x

เรื่อง : วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ
 
เป็นอีกค่ำคืนที่ผมได้มีโอกาสนั่งฟังดนตรีแจ๊ส ดี ๆ ที่ เดอะ ลิฟวิ่ง รูม Jazz Lounge ชื่อดัง ในโรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท สถานที่สำหรับคอเพลงแจ๊สหลายคนในประเทศ นอกจากวงประจำฝีมือดีแล้ว ที่นี่มักจะมีมินิคอนเสิร์ตของศิลปินแจ๊สจากยุโรป มาแสดงอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะศิลปินแจ๊สจากประเทศอิตาลี เรียกได้ว่ามักจะมีโชว์ลับ ๆ คุณภาพดี ๆ อยู่บ่อยครั้ง
 
“แจ๊สยุโรป” มีความแตกต่างกับ ดนตรีแจ๊ส แบบ Traditional อยู่มาก แค่พูดถึงจังหวะสวิง หัวใจสำคัญของแนวดนตรีนี้ก็ จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนแล้ว แม้จะไม่ Straight-ahead เท่าไม่สวิงเท่า และไม่บ็อพเท่า แต่แจ๊สแบบนี้ก็มีจุดเด่นหลายอย่าง คุณอย่าลืมไปว่าดนตรีแจ๊ส ก็มีต้นกำเนิดมาจากดนตรีคลาสสิกของยุโรปเช่นกัน
 
แม้คนที่ชอบฟังแจ๊สแบบ aggressive หรือจัดจ้านไปด้วยไลน์ Bebop โหด ๆ อาจจะไม่ปลื้มกับแจ๊สแบบยุโรปมากนัก แต่ถ้าใครกำลังมองหาแจ๊สที่ผ่อนคลายลง แฝงด้วยดนตรีที่มีความโฟล์ค และเต็มไปด้วยสำเนียงแบบยุโรป นี่เป็นโอกาสอันดีที่คุณจะหันมาฟังแจ๊สในลักษณะแบบนี้
 
วันนี้ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับ นักแซกโซโฟนแจ๊สจากเมืองเนเปิลส์ หรือนาโปลี ในประเทศอิตาลี คุณแดเนียลเล่ เซปเป้ ชายที่ถ่ายทอดดนตรีแจ๊สในแบบของตัวเอง ที่นำส่วนผสมของดนตรีหลายชนิดรวมเข้าด้วยกัน ผมขอนิยามดนตรีของเขาว่า แจ๊สแร็พเมดิเตอเรเนี่ยน ละกัน เพราะตัวเขาเองไม่เคยนิยามดนตรีในแบบของตัวเองเลย ตาลุงคนนี้จะติสท์ขนาดไหน เราไปชมกัน
 
 
GMLive : จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณหันมาเริ่มเล่นดนตรี
แดเนียลเล่ : ผมเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสได้เล่นร่วมกับกลุ่มนักดนตรีที่เล่นแนวโฟล์ค เพลงที่เราเล่นตอนนั้นมีการใส่เนื้อที่บอกเล่าถึงการใช้ชีวิตของคนเนเปิลส์ เรียกได้ว่ามันคือสไตล์แบบ Traditional อย่างแท้จริง มันสอนให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง มันไม่ใช่แค่การเล่นดนตรีอย่างเดียวมันเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน และวัฒนธรรมของคนอีกด้วย
 
ผมคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากสำหรับผม พอช่วงมหาวิทยาลัย ผมก็ได้เข้าไปศึกษาดนตรีอย่างจริงจังที่ Conservatory of Naples ซึ่งเครื่องเอกที่ผมจบมาไม่ใช่แซ็กโซโฟน แต่เป็น ฟลุต 
 
“ชีวิตประวัน และวัฒนธรรมของคนเนเปิลส์” เป็นอย่างไร  นั่นคือสิ่งที่ใครหลายคนอยากรู้แน่นอน
 
GMLive :  เพลงที่คุณบอกว่า อิงกับวัฒนธรรมของคนเนเปิลส์ด้วย มันเป็นอย่างไร 
แดเนียลเล่ : ย้อนไปเมื่อมีปี 1978 ในตอนนั้นผมอายุได้ 18 ปี เนื้อหาของเพลงที่เราเล่นจะบอกเล่าถึงสภาพสังคมในตอนนั้น คนแรงงานที่ทำงานในบริษัท กับปัญหาที่พวกเขาต้องพบในทุกวัน ความน่าเบื่อ จำเจในการใช้ชีวิต นั่นคือสิ่งที่เราใช้ดนตรีเล่าออกมา
 
GMLive : ไปพบรักกับดนตรีแจ๊สได้อย่างไร เพราะตอนแรกคุณเริ่มต้นทุกอย่างมาจากดนตรีคลาสสิก
แดเนียลเล่ : ยุคนั้นมีการเกิดขึ้นของดนตรีหลายชนิด และโดยเฉพาะดนตรีแจ๊ส ก็เข้ามาได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป ผมเริ่มต้นมาจากการเป็นนักดนตรีคลาสสิก ในตอนนั้นผมก็ยังเล่นคลาสสิกหรือเลย แต่พอได้มาฟังแจ๊สอย่างจริง ๆ จัง ๆ ความอิสระของมันทำให้ผมสนใจ และหันมาศึกษามันอย่างจริงจัง
 
GMLive : ดนตรีคลาสสิก ต่างกับดนตรีแจ๊ส มากไหม
แดเนียลเล่ : ดนตรีสำหรับผมไม่มีการแบ่งประเภท ผมมองว่ามันเป็นดนตรีเหมือน ๆ กัน แต่อาจจะมีวิธีเล่นเล่าเรื่องที่แตกต่างกัน ดนตรีสำหรับผมมันคือ Honestly มันเหมือนกับที่เวลาคุณฟัง The Beatles แล้วรู้สึกเพราะ กับเมื่อคุณฟัง โมสาร์ท ก็รู้สึกว่ามันเพราะเหมือนกัน ความเพราะเหล่านั้นที่เราได้ มันก็ได้มาจากคำว่า “ดนตรี” เหมือนกัน
 
 
แดเนียลเล่ เซปเป้ มีผลงานส่วนตัวกว่า 28 อัลบั้มแล้ว ซึ่งแต่ละผลงานของเขาก็มักจะมีแนวเพลงที่แตกต่างกันอยู่เสมอ
 
GMLive : แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบดนตรีหลากหลาย
แดเนียลเล่ : ผลงานของผมทั้ง 28 อัลบั้ม มีการสอดแทรกดนตรีหลายสไตล์เอาไว้ไม่ซ้ำกัน ส่วนตัวผมชอบที่จะฟัง ปริ๊นซ์, บ็อบ มาร์เลย์, ไมเคิล แจ็กสัน ผมชอบที่จะชมความสวยงามของดนตรีที่หลากหลาย
 
GMLive : แล้วดนตรีในแบบของคุณเป็นอย่างไร
แดเนียลเล่ : ผมชอบเขียนเนื้อเพลงที่มีเรื่องราวมาจากวัฒนธรรมทางตอนใต้ของอิตาลี ผสมผสานกับดนตรีจากหลากหลาย มันอาจจะเหมือนหลักการของการทำดนตรีป๊อป แต่ดนตรีป๊อปในแบบของผมมันสร้างมาจากประวัติศาสตร์ มันมาจากการที่มีคนจำนวนมากเล่นมันออกมา
 
เมื่อครั้งแรกที่ผมได้ฟังเพลงของเขา ต้องขอบอกเลยว่า เขาเป็นนักดนตรีที่ไม่แคร์โลกเท่าไหร่ ผลงานของเขามีส่วนผสมของหลากหลายแนวดนตรีมาก ทั้งร้อก แจ๊ส ป๊อป เรียกได้ว่ามีครบมาครบ และโดยเฉพาะท่อน “แร็พ” ที่ดูเหมือนเขาจะหลงใหลมันอย่างมาก
 
GMLive : ผลงานของคุณมักจะมีท่อนแร็พด้วย ทำไมคุณถึงชอบที่จะนำแร็พมาใส่ในดนตรีของตัวเอง
แดเนียลเล่ : ดนตรีฮิปฮอป ในตอนนี้กลายมาเป็นดนตรีป๊อปอย่างหนึ่ง ผมชอบที่จะนำท่อนแร็พมาใส่ในเพลงเพราะผมรู้สึกว่าเนื้อเพลง มันมีความหมายมากกว่าดนตรี มันเข้าถึงคนได้ง่ายกว่า เก่งไม่เก่งมาทีหลัง ดนตรีของผมเน้นเรื่องเนื้อหามากกว่า
 
 
GMLive : เนื้อหาของในเพลงของคุณค่อนข้างมีใจความที่เกี่ยวกับสภาพสังคมการเมืองในปัจจุบัน เทียบกับที่อิตาลี เนื้อหาเหล่านี้มีความรุนแรงขนาดไหน
แดเนียลเล่ : ผมมักจะชอบเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ นาโปลี,ทะเล และโจรสลัด คุณรู้ไหมมีคนมักจะชอบใส่ชุดโจรสลัดมาดูโชว์ของผมด้วย มันเป็นอะไรที่แปลกดี
 
GMLive : ต้นแบบของคุณคือใคร
แดเนียลเล่ : 2 นักแซกโซโฟน ซันนี โรลลินส์ (Sonny Rollins) และโดยเฉพาะกาโต้ บาร์เบียรี (Gato Barbieri) เขาเป็นคนที่ผสมผสานวัฒนธรรมของอเมริกาใต้ ผสมกับดนตรีแจ๊สได้อย่างลงตัว เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผม ทำดนตรีแบบนี้
 
ในฐานะนักดนตรีรุ่นใหญ่ ที่ผ่านวงการดนตรีมาหลายยุคแน่นอนว่าเขาต้องได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
 
GMLive : คิดอย่างไรกับ Streaming ในปัจจุบัน คุณได้รับผลกระทบบ้างไหม
แดเนียลเล่ : แน่นอนว่ายอดขายซีดีลดลงมาก ซึ่งมันแทบจะทำให้เราไม่สามารถขายได้เลย แต่มองในอีกแง่หนึ่งมันทำให้คนเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น เข้าถึงศิลปินได้ง่ายขึ้น พูดได้ว่าปัจจุบันมันเป็นเรื่องยากแล้วที่นักดนตรีจะสามารถขายอัลบั้มเพื่อเลี้ยงชีพ เหมือนแต่ก่อน แน่นอนมันเป็นผลดีแก่นักดนตรีรุ่นใหม่ด้วยในการหาความรู้จากการฟังเพลงที่หลากหลาย เพราะมันเหมือนเป็นคลังห้องสมุดที่เก็บหนังสือจำนวนมากไว้ให้อ่าน