x

     เปิดตัวยาง Continental MaxContact MC6 เทคโนโลยีประเทศเยอรมนี พร้อมให้ขัดทดสอบ ณ สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา จังหวัด ชลบุรี เมื่อวันที่ 17-19 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

    แม็กซ์คอนแท็ค MC6 มอบเสถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคง ความปลอดภัยสูงสุด และการยึดเกาะถนนที่เป็นเลิศ พร้อมการควบคุมที่เหนือชั้นและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความท้าทาย ถ่ายทอดเทคโนโลยีเยอรมันที่ก้าวล้ำหน้าที่สุดได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสมรรถนะขั้นสูง และคุณภาพระดับพรีเมียม และการเปิดตัวแม็กซ์คอนแท็ค MC6 คือก้าวสำคัญสู่กลยุทธ์ “วิชั่น 2025” เพื่อการเติบโตระยะยาวของคอนติเนนทอล ไทร์สที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

     เมื่อวันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา คอนติเนนทอล ไทร์ส ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศเยอรมนีเปิดตัวยางแม็กซ์คอนแท็ค เอ็มซี6 (MaxContact™ MC6) รุ่นใหม่ อีกหนึ่งเสาหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์เจนเนอเรชั่น 6 ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา

     ยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่มาแทนที่แม็กซ์คอนแท็ค MC5 เท่านั้น หากยังได้รับการพัฒนาให้เป็นยางที่มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น แม็กซ์คอนแท็ค MC6 ผสมผสานเทคโนโลยีเยอรมันเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของคอนติเนนทอลเพื่อมอบเสถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคง ความปลอดภัยสูงสุด และการยึดเกาะถนนที่เป็นเลิศ พร้อมการควบคุมที่เหนือชั้น และการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความท้าทาย

     การเปิดตัวยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 แสดงถึงความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอล ไทร์สในการแสวงหานวัตกรรมด้วยการสร้างสรรค์เทคโนโลยียางรถยนต์อย่างต่อเนื่องที่ไม่เพียงส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีการขับขี่ที่ปลอดภัยเท่านั้น

     แต่ยังยกระดับความเพลิดเพลิน และความมั่นใจในการขับขี่ ยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมบนพื้นเปียก และแห้ง การเบรกบนพื้นเปียก และประสิทธิภาพในระยะยาวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

     ยางรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “When MAX Performance Counts” ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อทุกจินตนาการของผู้ขับขี่ที่มองหาความตื่นเต้นท้าทายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และหลงใหลในสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

     “หากมองตลาดระดับโลก ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ก้าวขึ้นเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การเติบโตของคอนติเนนทอล ไทร์ส การเปิดตัวยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะลงทุนในภูมิภาคที่มีความสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง” นิโคไล เซตเซอร์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการแผนกยางของคอนติเนนทอล เอจี กล่าว

     พร้อมกับเสริมว่า “ความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์เจนเนอเรชั่น 6 ที่ล้ำสมัยไปจนถึงการมีศูนย์การผลิตระดับโลกและศูนย์ทดสอบวิจัยและพัฒนาชั้นแนวหน้าช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ “วิชั่น 2025” ในระยะยาวของเรา ซึ่งเรามุ่งปรับปรุงความสมดุลของฐานการผลิตยางรถยนต์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง”

    “หลังจากความสำเร็จในการเปิดตัวยางอัลตร้าคอนแท็ค UC6 และยางคอมฟอร์ตคอมแท็ค CC6 เมื่อปีที่แล้ว เรามีความยินดีที่จะได้แนะนำผลิตภัณฑ์เจนเนอเรชั่น 6 อีกหนึ่งรุ่น ยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 จะกำหนดนิยามใหม่ด้านประสบการณ์ขับขี่ของผู้บริโภคชาวไทย และเอเชียแปซิฟิก

     

     ยางรุ่นนี้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่ครอบคลุมของคอนติเนนทอล และความสามารถของเราในการปูทางสู่แนวคิด “วิชั่น ซีโร่” (Vision Zero) ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยในการขับขี่ที่เหนือกว่า” ฟิลิปป์ ฟอน เฮอร์ชฮีดท์ รองประธานบริหาร ยางทดแทนรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกน้ำหนักเบา หรือขนาดเล็ก เอเชียแปซิฟิกกล่าว

     

     “ความเชี่ยวชาญในด้านยางรถยนต์ของเราถูกยกระดับให้สูงขึ้นเพราะเรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของผู้ขับขี่ในเอเชียแปซิฟิก และผู้ขับขี่ชาวไทย ผนวกกับเครือข่ายโรงงานผลิตยางรถยนต์ระดับภูมิภาคทั้งในจีน มาเลเซีย และอินเดีย รวมถึงโรงงานกรีนฟิลด์ในประเทศไทยซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว ทั้งหมดนี้เน้นย้ำ และสร้างความเชื่อมั่นในแนวทาง ‘เข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัวเพื่อการทำตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ’ ของเรา”

คุณสมบัติสำคัญของผลิตภัณฑ์ แม็กซ์คอนแท็ค MC6

     ดีไซน์ดอกยางแบบอเนกประสงค์ (Multifunctional Tread Design) ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ และการควบคุม พร้อมกับลดระยะการเบรกบนพื้นเปียก และแห้ง

     แพทเทิร์นการออกแบบดอกยางช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ และเพิ่มความเร็วในการเข้าโค้ง ดอกยางแบบอเนกประสงค์ช่วยให้ผู้ขับขี่มีเสถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคงสูงสุดและมีระยะทางเบรกสั้นลง

     อแดปทีฟ กริป คอมพาวด์ (Adaptive Grip Compound) เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นผิวถนนที่เหนือกว่า เนื้อยางแม็กซ์คอมแท็ค MC6 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน และให้ความปลอดภัยสูงสุดด้วยการปรับความยืดหยุ่นตามสภาพพื้นผิวถนนที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับนาโนเมตร

     โครงสร้างเอ็กซ์ตรีมฟอร์ซ (XtremeForce Construction) มอบสมรรถนะการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม เมื่อผู้ขับขี่ทะยานเข้าโค้งอย่างหนักหน่วง และด้วยความเร็วสูง ความเหนียวแน่นของวัสดุเอ็กซ์ตรีมฟอร์ซช่วยลดการงอตัวของยาง พร้อมกับเพิ่มการควบคุมและสั่งการตัวรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ เทคโนโลยีวัสดุชนิดนี้จะรักษาความยืดหยุ่นเพื่อให้มีการขับขี่ที่นุ่มนวลสะดวกสบาย

     นอกจากคุณภาพรอบด้าน ยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 ยังมาพร้อมคุณสมบัติสำคัญคือ ประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนาน และเสียงรบกวนต่ำในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้มีจำหน่ายในประเทศไทยสำหรับล้อขนาด 16–19 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 4,066 บาทถึง 10,165 บาทต่อยางหนึ่งเส้น

     ความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอล ไทร์สในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และความเป็นเลิศคือหัวใจหลักของการขับเคลื่อนการเติบโตในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

     เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้าซึ่งได้รับการทดสอบอย่างหนักหน่วงช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถมอบมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค และหุ้นส่วนทางธุรกิจ พร้อมกับตอกย้ำการสยายปีกของผู้ผลิตยางรถยนต์จากเยอรมนีรายนี้ในตลาดที่มีพลวัตสูงที่สุดในโลก

จุดเด่นยางรถยนต์รุ่น MaxContact MC6

-ระยะเบรกสั้นลงทั้งบนสภาพถนนเปียกและถนนแห้ง

-ตอบสนองการขับขี่แบบสปอร์ตและสัมผัสความรู้สึกจากการขับขี่ที่ดีกว่า

-ผสมผสานจุดเด่นของอายุการใช้งานที่ยาวนานและเสียงรบกวนต่ำเพื่อการใช้งานในทุกโอกาส

ขนาดของผลิตภัณฑ์

-ความกว้าง 195–295

-อัตราส่วนหน้าตัด 30–55

-ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16–20

-สัญลักษณ์ความเร็ว V/W/Y

Multifunctional Tread

     การออกแบบลวดลายดอกยางของ Max Content™ MC6 ใช้เทคโนโลยีฟังก์ชั่นการออกแบบ

     การออกแบบดอกยาง Max Content™ MC6 ส่งผลให้ยางมีประสิทธิภาพการขับขี่ที่สูง ซึ่งฟังก์ชั่นต่างๆเหล่านี้ของยาง ช่วยให้ยางรองรับแรงขับเคลื่อนทั้งสี่ประการ ได้แก่ การเร่งความเร็ว การเบรก และการเข้าโค้ง (ABC : Acceleration, Baking, Cornering Left/Right)

     Chevron Grip : ร่องดอกยางรูปตัววีออกแบบเผื่อให้ยางมีพื้นผิวสัมผัสยางมีแรงกดสม่ำเสมอในขณะที่เข้าโค้งส่งผลให้ยางมีการเกาะถนนได้ดีขึ้น มีผลดีต่อการเข้าโค้งและเสถียรภาพของการขับขี่

     Asymmetric Rib Geometry : รูปทรงของดอกยางป้องกันการยืดตัวเมื่อใช้งานอย่างหนักหน่วง เพื่อการเข้าโค้งและการเปลี่ยนทิศทางรถอย่างรุนแรงทำให้ยางตอบสนองการบังคับทิศทางในโค้งได้ดี

     Stabilizer Bars : แถบยางเสริมความแข็งแรงบริเวณร่องดอกจำนวน 50 จุด เพื่อเสริมประสิทธิภาพของยางเมื่อเข้าโค้งและการบังคับควบคุม

     Stable Rib Structure : เพื่อให้ยางมีระยะเบรกบนถนนแห้งและการยึดเกาะถนนที่อยู่ในระดับสูง ดอกยางแนวตรง ยางถูกวิศวกรรมเพื่อป้องกันการบิดตัวของดอกยางจากการส่งผ่านแรงตามแนวเส้นรอบวงยางสู่ผิวถนนอย่างมีประสิทธิภาพ

     Noise Breaker 2.0:  ปุ่มตัดคลื่นเสียงที่เคลื่อนผ่านร่องยาง ช่วยให้เสียงรบกวนต่ำลง

Adaptive Grip Compound

     โพลิเมอร์สูตรพิเศษของยาง Max Content™ MC6 ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการยางที่มีการยึดเกาะถนนที่ดีเป็นพิเศษ บริษัท คอนทิเนนทอส เป็นผู้ผลิตยางที่มีเทคโนโลยีของส่วนผสมยางที่ยอดเยี่ยม

     จึงได้มีการคิดค้นสูตรโพลิเมอร์ที่ให้การยึดเกาะสูงสุดในทุกสภาพการใช้งานการยึดเกาะถนนในทุกมิติของเนื้อยาง

     Mechanical Interlocking : เนื้อยางสามารถแทรกตัวเข้าล๊อคกับพื้นผิวหยาบของถนน

     Hysteresis : เกิดจากการบิดตัวของเนื้อยางในระดับไมโคร ส่งผลจาการสัมผัสของยางกับพื้นถนนในขณะขับขี่

     Adhesion : ความเหนียวเกิดจากระดับการยึดเกาะในระดับโมเลกุลตามหลักการ “Vander Waals” ที่ยึดโพลิเมอร์เข้ากับถนนในระดับนาโนเมตร

     Xtreme-Force Construction

ความแข็งแกร่งของวัสดุที่ทำโครงสร้างยางของ Max Content™ MC6 จะช่วยให้ยางมีเสถียรภาพไม่ย้อยเมื่อเข้าโค้งอย่างรุนแรงในความเร็วสูง ช่วยให้การควบคุมบังคับที่ดี ในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ โครงสร้างโพลีเอสเตอร์จะทำให้ยางคงสภาพความยืดหยุ่นส่งผลต่อความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ดี

การเปิดตัวยางคอนติเนนทอล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 ให้กับดีลเลอร์ในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน ที่สนามแข่งรถที่พีระเซอร์กิต พัทยา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมให้ขับทดสอบตั้งแต่วันที่ 16-25 สิงหาคม 2560

 GM CAR ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงานเปิดตัวยางคอนติเนนทอลใหม่ และให้ทดสอบขับขี่รถยนต์สมรรนะสูงที่ใส่ยางคอนติเนนทอล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 เปรียบเทียบกับยางแม็กซ์คอนแท็ค MC5 รุ่นก่อน

โดยนัดพบกันที่โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนทอล พัทยา เพื่อกินอาหารร่วมกับผู้บริหาร ทีมงานคอนติเนนทอล ไทร์ส ณ ห้องอาหาร Elements

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เขียนสื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าตรวจวัดระดับแอลกฮอล์ และตรวจสอบใบขับขี่รถยนต์ที่ห้องล็อบบี้ จากนั้นเดินทางไปที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา

เราถึงสนามพีระฯ แล้วเดินผ่านฝูงรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใส่ยางคอนติเนนทอล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 ที่เตรียมพร้อมไว้ให้ทดสอบ จากนั้นไปชมการเปิดตัวยางรุ่นนี้ แม็กซ์คอนแท็ค MC6 โดยประธานกล่าวต้อนรับสื่อมวลชน พร้อมเปิดงานอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่แนะนำผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดจากคอนติเนนทอล ไทร์ส แม็กซ์คอนแท็ค MC6 อย่างละเอียด จากนั้นให้ดีลเลอร์ และสื่อมวลชนสายยานยนต์เข้าร่วมทดสอบยางรถยนต์คอนติเนนทอล MC6 ตามฐานต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ฐาน

GM CAR ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสีส้ม (Slot 4) เราจึงบุกไปที่ฐาน Wet Braking ในสถานีที่ 3 เป็นด้านแรก ซึ่งให้รถยนต์ Volkswagen กอล์ฟ GTi ที่ใส่ยางแม็กซ์คอนแท็ค MC6 และอีกคัน MC5 เพื่อทดสอบการเบรกให้รถหยุดนิ่งบนพื้นเปียกน้ำที่ความเร็ว 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ผู้เขียนเห็นได้ชัดว่าเมื่อกดเบรกมิด 100 เปอร์เซ็นต์ ระยะทางเบรกของ MC6 สั้นกว่าถึง 6 เมตร (ระยะเบรกของ MC5 คือ 26.1 เมตร สำหรับรุ่น MC6 ระยะทางเบรก 20.3 เมตร)

จบจากฐานนี้เราบุกไปที่สถานี 2 Dry handing BMW ด้วยรถ BMW 440i Coupe พวงมาลัยซ้าย โดยมีรถให้สองคัน ใส่ยาง MC6 กับ MC5 มีให้ขับทั้งสลาลม และโค้งรูปตัว S

จากนั้นบุกไปต่อที่สถานีที่ 6 เป็นฐานที่ 3 Dry Braking in Curve เป็นการขับรถเข้าโค้ง แล้วไปเบรกในโค้ง ซึ่งให้ขับแบบผิดธรรมชาติ เพราะที่ถูกเราจะต้องเบรกก่อนเข้าโค้ง เพื่อให้เห็นว่า ยาง MC6 ช่วยให้เบรกหยุดได้ปลอดภัย และเลี้ยวเพื่อขับไปต่อได้ (ไม่ตกเหว)​

ซึ่งฐานนี้ใช้รถยนต์​เมอร์เซเดส-เบนซ์​ C180 รุ่นใหม่ พวงมาลัยขวาทั้งสองคัน ซึ่งใส่ยาง MC6 กับ MC5 เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นสมรรถนะของยาง

หลังจากผ่านไป 3 ฐาน ได้เวลาพักกินอาหาร ทำธุระส่วนตัว เข้าห้องน้ำ เมื่อได้เวลา ช่วงบ่ายเราไปบุกไปฐานที่ 4 เป็นสถานีที่ 1 Dry Handling Porsche โดยใช้ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า ซึ่งให้ขับสลาลอม ขับเข้าโค้ง S และให้เร่งไปให้ถึงความเร็ว 180+กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วให้เบรก 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อเบรกให้รถหยุดนิ่ง (ขับ 2 รอบ+สลาลอมอีกรอบเป็น 3 รอบ)

ไปต่อฐานที่ 5 เป็นสถานที่ 5 Dry Lane Change โดยใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ C180 สองคัน เป็นรถพวงมาลัยขวา โดยใส่ยาง MC6 และอีกคัน MC5 โดยให้ขับขี่ที่ความเร็ว 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วให้เปลี่ยนเลนอย่างฉับพลัน เพื่อให้เห็นความแตกต่างของการทรงตัว และการควบคุมรถที่ใส่ยาง MC6 นั้น ตัวรถทรงตัวดีกว่า และมั่นคงกว่า เมื่อต้องเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็วฉับพลัน

จบจากฐานนี้บุกไปสถานที่ 6 เป็นฐานสุดท้ายที่สถานที่ 4 Wet Handling หรือขับขี่ด้วยความเร็ว 40-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วขับเลี้ยวไปเลี้ยวมาในโค้ง เพื่อให้เห็นว่ายาง MC6 ให้การควบคุม และเลี้ยวโค้งได้ง่ายกว่าอย่างชัดเจน

ทั้งที่รถใช้ฮอนด้า ซีวิค รุ่นก่อนกับซีวิค รุ่นใหม่ ซึ่งยาง MC6 ที่ใส่กับซีวิครุ่นก่อน ก็ยังให้การควบคุมที่ง่ายกว่ารถยนต์รุ่นใหม่ที่ใส่ยางรุ่นก่อน MC5

ผ่านไป 6 ฐานแล้วสำหรับการทดสอบยางคอนติเนนทอล MC6 ซึ่งมีแถมพิเศษให้ดีลเลอร์ในประเทศไทยและในอาเซียน นั่งไปกับนักแข่งรถในรอบ Hot Lap ที่ใส่ยางคอนติเนนตัล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 

เมื่อจบในรอบนี้ มีการบันทึกภาพไว้ร่วมกันกับรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า กับบีเอ็มดับเบิลยู 440i Coupe ที่ใส่ยาง MC6 

กิจกรรมทดสอบยางคอนติเนนทอล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 นั้น แสดงให้เห็นประสิทธิภาพ และสมรรถนะของยางคอนติเนนทอลรุ่นใหม่ เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี แม้จะไม่ใช้ยาง SportContact 6 ยางที่รองรับความเร็วได้สูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ยางรุ่นนี้เหมาะกับสภาพพื้นถนนของเมืองไทย ที่ต้องการความนุ่มนวล ยึดเกาะถนนเป็นเลิศ และปลอดภัยในช่วงเวลาที่วิกฤต เพราะยางที่เป็นเทคโนโลยีของเยอรมัน คือยาง คอนติเนนทอล แม็คคอนแท็ค MC6 หากคุณต้องการยางเทคโนโลยีเยอรมัน ยางคอนติเนนทอล แม็กซ์คอนแท็ค MC6 คือ ยางที่รถยนต์ยุโรปไม่ควรมองข้ามนะครับ

DID YOU KNOW? 

คอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยี และการบริการเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งผู้คน และสินค้าอย่างยั่งยืน คอนติเนนทอลเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2414 นำเสนอโซลูชั่นส์ที่คำนึงถึงความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ชาญฉลาด และเข้าถึงได้สำหรับยานยนต์ เครื่องจักร การจราจร และการขนส่ง ในปี พ.ศ. 2559 คอนติเนนทอลมียอดขาย 40.5 พันล้านยูโร และมีพนักงานมากกว่า 227,000 คนใน 56 ประเทศ

แผนกยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล มีทั้งหน่วยงานการผลิต และการพัฒนา 24 แห่งทั่วโลก มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน และส่งเสริมการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนกยางรถยนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของโลกมีพนักงานกว่า 50,000 คน และมียอดขาย 10.1 พันล้านยูโรในปี พ.ศ. 2559 โรงงานผลิตยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตั้งอยู่ในเมืองเหอเฟย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพทาลิง จายา และอาลอร์เซตาร์ในประเทศมาเลเซีย และโมดีพูรามในอินเดีย ขณะที่โรงงานแห่งล่าสุดในจังหวัดระยองของประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง