรียบร้อยแล้ว พอคุยกันเสร็จ ทาง อย. ก็มาคุยกับเราว่า เขาก็เห็นปัญหาอย่างนี้ อยากประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง มาดีลงานร่วมกัน เวลามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้ไม่โยนงานกันอีก ผมคุยกับข้าราชการเล็กๆ เขาก็มีปัญหาแบบนี้ คือถ้าจะให้พัฒนาต่อไปได้ มันต้องร่วมมือ ไม่ใช่เช้าชามเย็นชามแบบระบบราชการที่ผ่านมา บางทีเรื่องๆ หนึ่งไม่ใช่หน่วยงานเดียวจะรับผิดชอบได้ มันต้องประสานงานกัน อย่างเรื่องยาลดความอ้วน ถามว่าหน่วยไหนต้องรับผิดชอบ จริงๆ ถ้าดูขอบข่ายมันกว้างมากเลยนะ ทั้ง อย. สคบ. ปอท. พวกนี้ต้องจับมือกัน ไม่ใช่โยนว่าอันนี้อำนาจหน้าที่คุณ ไม่ใช่โยนไปโยนมาเหมือนลูกบอล อย่างนี้ประชาชนซวย 
 
GM Live : แสดงว่าการเป็นแอดมินเพจ นอกเหนือจากการหาประเด็นมาคุยกับลูกเพจแล้ว คุณยังมีมุมช่วยเหลือลูกเพจด้วย
จ่าพิชิต : อันนี้งานหลักด้วยซ้ำ บางทีก็มีฉ้อโกง เพจแฉโน่นแฉนี่ ทุกวันนี้หลังไมค์หลายร้อยฉบับเลยที่เข้ามาปรึกษา เพราะเขาไปปรึกษาหน่วยงานแล้วมันไม่เวิร์ก
 
GM Live : คุณมีหลักเกณฑ์ในการช่วยอย่างไร แบบว่าช่วยคนนี้ แต่เว้นอีกคนไว้ก่อน
จ่าพิชิต : มันต้องเช็คข้อมูลก่อน แล้วดูว่าเรื่องนี้อยู่ในขอบข่ายที่เราพอจะช่วยได้หรือเปล่า หรือพอจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หรือเปล่า บางเรื่องก็ฮาร์ดคอร์มาก ก็ไม่ไหว ทุกวันนี้เพจแต่ละเพจก็มีควาชำนาญเฉพาะด้านต่างกันออกไป ไม่มีใครทำคอนเทนต์เดียวได้ทุกเรื่องหรอก อย่างเพจของควีน(เพจแหม่มโพธิ์ดำ) ถ้าเขามีเรื่องติดต่อสอบถามร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องความเสียหายทางการแพทย์ เขาก็จะส่งมาให้เราดูก่อน เพราะเคสนั้นเขาไม่มีความชำนาญ ก็เลยต้องปรึกษาเราว่าควรทำอย่างไร
 
GM Live : คิดอย่างไรกับยุคที่ข้อมูลข่าวสารหมุนด้วยอีจ่า อีจัน อีเจี๊ยบ
จ่าพิชิต : ถ้าพูดอย่างนั้นเท่ากับว่าสื่อจะยกเครดิตให้กับเพจมากเกินไป จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ของเพจกับสื่อมันเหมือนกับการพึ่งพาอาศัยกัน คือเราอยู่ในจุดที่คนเชื่อถือ ใครอยากพึ่งพา ก็จะมาแบ่งปันข้อมูลกัน
 
GM Live : สื่อเขามีกองนักข่าวอยู่แล้ว ทำไมตอนมีเหตุเกิดเขาต้องตามเพจอีจัน
จ่าพิชิต : เพจอีจันหลังๆ มานี่ เอาจริงๆ นะผมว่าบางประเด็นที่เขาขยี้ก็เน้นเรตติ้งเหลือเกิน อย่างข่าวอาชญากรรมนักข่าวก็ทำเองได้ ทำไมเรื่องนี้สื่อต้องไปตามเพจอื่นตลอด ผมก็งงเหมือนกันนะ บางข่าวนักข่าวก็ทำเองได้ แต่บางทีก็ยกเอาเพจมาอ้าง ผมว่ามันก็แปลกๆ อยู่ ถ้าบอกว่ามันเป็นอย่าง 3อี ผมว่าก็มันก็เป็นฝีมือของนักข่าวเองด้วย จริงๆ ผมว่าหมดยุคแล้วนะ ที่แบบว่าเปิดทีวีมาแล้วนักข่าวเอาข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือเอาข่าวจากเพจมาเล่าเนี่ย นักข่าวต้องทำมากกว่านั้นนะ ถ้าอยากให้สื่อดำรงสถานะของตัวเองต่อไปได้
 
GM Live : ประเด็นของจ่าก็คือตัวสื่อต้องยกระดับตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะถูกสื่อกลุ่มใหม่คือแอดมินเพจเข้ามาแทนที่หรือเปล่า 
จ่าพิชิต : ก็เป็นไปได้นะ หลังๆ มานี่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสื่อ น่าจะน้อยลง มันหลายเรื่องด้วยแหละ เพราะหลังๆ นี่สื่อทำวีรกรรมไว้เยอะเหลือเกิน ตั้งแต่เรื่องจริยธรรมสื่อ อย่างสมัยคุณปอ ทฤษฎี โหย ซาบซึ้งถึงทรวงในเลย สื่อแห่กันเข้าไปกระชากผ้าคลุมศพเขา แห่กันไปถ่ายแบบดราม่าอย่างเดียว เน้นแต่เรตติ้ง ไม่สนใจความเป็นส่วนตัว หรือไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้นๆ เลย ยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง น้องนักเรียนที่ไปเรียนที่สิงคโปร์ ที่ไปซื้อไอโฟนรุ่นล่าสุด ผมว่ามันก็พอกัน ประเด็นไม่มีอะไรเลย ไร้สาระมาก แต่สื่อเอามาขยี้ ซึ่งก็คาดเดาได้อยู่แล้วว่าคอมเม้นต์มันจะเกิดอะไรตามมา ก็คือคาดหวังให้เกิดดราม่าขึ้นมา คือคนเข้าไปด่าน้องเขาว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องโง่ด้วย มีเงินแล้วไปซื้อทำไม เอาเวลาไปเรียนดีกว่าไหม อะไรพวกนั้นน่ะ  
 
GM Live : เวลาทำสื่อเราต้องมีจรรยาบรรณที่ต้องยึดถือใช่ไหม เรามีจรรยาบรรณชุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าต้องทำนั่นทำนี่ คุณมองว่าคนที่เป็นแอดมินเพจ หรือ Influencer ต้องมีจรรยาบรรณแบบไหน 
จ่าพิชิต : มันก็ยังไม่มีใครนิยามชัดเจนนะ เพราะยังไม่มีสมาคมเป็นกลุ่มก้อน ผมว่าน่าจะคุยเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมวิชาชีพนั่นแหละ คล้ายๆ กับวิชาชีพอื่น คือไม่ทำร้ายใคร ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรพวกนี้ อาจจะต้องหาแนวทางคุยกันอีกที พูดยาก แต่ละเพจมันก็มีร้อยพ่อพันแม่ บางทีเพจที่มีเนื้อหาเสียดสี เนื้อหาที่ฮาร์ดคอร์หน่อย เราก็ไปคุมอะไรไม่ได้อยู่แล้ว  
 
GM Live : พูดถึงเพจพวกนี้แล้ว จ่ามักจะมีปัญหาเวลาคอมเมนต์การเมือง โดนแซะ โดนอะไรเยอะแยะ คุณจัดการกับมันอย่างไร
จ่าพิชิต : โดนบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน แรกๆ ผมว่าเป็นทุกคนนะ โดนด่าแรกๆ อาจจะเฮิร์ตบ้าง รู้สึกเครียด วิตกกังวลบ้าง หลังๆ มีคนทำเพจมาปรึกษาผมว่าโดนด่าทำไงดี ผมก็แนะนำไปว่าโดนทุกคน โดนๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน โดนไปมากๆ สักพักเราก็จะรู้ว่าคอมเมนต์พวกนั้นมันก็ไม่ได้รุนแรงอะไร ต่อให้มันด่าแทบตายยังไง ชีวิตจริงเราก็ชิลๆ ไม่มีผลกระทบอะไรรุนแรง คือผมว่าถ้ามันแยกแยะชีวิตเราในชีวิตจริงกับในโลกออนไลน์ได้ ผมว่าคำด่ามันก็ไม่มีอะไรมาก 
 
GM Live : คือชีวิตออฟไลน์กับออนไลน์มันคนละส่วนอยู่แล้ว
จ่าพิชิต : ผมว่ามันพูดยากนะ เพราะความทน หรือ Tolerance ต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นภายนอกมันก็แตกต่างกัน บางคนก็หน้าด้านกว่า อย่างผมเนี่ยโดนด่าก็ทนได้ แต่บางคนโดนด่าก็เครียดหรือซึมเศร้าก็มี อันนั้นก็พูดยาก 
 
GM Live : คุณเครียดไหมในช่วงแรกๆ 
จ่าพิชิต : ก็มีบ้าง หลังๆ นี่ก็เป็นเรื่องขำไป 
 
GM Live : แต่ประเด็นมันคือเรื่องความคิดต่าง โดยเฉพาะเรื่องการเมืองเนี่ย เวลาเรามาดีเบตกัน เราต้องฟังอีกฝั่งหนึ่งไหม หรือว่าพอแล้วเราไม่ต้องฟังแล้ว 
จ่าพิชิต : มันดีเบตกันด้วยเหรอ ผมเห็นมันด่ากันอย่างเดียวเลยการเมืองเนี่ย หลังๆ ในช่วงหลายปีมานี้ผมไม่เห็นว่ามีดีเบตเป็นเรื่องเป็นราว คือพอมีประเด็นที่เห็นต่างกันปุ๊บ มันจะฟันกันเละเทะ เอ้า มึงคิดไม่ตรงกับกู...ตาย ถล่มๆๆๆ ป้ายขี้ บางทีก็ราดที่อยู่ หรือที่ทำงานเขา ผมว่ามันพูดยาก บางทีมันมีการไล่ล่ากันด้วย บางคนก็เลยไม่ค่อยกล้าเล่น 
 
GM Live : มีฝั่งพวกเราที่ไปฉะกับจ่า ก็จะบอกว่าจ่าบล็อกคอมเม้นต์ ทำไมต้องบล็อกล่ะครับ 
จ่าพิชิต : รำคาญ 555 คอมมูนิตี้ผมนี่หว่า ก็บล็อคได้ เป็นเรื่องปกตินะ ถ้าบอกว่า อ้าว ไม่มีสิทธิบล็อก แล้วเฟซบุ๊กสร้าง...พวกนี้มาทำไมวะ 
 
 
GM Live : เขาก็จะเห็นว่าคุณไม่เห็นด้วยกับความคิดต่างไง 
จ่าพิชิต : ความคิดต่างมีหลายเลเวล ถ้าคิดต่างทั่วไป มาคุยกันก็ไม่มีปัญหา แต่บางทีจะมีบางกลุ่มที่ด่าหยาบคาย ไอ้เหี้ย แม่งด่าหยาบคาย เหมือนคนเสียสติเลย แล้วมาอ้างว่าผมคิดต่าง แล้วด่าพ่อล่อแม่กันเละเทะ คิดต่างบ้าอะไรวะ อย่างนี้ผมแบนเละเทะเลย พวกนี้ไม่ไหวนะ พวกนี้ Toxic มาก คือมันอ้างหลักการโน่นนี่ไปเรื่อยอ่ะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ความเห็นแม่งโคตรขยะเลย พวกนี้ไม่ว่าจะไปเพจไหนก็โดนแบนหมด 
 
GM Live : ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เหมือนแนวทางการทำออนไลน์ของจ่าจะเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเป็นการสรุปดราม่าที่เกิดขึ้นในสังคมลงในเว็บ แต่จ่าไม่ได้ทำแบบนี้มาสองปีแล้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้จ่าโพสต์ข่าวลงเพจแล้วก็คอมเมนต์เลย 
จ่าพิชิต : เหนื่อยนะแบบนั้น ถ้าตอนสุขภาพดีๆ ยังพอเขียนได้ แต่พอสุขภาพแย่ลง ตอนที่ป่วยเป็นเบาหวานเนี่ยไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก 
 
GM Live : เราต้องทำงานเป็นหมอไปด้วย เขียนไปด้วยว่างั้น  
จ่าพิชิต : ใช่ จะตายเอาตอนนั้น พอพักผ่อนแล้วสุขภาพดีมันก็มีปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.คอมพ์เข้ามาด้วย พอเริ่มบังคับใช้ ตรงนั้นก็ทำลำบากขึ้น เราก็เลยเปลี่ยนแนวทาง ซึ่งพอเปลี่ยนผมว่ามันก็ดีขึ้นนะ คือเปลี่ยนจากประเด็นดราม่าอย่างเดียว ก็มีอย่างอื่นด้วย อย่างประเด็นสุขภาพ เรื่องสังคม ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน  
 
GM Live : ก็เลยเขียนสั้นลง 
จ่าพิชิต : ก็ดีนะ อีกอย่างคนไทยทุกวันนี้สมาธิสั้น เอ้ย ไม่ใช่สิ สมาธิสั้นมันเป็นโรค ต้องบอกว่าสมองและความจดจ่อสั้นลง คือเขามีความสามารถที่จะอ่านอะไรยาวๆ น้อยลง คือความจดจ่อมันน้อยไง พอมีอะไรยวๆ ก็ไม่อ่านกันแล้ว ต้องแบบสั้นๆ 7-8 บรรทัด ไม่ก่แบ่งเป็นอินโฟกราฟิกภาพเยอะๆ พวกนั้นจะดึงความสนใจได้ 
 
GM Live : ถ้าเทียบกันระหว่างการทำตอนนี้กับตอนนั้น เหตุผลส่วนหนึ่งที่เพราะเราเปลี่ยนจากการนำเสนอผ่านทางเว็บมาเป็นเฟซบุ๊กหรือเปล่า เหมือนคุณมองว่าเพราะเทรนด์ตอนนี้คนมาทำเฟซบุ๊กกันหมดหรือเปล่า 
จ่าพิชิต : จริงๆ ผมมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลยนะ ตั้งแต่เฟซบุ๊กเริ่มมา ผมมองว่าเฟซบุ๊กน่าจะเป็นแพลตฟอร์มในอนาคต เทียบกับบล็อคกิ้งหลายเจ้า ว่าจะทวิตเตอร์ ผมว่าพวกนี้น่าจะไปมากกว่า เพราะอย่างแรกเลยคือ cost ต่ำ เข้ามาเรื่อยๆ และอาจจะประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีในตอนนั้น อย่างเฟซบุ๊กในอนาคตก็จะมีพวก AR, VRเข้ามาเสริม ซึ่งถ้าเราพัฒนาเอง cost มันสูงมาก สมมติว่าเราไปอิง cost จะถูกกว่า และต่อให้คอนเทนต์ไปอยู่ในแพลตฟอร์มอื่น แต่ฟังก์ชั่นมันถูกกว่า 
 
GM Live : รายได้คุณเยอะมาก เท่าที่อ่านในเว็บ ทุกคนก็รู้ คุณคิดว่าจะหากินเป็นแอดมินเพจไปตลอดไหม 
จ่าพิชิต : อนาคตผมอยากทำอย่างอื่นนะ อย่างหนังสือเนี่ยอยากทำ สมัยเด็กๆ ผมทันหนังสือพวกให้ความรู้ จริงๆ อยากเขียนนิยายพวกนั้นมากกว่า หนังสือที่ให้ความรู้รื่องเพศศึกษา อันนี้ทุ่มเทมาก ก็มีเขียนเนื้อหาการ์ตูน สตอรีบอร์ดอยู่ข้างบน ตัวเอกคือกะปู๋ เป็นกะปู๋เดินได้ แต่งตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไปสู้กับพวก มันจะใส่มุกสัปดนสไตล์คนไทยเข้าไป สอดแทรกความรู้เรื่องเพศศึกษา เกี่ยวกับการชักว่าว การใส่ถุงยาง การคุมกำเนิด เรื่องที่คนไทยไม่กล้าสอดแทรกลงไป
 
GM Live : มีเรตไหม 
จ่าพิชิต : จริงๆ น่าจะเรตอาร์นะ 
 
GM Live : ประเด็นคือติดเรตแล้วเด็กอ่านได้ใช่ไหม 
จ่าพิชิต : ช่างแม่งสิ ผมไม่เห็นใครสนใจเรตมากมาย ผมเห็นละครมันตบตีกันฉิบหายวายป่วง ตบแย่งผัวกัน แต่ผมก็ขึ้นเรตเตือนไว้แหละว่าเป็นเรตอาร์ ต้องเด็กโตหน่อย PG13 ถึงจะอ่านได้ ถ้าเป็นเด็กเล็กมากก็ระวังหน่อย จริงๆ ผมเขียนให้เด็กโตอ่านนะ แต่เด็กเล็กอาจจะชอบ 
 
GM Live : คุยเรื่องอื่นกันบ้าง จ่าเล่นเกมอะไรบ้าง 
จ่าพิชิต : เล่น Overwatch จริงๆ ผมเล่นหลายแพลตฟอร์ม ถ้าเล่นประจำก็เป็นเกมในไอโฟน พวกเกม C.A.T.S เป็นเกมที่เราเล่นเป็นแมว แล้วให้เราสุ่มเปิดกล่อง เป็นอุปกรณ์ เป็นอาวุธ เป็นล้อ เป็นรถ มาประกอบกัน แล้วไปแข่งกับคนอื่นทั่วโลก คล้ายๆ กับประกอบหุ่นยนต์ไปสู้กับชาวบ้านเขา อันนี้สนุกดี ถ้าเป็นเกมในคอมพ์ก็พวก Overwatch 
 
GM Live : คุณเป็นคนหนึ่งที่พยายานำเสนอว่าการเล่นเกมมันมีข้อดี ในมุมมองของเราจะทำอย่างไรให้มันบาลานซ์กับชีวิต 
จ่าพิชิต : อยากให้เล่นแล้วได้รับความบันเทิงด้วย ละต้องรับผิดชอบกับชีวิตของตัวเอง ไม่เสียการเรียน ไม่เสียงาน ผมว่ามันจะเป็นอะไรที่โอเคนะ ถ้าทำอย่างนั้นได้ผมว่าในอนาคตจะมั่นคงด้วย จะลบภาพลักษณ์ของคนที่ติดเกม ไม่ว่าจะเป็นคนเล่นเกม หรือคนให้บริการ เล่นแล้วไม่เสียผู้เสียคน 
 
GM Live : มีฮอบบี้อย่างอื่นอีกไหม นอกจากเล่นเกม 
จ่าพิชิต : เลี้ยงแมว 
 
GM Live : กี่ตัว
จ่าพิชิต : น่าจะ 5 ตัวนะ หมา 1 ตัว อย่างตัวที่นอนอยู่เนี่ย เจอผมตอนไปใช้ทุนปีสาม ที่เกาะลันตา ตัวนี้เจอตั้งแต่คลอดแล้ว แม่มันทิ้งแล้วก็ไปอยู่ห้องใต้บันไดตรงหอพัก หิวโซ ผมก็เอาข้าวให้มันกิน 
 
 
GM Live : ทำอะไรเยอะแยะ แล้วมีแฟนหรือยังครับ
จ่าพิชิต : ยังว่ะ  
 
GM Live : มีจีบสาวไหม แบบแชตหลังไมค์ 
จ่าพิชิต : เพจอื่นอาจมีบ้าง แบบส่งหลังไมค์มาจีบ เพจผมมีอะไรรู้ไหม มีแบบส่งหูดหงอนไก่มาถามว่าแบบนี้ผมควรหาหมอไหม บางคนส่งภาพรูก้นมาถามว่าอันนี้เป็นฝีรูก้นหรือเปล่า 
 
GM Live : เขาถามจริงๆ เหรอ
จ่าพิชิต : จริ๊ง ถามเพราะอยากรู้ อยากได้ข้อมูลจริงๆ ก็คิดว่า เออ ทำไมเพจอื่นมีโชว์นม แต่เพจกูไม่มีวะ 555 อันนี้ก็บอกไว้สำหรับคนที่เป็นแอดมินเพจ 
 
GM Live : ก็คุณเป็นหมอด้วยไง 
จ่าพิชิต : จริงๆ ผมก็สงสัยนะว่าทำไมเขากล้าเปิดตูดให้ผมดู แต่ทำไมไม่กล้าไปหาหมอ หาหมอง่ายกว่าไหมเนี่ย ไปหาที่โรงพยาบาล 
 
GM Live : หาคุณง่ายกว่า แชตมาแล้วจบไง 
จ่าพิชิต : ไม่ดีๆ เพราะผมเอามือล้วงเข้าไปตรวจไม่ได้ ก็มีคนถามมาเยอะ แบบนี้ไปถามหมอที่โรงพยาบาลดีกว่า เพราะว่าการตรวจโรคต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย แต่ถามในเฟซบุ๊กมันก็ได้แค่ระดับหนึ่ง มันก็ให้คำตอบได้ แต่ถ้าไปให้หมอวินิจฉัยที่โรงพยาบาลดีกว่า หรือไม่ก็โทร 1669 มีบางเคสโทรมาอยากฆ่าตัวตาย แต่บังเอิญผมไปเห็นหลังไมค์ แต่ถ้าไม่เห็นล่ะจะทำไง พวกนี้ก็โทรฮอตไลน์ โทรหาพวกเขาดีกว่า 
 
GM Live : ตอนนี้จ่าอายุ 33 แล้วคิดว่า 35 ชีวิตจะเป็นไงบ้าง 
จ่าพิชิต : เอาจริงๆ นะผมอยากไปเรียนศิลปะป้องกันตัว สมัยเป็นนักศึกษาผมเคยเรียนคาราเต้ พอหมอนรองกระดูกทับประสาทก็เลยไม่ได้เล่นอีกเลย 
 

***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน