x

BNK48 (บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต) กดอัลติรัวๆ ทำดาเมจกับวงการไอดอลต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ Plan B ได้แจ้งการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (Term Sheet) การเข้าลงทุนใน บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด จำนวน 35% ของหุ้นทั้งหมดหลังเพิ่มทุน ซึ่งคาดการว่าดีลนี้ทำให้ BNK48 มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาทเลยทีเดียว 


 
คำถามก็คือ ดาเมจนี้จะสร้างผลกระทลกับวงการไอดอลไทยมากแค่ไหน ซึ่ง ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ ผู้บริหาร บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “หลังดีลนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้นใน บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด จะเปลี่ยนเป็น ทางกลุ่มโรสฯ 55% Plan B 35% และ AKS อีก 10% โดยเราได้ไปจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายไปยังต่างประเทศ ทั้งมาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่เราเป็นพันธมิตรอยู่ ซึ่งการเข้ามาของ Plan B จะช่วยเสริมจุดแข็งในด้านการประชาสัมพันธ์ให้ BNK48 เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”



...
 
Plan B(NK) 48
 
หลายคนอาจคิดว่าดีลนี้เกิดขึ้นช่วง ‘ช้างศึก x BNK48’ ที่ Plan B ทำ Sports Marketing ความเป็นจริงดีลนี้มีจุดเริ่มมานานกว่า 10 ปี จากความสัมพันธ์อย่างยาวนานของ ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ กับ บี-ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) “ผมรู้จักกับคุณบีมานานกว่า 10 ปี ช่วงที่จะทำ BNK48 ทางคุณบีก็ได้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ จะเรียกว่าเป็นโอตะ ตั้งแต่ก่อนจะประกาศออดิชั่น BNK48 รุ่นแรกเลยก็ว่าได้ ซึ่งเราได้ร่วมงานกันอีกตอน ช้างศึก x BNK48 แล้วได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนเป็นที่มาของการจับมือร่วมทุนในครั้งนี้ โดยทาง Plan B จะมาช่วยในการประชาสัมพันธ์ จากเดิมที่เราได้ทดลองไปบ้างแล้ว ทั้งที่เห็นตามรถเมล์ หรือป้ายโฆษณา ซึ่งมีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามชุดของเมมเบอร์แต่ละซิงเกิ้ล”

ซึ่ง Plan B มีสื่อในมือทั้ง สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน สื่อโฆษณาภาพนิ่ง สื่อโฆษณาภาพดิจิตอลและสื่อโฆษณาออนไลน์ สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า สื่อโฆษณาภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต สื่อโฆษณาภายในสนามบิน และสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง โดย Plan B ถือเป็นบริษัทสื่อโฆษณา ที่มีส่วนเป็นการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว โดยผ่านมา บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 2,170 ล้านบาท กำไร 400 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 2,448 ล้านบาท กำไร 351 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 3,016 ล้านบาท กำไร 460 ล้านบาท
  • ไตรมาส 1 ปี 2561 รายได้ 805  ล้านบาท กำไร 139 ล้านบาท
 

ภาพ สื่อของ PlanB จาก Eak KS
 
...
 
ติดอาวุธกดอัลติทำดาเมจ
 
ทาง BNK48 เรามีรายได้จาก 4 ช่องทางเท่าๆ กันคือ Merchandise จากการขาย CD, รายได้จากการขายบัตรเข้าชมเธียเตอร์, รายได้จากการเป็นสปอนเซอร์ และ รายได้จากไลฟ์สดในแอปพลิเคชั่น VooV ที่ผ่านมากระแสการตอบรับที่ดี ช่วยทำให้เรามีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ” ผู้บริหาร บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ ได้เปิดเผยถึงรายได้ของ BNK48 และยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เงินทุนจำนวนกว่า 100 ล้านบาท ที่จะได้จากการลงทุนของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ว่าจะนำไปติดอาวุธเพื่อเพิ่มพลังดาเมจให้กับ BNK48 ใน 3 ด้านคือ
 
  1. ลงทุนในการพัฒนาคอนเทนท์
    การสร้างคอนเทนท์ที่ดีเป็นโจทย์หลักในโมเดลธุรกิจที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับ BNK48 โดยตอนนี้ทาง BNK48 ได้จับมือกับพันธมิตรในการพัฒนาคอนเทนท์ทั้งกับ ค่าย GDH555 ในสามโปรเจคคือ ภาพยนตร์สารคดีที่ได้ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เป็นผู้กำกับ มีกำหนดออกฉายช่วงเดือนสิงหาคม ภาพยนตร์ที่ส่ง แคปเฌอ-เฌอปราง อารีย์กุล ตัวท็อปของ BNK48 ไปเป็นตัวแสดงนำ ซึ่งกำกับโดย โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ กำหนดเข้าฉายเดือนตุลาคม และ โครงการซีรีส์ที่ฉายทางช่องดิจิทัลในช่วงกลางปีหน้า นอกจากค่าย GDH555 แล้ว ทาง BNK48 ยังร่วมกับ Workpoint ผู้นำเบอร์ต้นด้านความบันเทิงของไทย เพื่อผลิตรายการวาไรตี้ต่างๆ รวมไปถึงทาง Salmon House ที่เป็นพันธมิตรในการทำสื่อสิ่งพิมพ์อีกด้วย 
     
  2. สร้างโครงสร้างพื้นฐานความสุข (Happy Workplace)
    นอกจากเมมเบอร์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากอินเซนทีฟแล้ว เงินทุนที่ BNK48 ได้มาจาก Plan B ยังจะนำไปสร้างความสุขให้กับสาวๆ สมาชิก BNK48 อีกด้วย โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เมมเบอร์ทำงานอย่างมีความสุข ทั้งในรูปของการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขึ้น การจัดให้มีรถรับส่ง รวมไปถึงอาจจัดหาที่พักให้กับเมมเบอร์ที่ต้องย้ายมาจากต่างจังหวัดอีกด้วย ซึ่งถ้าน้องๆ BNK48 เขามีความสุข ย่อมจะเผื่อแผ่ความสุขนั้นมาทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเหล่าโอตะได้กระชุ่มกระชวยกันอย่างแน่นอน
     
  3. พัฒนาสื่อใหม่ในอนาคต
    จะเป็นอย่างไรถ้าโอตะอย่างชาวเราสามารถใกล้ชิด BNK48 ได้ทุกวันเท่าที่อยากเจอ
    นั่นเป็นเรื่องที่อาจกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากเทคโนโลยี VR และ AR ที่ทาง BNK48 จะนำเงินทุนมาพัฒนาในส่วนนี้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความสุขให้กับโอตะให้ได้สัมผัสคามิโอชิ และเมมเบอร์คนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องแบกบันไดสามขั้นไปปีนดูถึงตู้ปลา หรือเวลาพลาดตอนสุ่มบัตรเธียเตอร์ ซึ่งถ้าเป็นจริงแล้ว VR และ AR นี่แหละที่จะเป็นทำดาเมจให้กับวงการไอดอลอย่างแท้ทรู
     


เรียกว่าเหล่าโอตะทั้งหลายเตรียมตัวรับดาเมจครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เลย นอกจากนี้ ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ ยังเผยอีกว่าปีหน้าจะเพิ่มรอบเธียเตอร์มากขึ้นอีก 2 เท่าตัว ให้เพียงพอกับจำนวนเมมเบอร์รุ่นใหม่ และความต้องการของบรรดาโอตะที่อยากสัมผัสไอดอลอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงกำลังแก้ไขปัญหาเรื่องระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชั่นไลฟ์สด ที่มีคนสะท้อนกันว่ายังไม่ดีพอจากระบบหลังบ้าน ที่รองรับคนได้ไม่เยอะพอ จนล่มประจำ 
 
ทั้งหมดนี้คืออัลติที่ BNK48 ปล่อยออกมาทำดาเมจอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวงไอดอลเบอร์หนึ่งของไทย ที่นับวันมีแต่จะอัพพลังเพิ่มความแข็งแกร่ง แล้วทิ้งห่างคู่แข่งไปเรื่อยๆ

.....