x

• ทันทีที่เราจอดติดไฟแดง สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา 

         ไม่...พวกเขาไม่ได้มองคนขับขี่ ทว่าทุกสายตาที่เราจับสังเกตได้ พวกเขาเพ่งพินิจพิจารณาไปที่ Ducati Hypermotard 939 ซิตี้ไบค์กึ่งทัวริ่งไบค์คันล่าสุดจากดูคาติ ที่ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางส่วนเพื่ออัพเกรดให้รถคันนี้มีสมรรถนะดีขึ้นอีกขั้น

         จากเดิม Hypermotard 821 มีความจุเครื่องยนต์ขนาดเดียวกับ Ducati Monster 821 คือ 821 ซีซี ได้ถูกอัพเกรดเป็น Hypermotard 939 ที่มีความจุเครื่องยนต์อยู่ที่ 937 ซีซี

         พอขยับไซส์ของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมาทำให้ Hypermotard มีแรงม้ามากกว่าเดิม 3 ตัว จากเดิมมีอยู่ 110 ตัวก็กลายมาเป็น 113 ตัว และแรงบิดมากกว่ารุ่นก่อน 10 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังไม่กระชากเหมือนรุ่นก่อนด้วย เนื่องจากดูคาติยกเครื่องใหม่โดยใช้เทคโนโลยีด้านเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดที่ชื่อว่า Testastretta 11°

         ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก Hypermotard 939 ไม่มีส่วนไหนที่แตกต่างจาก Hypermotard 821 เลย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาหากมองด้วยตาเปล่าแล้วจะเห็นคือชุดแต่งบริเวณการ์ดแฮนด์ที่มีการออกแบบใหม่ โดยติดไฟเลี้ยวมาให้ด้วย แล้วถอดชุดไฟเลี้ยวด้านหน้าออกไปทั้งหมด ทำให้ความเท่ลงตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนอื่น ๆ ของตัวรถไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

         อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาและมองเห็นได้ชัดคือดูคาติได้ติดตั้งออยล์คูลเลอร์ไว้ใต้หม้อน้ำ (ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างเสี่ยงมากที่จะโดนวัตถุกระเด็นใส่ ต้องหาการ์ดใต้ท้องรถมาใส่เพิ่มความเท่และความแข็งแกร่ง) ทำให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่จากการขับขี่ในระยะสั้น ๆ เรายังไม่ทราบถึงความแตกต่างเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าน่าจะทำให้ไบเกอร์ขับขี่ได้สบายขึ้น ไม่ร้อนหว่างขาอีกต่อไป (เฮ้!) 

         Hypermotard 939 มีโหมดการขับขี่ที่แบ่งออกเป็น 3 โหมด ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ในดูคาติหลายรุ่น สำหรับ Hypermotard 939 มีโหมดการขับขี่ให้ปรับตามความเหมาะสม คือ

         Sport ที่ให้กำลังเต็มที่ 113 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด

         Touring ให้กำลัง 113 แรงม้าเช่นกัน แต่ถูกปรับให้แรงบิดต่ำ ทำให้ขับขี่ทางไกลสนุกขึ้น

         Urban โหมดนี้ถูกปรับให้แรงม้าลดลงเหลือ 75 แรงม้า แต่เพิ่มแรงบิดช่วงต้นขึ้น ซึ่งการขับขี่ในเมืองด้วยแรงม้าขนาดนี้ก็สัมพันธ์กับแรงบิดที่มี ทำให้ประหยัดน้ำมันอีกนิด 

         นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เสริมเข้ามาเพื่อให้ผู้ขับขี่อุ่นใจอย่าง Ducati Safety Pack ซึ่งมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, Traction Control System ปรับได้ 8 ระดับ รวมถึงระบบเบรก ABS ที่ปรับได้ 3 ระดับ พอทำให้เราอุ่นใจได้ยามต้องเบรกกะทันหัน 

         ระบบกันสะเทือนยังคงเหมือนเดิมคือด้านหน้าเป็นโช้กแบบ Upside Down ขนาด 43 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นแบบโช้กอัพ Monoshock ที่สามารถปรับระดับได้ จับยึดกับ Aluminum Single-Sided Swingarm ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะดีอยู่แล้ว

         ขณะที่หน้าจอแสดงผลยังคงใช้แบบเดิม คือ CD Dot-Matrix ที่ยังคงบอกค่าต่าง ๆ ที่ควรรู้ เช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระยะทาง ทริป 1 และ 2 

         อุณหภูมิเครื่องยนต์ เวลา อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ความเร็วเฉลี่ย รวมไปถึงบอกเกียร์ด้วย และโหมดการขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนคือเพิ่มไฟบอกสถานะ และสลับตำแหน่งกับรุ่น 821 เล็กน้อย แต่โดยรวมไม่มีผลต่อการขับขี่  

         ด้านท่วงท่าการขับขี่ ใครที่มอง Hypermotard 939 ด้วยสายตาอาจเข้าใจว่ารถคันนี้เตี้ยแน่ ๆ แต่พอได้ลองคร่อมจริง ๆ ปรากฏว่าคนที่สูงขนาด 175 เซนติเมตร อย่างเรายังต้องเต้นบัลเลต์เลยทีเดียว นั่นแปลว่าคนที่สามารถขี่ Hypermotard แล้วยืนได้เต็มเท้าก็ต้องสูง 180 เซนติเมตรขึ้นไป แต่หากปรับลดระดับโช้กและเบาะลงก็สามารถทำให้การขับขี่คล่องตัวขึ้น ขี่ง่ายขึ้น (เวลายืนแล้วเท้าถึงพื้นรู้สึกอุ่นใจกว่าเยอะ)

         Hypermotard เป็นรถที่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง เนื่องจากท่านั่งตามหลักสรีรศาสตร์แล้ว แผ่นหลังของเราเกือบตรง ซึ่งถือว่าเป็นท่านั่งที่สบาย ดังนั้นการขี่ออกทริปทางไกลจึงไม่ใช่ปัญหา เพราะเจ้านกยูง 939 คันนี้ ถูกออกแบบให้เดินทางไกลได้เช่นกัน หากได้ติดชุดแต่งของ Hypermotard ทั้งชิลด์และกระเป๋าข้าง ก็เหมือนเปลี่ยนลุคจากหนุ่มเมืองกลายเป็นนักเดินทางได้ทันที

         จากการทดสอบขับขี่ Hypermotard 939 ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เราพบว่านิสัยของ Hypermotard 939 แตกต่างจากรุ่นก่อนไม่มากนัก แต่โดยรวมยังเป็นรถที่ควบคุมง่ายเหมาะกับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวสูง และเดินทางไกลก็ได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจจะเหนื่อยถ้าไม่ติดชิลด์กันลม

         ในช่วงเกียร์ 1 อาจจะต้องมีสติเล็กน้อย เนื่องจากคนที่ไม่ชินแล้วกระโดดมาลองขี่เจ้านกยูงเลยอาจมีเหวอสักเล็กน้อย ต้องทำความคุ้นเคยกันนิดหนึ่งก่อน เพื่อจะได้เข้าใจนิสัยใจคอ ก่อนจะออกทริปท่องเที่ยวไปด้วยกัน

         สำหรับโหมดการขับขี่ที่เราเลือกใช้นั้น GM CAR เซ็ตรถไว้ที่โหมด Urban เป็นหลัก เนื่องจากสภาพอากาศวันที่ขับขี่กรุงเทพฯมีฝนถล่มอย่างหนัก เราจึงต้องการความมั่นใจยามที่ต้องขับขี่กลางสายฝน

         การทดสอบขับขี่บนพื้นถนนที่เปียก พบว่าการคอนโทรลให้นกยูงสีแดงอยู่ภายใต้คำสั่งของเรานั้นไม่ยากอย่างที่คิด รถถูกเซ็ตให้สามารถขับขี่บนพื้นถนนที่เปียกบนความเร็วที่เหมาะสมได้อย่างดี ไม่มีอาการพยศให้เรารู้สึกหลอน ระบบเบรกทำงานได้ดี อุ่นใจทุกครั้งที่ต้องพึ่งพา ABS 

         ถ้าคุณกำลังมองหารถอเนกประสงค์ประเภทขับขี่ในเมืองก็เท่ ติดกระเป๋าแล้วออกทริปได้โดยความเท่ไม่หายไป Hypermotard 939 น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ยิ่งสำหรับคนที่ไม่ได้อยากมีรถทัวริ่งจ๋าคันใหญ่ เพราะจะต้องใช้รถไว้ขี่ในเมืองในชีวิตประจำวันด้วย แล้วมีงบแค่คันเดียว 

         Hypermotard คือตัวเลือกที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ว่าห้ามพลาด ! 

 

เรื่อง : พลสัน นกน่วม , ภาพ : สรรค์ภพ จิรวรรณธร

 

 

• ราคา 515,000 บาท ของ Hypermotard 939 ซึ่งแพงกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อยแต่ออพชั่นถือว่าคุ้ม

• ความจุของถังน้ำมัน 16 ลิตร

• น้ำหนักของรถโดยไม่รวมของเหลว 181 กิโลกรัม

• Hypermotard 939 มีพละกำลัง 113 แรงม้า